Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

อัปเดต 10 พิกัด ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น 2026 ปักหมุดหน้าร้อน สวยฟินเกินต้าน!

25 มีนาคม 2569
YakTour Blog
อัปเดต 10 พิกัด ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น 2026 ปักหมุดหน้าร้อน สวยฟินเกินต้าน!

หน้าร้อนนี้เตรียมแพลนเที่ยว ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น กันหรือยัง? หลายคนสงสัยว่าต้องไป ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น เดือนไหน ถึงจะสวยที่สุด? คำตอบคือช่วง กลางเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม แต่ถ้าอยากเห็นสีม่วงบานสะพรั่งแบบเต็มเนินเขา ต้องล็อกคิวช่วง กลางเดือนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ค่ะ วันนี้เราคัด 10 พิกัดยอดฮิตที่รับรองว่าไปแล้วได้รูปสวยสะกดใจแน่นอน!

 

 

ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น เดือนไหน ถึงจะสวยที่สุด?

โดยปกติแล้ว ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น จะเริ่มออกดอกอวดสีม่วงให้เราเห็นตั้งแต่ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม ของทุกปีค่ะ แต่ถ้าถามว่าช่วงไหนที่ "สวยที่สุด" และ "ฟินที่สุด" ต้องแบ่งตามพื้นที่ดังนี้

  • ช่วงปลายมิถุนายน - ต้นกรกฎาคม

เป็นช่วงที่ดอกเริ่มบาน (Early Bloom) ดอกไม้จะยังมีสีม่วงอ่อนๆ ตัดกับสีเขียวของใบไม้ ดูสดชื่นและคนยังไม่เยอะมากค่ะ

  • ช่วงกลางเดือน - ปลายเดือนกรกฎาคม (The Best Time!)

นี่คือช่วง Peak Season ที่ดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งเต็มที่ (Full Bloom) สีม่วงจะเข้มจัดและส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วฟาร์ม ถ่ายรูปออกมาสวยที่สุดค่ะ

  • ช่วงต้นเดือนสิงหาคม

ดอกจะเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนการเก็บเกี่ยว สีอาจจะเริ่มจางลงบ้าง แต่ก็ยังมีบางสายพันธุ์ที่บานช้าให้เราได้ชมอยู่ค่ะ

 

 

10 พิกัดทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น ปี 2026 ปักหมุดไว้ได้รูปสวยแน่นอน

1. โออิชิ ปาร์ค (Oishi Park) | จังหวัดยามานาชิ

 

โออิชิปาร์ค (Oishi Park) จุดเช็กอินวิวภูเขาไฟฟูจิและทุ่งดอกไม้สีม่วงริมทะเลสาบคาวากูจิโกะ

 

จุดเช็กอินที่เรียกได้ว่าเป็น "The Best View" ของทะเลสาบคาวากูจิโกะเลยค่ะ ความโดดเด่นของ โออิชิ ปาร์ค (Oishi Park) คือทางเดินเลียบทะเลสาบที่ถูกประดับประดาด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ แต่ที่ดึงดูดสายตาที่สุดในช่วงหน้าร้อนคือพุ่มดอกไม้สีม่วงพาสเทลที่บานอวดโฉมริมน้ำ ตัดกับภาพภูเขาไฟฟูจิสีครามที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า บรรยากาศที่นี่สดชื่นมาก เหมาะกับการมาเดินสูดอากาศและถ่ายรูปพอร์ตเทรตสวยๆ นอกจากจะได้ชมวิวหลักล้านแล้ว อย่าลืมแวะไปที่คาเฟ่ใกล้ๆ เพื่อลิ้มลองซอฟต์เสิร์ฟรสผลไม้และลาเวนเดอร์สูตรเฉพาะของทางสวน ซึ่งถือเป็นของดีประจำฤดูกาลที่ทุกคนต้องมาลิ้มลองให้ได้สักครั้งค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม
  • เวลาทำการ: เข้าชมฟรีได้ตลอดวัน (ส่วนร้านค้าเปิด 09.00 – 18.00 น.)
  • การเดินทาง: จากสถานี Kawaguchiko นั่งรถบัสสาย Red Line (Sightseeing Bus) ไปลงที่ป้ายสุดท้ายหมายเลข 22 ใช้เวลาประมาณ 30-35 นาทีค่ะ
     

 

2. สวนยางิซากิ (Yagisaki Park) | จังหวัดยามานาชิ
 

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงบานสะพรั่งในสวนยางิซากิ (Yagisaki Park)

 

ข้ามมาที่ฝั่งทิศใต้ของทะเลสาบคาวากูจิโกะกันบ้างค่ะ สวนยางิซากิ (Yagisaki Park) เป็นพิกัดที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเงียบสงบกว่าเดิมมาก พื้นที่สวนถูกเนรมิตให้เป็นพรมดอกไม้สีนวลตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหาความอาร์ตในการถ่ายภาพ ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น ที่มีการปลูกไว้อย่างหนาแน่นจนดูเหมือนทะเลสีม่วงขนาดย่อมๆ ที่นี่มักจะเป็นสถานที่หลักในการจัดงานเทศกาลสมุนไพรประจำปี นอกจากดอกไม้สีม่วงที่เราตั้งใจมาดูแล้ว รอบๆ สวนยังมีสวนหินและทางเดินร่มรื่นให้เราได้พักผ่อนหย่อนใจ เป็นมุมสงบที่ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติหน้าร้อนได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนกรกฎาคม
  • เวลาทำการ: เข้าชมฟรีตลอดเวลา
  • การเดินทาง: จากสถานี Kawaguchiko นั่งรถบัสสาย Green Line ไปลงที่ป้าย Yagisaki Park ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 นาทีค่ะ

 


3. ทัมบาระ ลาเวนเดอร์ ปาร์ค (Tambara Lavender Park) | จังหวัดกุนมะ

 

ทุ่งลาเวนเดอร์บนเนินเขาและวิวทิวทัศน์มุมกว้างที่ทัมบาระ ลาเวนเดอร์ ปาร์ค (Tambara Lavender Park)

 

หากคุณกำลังมองหาความแปลกใหม่ในการเที่ยวชม ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศขึ้นไปบนยอดเขาที่ ทัมบาระ ลาเวนเดอร์ ปาร์ค ค่ะ ที่นี่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,300 เมตร ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวันแม้จะเป็นกลางฤดูร้อนก็ตาม ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการนั่งลิฟต์เปิดประทุนลอยฟ้าผ่านเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีม่วงเข้มกว่า 50,000 ต้น ให้คุณได้สัมผัสความงามในมุมมอง Bird's-eye view ที่สวยสะกดตา การมาที่นี่นอกจากจะได้รูปสวยที่ไม่ซ้ำใครแล้ว ยังได้รีเฟรชร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้ดีอีกด้วยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ต้นเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนสิงหาคม
  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 1,200 เยน
  • การเดินทาง: นั่งรถบัสพิเศษจากสถานี JR Numata (ในช่วงเทศกาล) ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีค่ะ
     

 

4. เซ็นเน็น โนะ โซโนะ ลาเวนเดอร์ ฟิลด์ (Sennen no Sono) | จังหวัดไซตามะ
 

ทุ่งลาเวนเดอร์กว้างสุดลูกหูลูกตาและสะพานไม้ชมวิวที่เซ็นเน็น โนะ โซโนะ (Sennen no Sono)

 

อาณาจักรลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใกล้กรุงโตเกียว ต้องยกให้ เซ็นเน็น โนะ โซโนะ ลาเวนเดอร์ ฟิลด์ ในจังหวัดไซตามะ ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักกลิ่นหอมบำบัดอย่างแท้จริง เพราะมีการรวบรวมสายพันธุ์ลาเวนเดอร์ไว้หลากหลาย ปลูกสลับไปมาจนเห็นเป็นเฉดสีม่วงที่สวยงามแปลกตา สำหรับใครที่อยากรู้ว่าควรเที่ยว ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น เดือนไหน ถึงจะตอบโจทย์ทริปสั้นๆ ใกล้โตเกียวมากที่สุด พิกัดนี้คือคำตอบค่ะ เพราะดอกไม้ที่นี่จะเริ่มบานสวยตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งเร็วกว่าทางตอนเหนือ นอกจากนี้ที่นี่สามารถไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียวได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กชอปทำเครื่องหอมจากผลผลิตสดๆ ในฟาร์มได้ด้วยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ตลอดเดือนมิถุนายน
  • เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น.
  • การเดินทาง: จากสถานี Musashi-Ranzan (Tobutojo Line) ต่อรถบัสรับส่งเพียง 10 นาที
    โซนฮอกไกโด - สวรรค์ของคนรักลาเวนเดอร์ (The Best of Japan
     

 

5. ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) | เมืองฟุราโนะ
 

ทุ่งดอกไม้เจ็ดสีสลับกับทุ่งลาเวนเดอร์บนเนินเขาที่ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)

 

พิกัดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและเป็นภาพจำของเกาะฮอกไกโดเลยค่ะ ความสวยงามของ ฟาร์มโทมิตะ เกิดจากการดูแลอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะการจัดวางพรมดอกไม้เจ็ดสีที่ทอดยาวไปตามเนินเขาอย่างมีจังหวะสลับกับสีม่วงเข้มของลาเวนเดอร์ ภายในฟาร์มคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมผ่อนคลาย พร้อมทั้งมีโรงกลั่นน้ำมันหอมระเหยให้ได้เข้าชมขั้นตอนการผลิตน้ำหอมจากดอกไม้สดๆ และห้ามพลาดการนั่งพักชมวิวพร้อมทานซอฟต์เสิร์ฟสีม่วงละมุนที่เป็นซิกเนเจอร์ท่ามกลางลมเย็นๆ ของหน้าร้อนค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: 10 - 25 กรกฎาคม
  • เวลาทำการ: 08.30 – 17.30 น.
  • การเดินทาง: นั่งรถไฟขบวนพิเศษ Furano-Biei Norokko มาลงที่สถานี Lavender Batake แล้วเดินต่อเพียง 7 นาทีค่ะ
     

 

6. สวนชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai no Oka) | เมืองบิเอะ
 

วิวพรมดอกไม้หลากสีสันบนเนินเขากว้างใหญ่ที่สวนชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai no Oka)

 

หากคุณอยากเห็นความอลังการของเนินเขาดอกไม้ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา สวนชิกิไซโนะโอกะ คือสถานที่ที่ต้องปักหมุดไว้เลยค่ะ เพราะที่นี่โดดเด่นด้วยพรมดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกไล่ระดับตามความลาดชันของเนินเขาอย่างมีชั้นเชิง ทำให้เกิดมิติภาพที่สวยงามราวกับงานศิลปะชิ้นเอก โดยในช่วงหน้าร้อนสีม่วงของ ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น จะบานสะพรั่งเด่นชัดท่ามกลางสีสันของดอกไม้อื่นๆ ที่ปลูกสลับกันไป พื้นที่ที่นี่กว้างขวางมากจนมองเห็นวิวพาโนรามาได้ไกลถึงเทือกเขาไดเซ็ตสึซัง ใครที่ไม่อยากเดินให้เหนื่อย ทางสวนยังมีบริการรถลากจูงให้นั่งชมวิวชิลๆ พร้อมแวะทักทายกับเหล่าน้องอัลปาก้าสุดน่ารักที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ด้วยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ตลอดเดือนกรกฎาคม
  • เวลาทำการ: 08.40 – 17.30 น. (ช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน)
  • การเดินทาง: จากสถานี JR Bibaushi เดินต่อประมาณ 25 นาที หรือแนะนำให้ใช้บริการรถแท็กซี่จากสถานี Biei จะสะดวกกว่า โดยใช้เวลาเพียง 12 นาทีค่ะ

 


7. ไฮแลนด์ ฟุราโนะ (Highland Furano) | เมืองฟุราโนะ
 

ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสหน้าอาคารโรงแรมและออนเซ็นที่ไฮแลนด์ ฟุราโนะ (Highland Furano)

 

สำหรับใครที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก ไฮแลนด์ ฟุราโนะ คือพิกัดลับที่ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ ที่นี่โดดเด่นด้วยการเป็นทั้งโรงแรมและจุดชมวิวที่มีผืนพรมสีม่วงขนาดใหญ่ล้อมรอบอาคารไม้สุดคลาสสิก ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักที่นี่คือการได้ลงแช่ออนเซ็นธรรมชาติท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อนๆ พร้อมทอดสายตามองชมความงดงามของ ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น ที่บานสะพรั่งอยู่เบื้องหน้าแบบไม่มีอะไรกั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มวันหยุดหน้าร้อนได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเลือกมาพักค้างคืนหรือแวะมาใช้บริการออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ ก็รับรองว่าจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอนค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ต้นเดือน – ปลายเดือนกรกฎาคม
  • เวลาทำการ: ส่วนออนเซ็นเปิดให้บริการ 09.00 – 22.00 น.
  • การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ JR Furano สามารถนั่งรถบัสท้องถิ่นมาลงที่ป้าย Highland Furano (สุดสาย) ได้เลยค่ะ สะดวกมากๆ

 


8. เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า (Hill of The Buddha) | เมืองซัปโปโร
 

ส่วนเศียรพระพุทธรูปโผล่พ้นเนินทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงที่เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า (Hill of The Buddha)

 

สัมผัสความงามที่เงียบสงบและแปลกตา ณ เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง "ทาดาโอะ อันโดะ" ค่ะ ความพิเศษที่เป็นมุมซิกเนเจอร์ของที่นี่คือการออกแบบให้องค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในเนินเขาวงกลม โดยเว้นช่องว่างด้านบนไว้เพื่อให้แสงธรรมชาติสาดส่องลงมา หากมองจากภายนอก คุณจะเห็นเพียง "ส่วนเศียร" ขององค์พระโผล่พ้นเหนือทุ่งดอกไม้สีม่วงเข้ม ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบที่อยากให้เกิดความรู้สึกค้นหาและสงบนิ่ง ใครที่สงสัยว่าควรมาชม ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น เดือนไหน ถึงจะได้ภาพเศียรพระพุทธรูปท่ามกลางพรมสีม่วงที่โอบล้อมไว้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แนะนำให้มาช่วงเดือนกรกฎาคมค่ะ เพราะนอกจากจะได้รูปที่สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมสไตล์ Minimalist แล้ว ยังให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และร่วมสมัยไปพร้อมกัน

  • ช่วงเวลาแนะนำ: กลางเดือน – ปลายเดือนกรกฎาคม
  • เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ช่วงเดือนเมษายน – ตุลาคม)
  • การเดินทาง: จากสถานีรถไฟใต้ดิน Makomanai ต่อรถบัสสาย 108 มาลงที่ป้าย Makomanai Takino Reien ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20-30 นาทีค่ะ

 


9. สวนดอกไม้คุจู (Kuju Flower Park) | จังหวัดโออิตะ
 

ทุ่งลาเวนเดอร์และทิวทัศน์เทือกเขาตระการตาที่สวนดอกไม้คุจู (Kuju Flower Park)

 

สำหรับใครที่มีแผนเดินทางลงไปทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดแวะมาที่ สวนดอกไม้คุจู บนเกาะคิวชูแห่งนี้ค่ะ พื้นที่ของสวนตั้งอยู่บนที่ราบสูงคูจูอันกว้างขวาง โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาที่สลับซับซ้อนดูยิ่งใหญ่ตระการตา ในช่วงฤดูบานสะพรั่ง คุณจะได้เดินทอดน่องไปตามทางเดินที่โอบล้อมด้วย ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น สีม่วงสดใสท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายและสดชื่นกว่าพื้นราบ ความพิเศษของที่นี่คือการจัดสวนสไตล์ธรรมชาติที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในทุ่งหญ้าของยุโรป และยังมีดอกไม้เมืองหนาวสายพันธุ์อื่นๆ ปลูกสลับสับเปลี่ยนให้ชมกันแบบจุใจตลอดทั้งฤดูกาลเลยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม
  • เวลาทำการ: 08.30 – 17.30 น.
  • การเดินทาง: วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเช่ารถขับจากตัวเมืองโออิตะ หรือหากใช้รถสาธารณะให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Bungo-Taketa แล้วต่อรถแท็กซี่มายังสวนค่ะ

 


10. สวนอาราโกะกาวะ (Arakogawa Park) | เมืองนาโกย่า
 

ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งริมทางเดินและสะพานสีเขียวในสวนอาราโกะกาวะ (Arakogawa Park)

 

หากใครคิดว่าการชมดอกไม้สวยๆ ต้องออกไปนอกเมืองเพียงอย่างเดียว สวนอาราโกะกาวะ จะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดค่ะ เพราะที่นี่เป็นโอเอซิสสีม่วงขนาดใหญ่ใจกลางเมืองนาโกย่าที่เดินทางมาง่ายมาก ภายในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้มีการปลูกต้นลาเวนเดอร์ไว้นับพันต้นริมแม่น้ำที่ไหลผ่านสวน สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและสดชื่นจนลืมไปเลยว่าอยู่ในเมืองใหญ่ การได้มาเดินเล่นชม ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น ที่นี่ในช่วงพักผ่อนวันหยุด จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมบำบัดอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ในสวนยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและร้านน้ำชาเล็กๆ ให้ได้นั่งจิบเครื่องดื่มชมวิวสวนสวยๆ เป็นการปิดท้ายทริปชมดอกไม้ที่สมบูรณ์แบบและสะดวกสบายที่สุดพิกัดหนึ่งเลยค่ะ

  • ช่วงเวลาแนะนำ: ตลอดเดือนมิถุนายน
  • เวลาทำการ: เข้าชมฟรีตลอดเวลา
  • การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Aonami Line จากสถานี Nagoya มาลงที่สถานี Arakogawakoen แล้วเดินต่อเพียง 3 นาทีถึงตัวสวนทันทีค่ะ


 

 

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่ญ

Q: นอกจากการเดินชมทุ่งดอกไม้แล้ว ภายในสวนลาเวนเดอร์มักมีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง? 

A: แต่ละฟาร์มจะมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่ะ เช่น เวิร์กชอปทำเครื่องหอมหรือสบู่จากดอกลาเวนเดอร์สด การนั่งรถแทรกเตอร์ชมวิวรอบเนินเขา หรือการชิมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง "ซอฟต์เสิร์ฟรสลาเวนเดอร์" และเครื่องดื่มผสมลาเวนเดอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวหน้าร้อนได้เป็นอย่างดีค่ะ


Q: ถ้าตารางเที่ยวไม่ตรงกับช่วงเดือนกรกฎาคม ยังมีโอกาสได้เห็นลาเวนเดอร์บานที่ไหนบ้าง?

A: หากมาเร็วในช่วงเดือนมิถุนายน แนะนำให้เช็กอินที่โซนใกล้โตเกียวอย่าง ไซตามะ หรือ นาโกย่า ค่ะ แต่ถ้ามาเที่ยวช้าในช่วงเดือนสิงหาคม พิกัดบนที่สูงอย่าง ทัมบาระ ลาเวนเดอร์ ปาร์ค (กุนมะ) จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะอากาศที่เย็นกว่าทำให้ดอกไม้บานช้าและอยู่ให้ชมได้นานกว่าพิกัดอื่นๆ ค่ะ


Q: การเตรียมตัวเดินทางไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ในช่วงหน้าร้อนญี่ปุ่น มีข้อควรระวังอะไรบ้าง? 

A: สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับมือกับแสงแดดค่ะ ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และทาครีมกันแดดให้พร้อม เพราะทุ่งดอกไม้มักเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง นอกจากนี้ควรสวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย เนื่องจากพิกัดส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะในฮอกไกโด) จะเป็นทางเดินเนินเขาที่อาจมีความลาดชันในบางจุดค่ะ

 

 


การไปเยือน ทุ่งลาเวนเดอร์ ญี่ปุ่น คือหนึ่งในไฮไลต์ของหน้าร้อนที่ไม่ควรพลาดสักครั้ง ไม่ว่าคุณจะเลือกไปสัมผัสพรมสีม่วงที่ฮอกไกโด หรือชมวิวฟูจิซังริมทะเลสาบใกล้โตเกียว ทุกพิกัดล้วนมีเสน่ห์และกลิ่นหอมบำบัดที่จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนออกเดินทางในปี 2026 นี้ อย่าลืมเช็กช่วงเวลาบานของแต่ละพื้นที่เพื่อให้ไม่พลาดชมจุดที่สวยที่สุด เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วออกไปสร้างความทรงจำสีม่วงพาสเทลให้ทั่วแดนอาทิตย์อุทัยกันนะคะ รับรองว่าความงดงามของทุ่งดอกไม้เหล่านี้จะทำให้คุณตกหลุมรักญี่ปุ่นมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved