15 ที่เที่ยวเกาหลี 2026/2569 อัปเดตพิกัดฮิต เที่ยวง่ายครบทุกสไตล์

เตรียมแพ็กกระเป๋า! แล้วไปอัปเดต ที่เที่ยวเกาหลี ในปี 2026 นี้กันค่ะ
เกาหลีใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และในปี 2026 / 2569 นี้ ก็มีที่เที่ยวใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสุดล้ำ คาเฟ่ดีไซน์เก๋ หรือแหล่งช้อปปิ้งสุดชิค รวมถึงสถานที่เที่ยวสุดคลาสสิกที่ยังคงมาแรง ใครกำลังวางแผนทริป เที่ยวเกาหลี แต่ยังลังเลว่าจะไป เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี? บอกเลยว่าบทความนี้มีคำตอบครบ! ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ฮิตๆ ก็เที่ยวตามยักษ์ทัวร์กันได้เลย
ปักหมุด 15 ที่เที่ยวเกาหลี 2026 แลนด์มาร์กใหม่และจุดเช็กอินยอดฮิต

1.อินสไปร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ รีสอร์ต (Inspire Entertainment Resort)
แลนด์มาร์กใหม่ล่าสุดระดับโลกที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินอินชอน ที่นี่ไม่ใช่แค่รีสอร์ตหรู แต่เป็นอาณาจักรความบันเทิงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวเกาหลี ในปี 2026 นี้อย่างมาก ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "Aurora" ถนนสายดิจิทัลที่ประดับด้วยจอ LED ยักษ์ยาวกว่า 150 เมตร ฉายภาพศิลปะแบบ 3D ที่ดูสมจริงจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกใต้ท้องทะเลหรือป่าลึกลับ นอกจากนี้ยังมี "Splash Bay" สวนน้ำในร่มขนาดใหญ่ และห้างสรรพสินค้าสุดล้ำที่มีมุมถ่ายรูปจึ้งๆ เพียบ ใครที่เพิ่งลงเครื่องหรือเตรียมตัวกลับบ้าน ต้องแวะมาเช็กอินที่นี่ให้ได้นะคะ
วิธีเดินทาง: มีรถ Shuttle Bus รับ-ส่งฟรีจากสนามบินอินชอน (Terminal 1 และ 2)

2.พิพิธภัณฑ์ศิลปะปูซาน (Arte Museum Busan)
ไปสัมผัสประสบการณ์ศิลปะดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เมืองปูซาน ที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวเกาหลี มาแรงในปี 2026 ที่จะพาทุกคนดำดิ่งไปกับนิทรรศการแสง สี เสียง ภายใต้คอนเซปต์ "Eternal Nature" หรือธรรมชาติอันเป็นนิรันดร์ ภายในมีการจัดแสดงผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ใช้เทคโนโลยีสื่อผสมสุดล้ำ ทั้งเกลียวคลื่นยักษ์ ป่าดอกไม้ที่บานสะพรั่งไม่รู้จบ และงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ตามจังหวะก้าวเดินของเรา บอกเลยว่าสายคอนเทนต์ที่ชอบถ่ายรูปแนวอาร์ตๆ ต้องถูกใจแน่นอน
วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสสาย 17 หรือ 186 จากสถานี Nampo (Busan Metro Line 1) มาลงที่ย่านยองโด (Yeongdo)

3.สตาร์ฟิลด์ ไลบรารี่ ซูวอน (Starfield Library Suwon)
อีกหนึ่ง ที่เที่ยวเกาหลี ที่ยังคงฮิตข้ามปีมาจนถึงปี 2026 คือห้องสมุดยักษ์ที่ตั้งอยู่ในห้าง Starfield เมืองซูวอน จังหวัดคยองกี ความโดดเด่นของที่นี่คือการออกแบบสุดอลังการด้วยชั้นหนังสือขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านจากพื้นจรดเพดานถึง 3 ชั้น จนได้รับฉายาว่าเป็นห้องสมุดที่สวยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ภายในรวบรวมหนังสือจากทั่วโลกไว้มากกว่าแสนเล่ม เหมาะทั้งสำหรับคนที่อยากมานั่งอ่านหนังสือในบรรยากาศเงียบสงบ หรือสายถ่ายรูปที่ต้องการมุมเก๋ๆ ไว้อัปโซเชียล รับรองว่าภาพที่ได้จะดูสวยและมีพลังมากค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Hwaseo ทางออก 1

4.ดิออร์ ซองซู (Dior Seongsu)
สำหรับแฟนตัวยงของแบรนด์ Dior ตอนนี้สโตร์ในย่านซองซูได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ใครมา เที่ยวเกาหลี ต้องไม่พลาดมาเช็กอินค่ะ ที่นี่คือ Dior Seongsu ซึ่งออกแบบอาคารได้อย่างหรูหราให้เป็นเหมือนเรือนกระจกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสาขา Montaigne ในกรุงปารีส ด้วยการดีไซน์ที่ล้ำสมัย บวกกับสวนดอกไม้น่ารักๆ บริเวณด้านหน้า ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปสุดเก๋ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกรุงโซล ไม่ว่าจะมาเดินช้อปปิ้งหรือแค่มาเก็บภาพสวยๆ ของตัวอาคารก็คุ้มค่าสุดๆ แล้วค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Seongsu ทางออก 4

5.คาเฟ่ 943 คิงส์ครอส (943 King’s Cross Cafe)
มาอัปเดต ที่เที่ยวเกาหลี ปี 2026 ที่สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ต้องร้องกรี๊ด! กับคาเฟ่สุดชิคที่ตกแต่งในธีมโลกเวทมนตร์แบบจัดเต็มทั้งร้าน ตัวร้านมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นมีมุมถ่ายรูปและพร็อพให้เล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดคลุมพ่อมด ผ้าพันคอครบทั้ง 4 บ้าน หรือไม้กายสิทธิ์ ให้คุณได้หยิบมาแปลงร่างถ่ายรูปกันได้เต็มที่ ส่วนเมนูของกินก็มีทั้งเครื่องดื่มชื่อดังและขนมดีไซน์พิเศษที่ถอดแบบมาจากในหนังเป๊ะๆ ใครอยากสัมผัสบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในฮอกวอตส์ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) ไปลงที่สถานี Hongik University ทางออก 9 แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

6.ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า (Dongdaemun Design Plaza - DDP)
ไปต่อกันที่แลนด์มาร์กแห่งอนาคตของกรุงโซลอย่าง ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า ซึ่งจัดเป็น ที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตตลอดกาลที่สายอาร์ตและสายแฟชั่นห้ามพลาด ที่นี่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสุดล้ำที่มีโครงสร้างโค้งมนแปลกตาคล้ายกับยานอวกาศขนาดใหญ่ ภายในเป็นศูนย์รวมของงานออกแบบ นิทรรศการระดับโลก และกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมาย โดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่จะมีการเปิดไฟส่องสว่างตัวอาคารอย่างสวยงาม ให้บรรยากาศที่ดูทันสมัยและถ่ายรูปออกมาเท่สุดๆ ไปเลยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว), สาย 4 (สีฟ้า) หรือสาย 5 (สีม่วง) ไปลงที่สถานี Dongdaemun History & Culture Park ทางออกที่ 1

7.ลอตเต้ เวิลด์ ทาวเวอร์ (Lotte World Tower)
หากใครกำลังมองหาสถานที่ชมวิวสุดอลังการในกรุงโซล ลอตเต้ เวิลด์ ทาวเวอร์ คือลิสต์ที่คุณต้องจดไว้เมื่อมา เที่ยวเกาหลี ค่ะ เพราะที่นี่เป็นตึกสูงระฟ้า 123 ชั้น ด้วยความสูงถึง 555 เมตร จึงครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ ภายในอัดแน่นไปด้วยความบันเทิง ทั้งโรงแรมหรู โรงภาพยนตร์ และห้างสรรพสินค้า แต่ที่เป็นไฮไลต์เด็ดคือ "Seoul Sky" หอชมวิวบนชั้น 117-123 ที่ให้คุณได้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา หากมาในวันที่ฟ้าโปร่งใส คุณอาจจะมองเห็นไปไกลถึงชายแดนประเทศเกาหลีเหนือเลยทีเดียว
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) หรือสาย 8 (สีชมพู) ลงที่สถานี Jamsil ทางออก 2 จากนั้นเดินเข้าห้าง Lotte World Mall เพื่อเชื่อมต่อไปยังตัวทาวเวอร์ได้เลย

8.มหาวิทยาลัยคยองฮี (Kyung Hee University)
มหาวิทยาลัยชื่อดังของเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิก จนได้รับฉายาว่าเป็น “มหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในโซล” เลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือก เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี เพื่อมาชมความงามของดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งที่นี่ ขอแนะนำช่วงต้นเดือนเมษายน หรือจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีส้มแดงโอบล้อมอาคารหินสุดคลาสสิก บรรยากาศของที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปเดินอยู่ในปราสาทเทพนิยายแถบยุโรปจริงๆ ค่ะ
วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1 และสาย Jungang Line ลงสถานี Hoegi ทางออกที่ 1 จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที

9.สวนสาธารณะฮานึล (Haneul Park)
สำหรับสายชิลที่อยากพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติ ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่สวนสาธารณะฮานึล หนึ่งใน ที่เที่ยวเกาหลี ที่มีชื่อเสียงเรื่องทัศนียภาพอันงดงามบนเนินเขาสูง ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้า Eulalia จะบานสะพรั่งสวยงามที่สุด และมีการจัดงานเทศกาล Seoul Eulalia Festival ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งทุ่งหญ้ากว้างใหญ่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองอร่ามพริ้วไหวตามสายลม ไม่ว่าจะเดินเล่นรับลมหรือถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยจึ้งใจสุดๆ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 6 (สีน้ำตาล) ไปลงที่สถานี World Cup Stadium ทางออก 1 จากนั้นเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือใช้บริการรถกอล์ฟไฟฟ้าของสวนได้เลยค่ะ

10.พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
ถ้ามาถึงโซลแล้วไม่ได้ใส่ชุดฮันบกเดินเที่ยวชมพระราชวังเคียงบกกุง ถือว่าพลาดมากค่ะ เพราะที่นี่คือ ที่เที่ยวเกาหลี ยอดนิยมตลอดกาลที่รวบรวมความสวยงามของประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไว้อย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งนักท่องเที่ยวสายคอนเทนต์บอกเลยว่าต้องถูกใจแน่ๆ เพราะนอกจากจะได้รูปสวยๆ กลับไปอัปลงโซเชียลแล้ว หากใครใส่ชุดฮันบก (ไม่ว่าหญิงหรือชาย) ก็จะสามารถเข้าชมพระราชวังได้ฟรีอีกด้วย เป็นจุดเช็กอินที่ให้บรรยากาศย้อนยุคแบบเกาหลีเกาใจสุดๆ เลยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 (สีส้ม) ไปลงที่สถานี Gyeongbokgung Palace ทางออก 2

11.หมู่บ้านอึนพยอง ฮันอก (Eunpyeong Hanok Village)
ใครที่อยากถ่ายรูปสวยตามรอยซีรีส์เกาหลีย้อนยุคแบบสงบๆ ต้องมาเช็กอินที่นี่เลยค่ะ หมู่บ้านอึนพยอง ฮันอก เป็นหมู่บ้านบ้านฮันอกสไตล์โบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาบุกฮันซาน แม้จะเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่แต่ก็ยังคงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านพักอาศัย พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ดีไซน์สวยที่มองเห็นวิวยอดเขาได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งพิกัดสำหรับการมา เที่ยวเกาหลี ที่ให้บรรยากาศเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยแน่นอนค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 (สีส้ม) หรือสาย 6 (สีเขียวอ่อน) ไปลงที่สถานี Yeonshinnae ทางออก 3 แล้วต่อรถบัสสาย 701 หรือ 7211 ไปลงที่หมู่บ้านอึนพยองได้เลยค่ะ

12.ย่านอิกซอนดง (Ikseon-dong)
อีกหนึ่ง ที่เที่ยวเกาหลี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครต้องยกให้ย่านอิกซอนดงเลยค่ะ ที่นี่โดดเด่นด้วยการผสมผสานความคลาสสิกของหมู่บ้านฮันอกโบราณเข้ากับความทันสมัยของร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารสุดชิคที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย บรรยากาศภายในย่านนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต แต่ยังมีความเก๋สไตล์โมเดิร์นอยู่ทุกมุม จึงไม่แปลกใจเลยที่อิกซอนดงจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ทั้งคนเกาหลีและชาวต่างชาติต่างต้องแวะมาเดินเล่นและนั่งคาเฟ่ชิลล์ๆ กันค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 3 หรือ 5 ไปลงที่สถานี Jongno 3-ga ทางออก 4

13.สวนน้ำเจจู (Waterworld Jeju)
หากใครมีแพลนบินลงใต้ไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะเชจู สวนน้ำเจจู คือพิกัดที่ต้องใส่ไว้ในลิสต์เลยค่ะ ที่นี่เป็นสวนน้ำและสปาที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะเชจู ซึ่งกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมสำหรับคนที่มา เที่ยวเกาหลี ในปี 2026 เพราะมีครบทั้งความสนุกและความผ่อนคลาย ไฮไลต์อยู่ที่สระว่ายน้ำขนาดมหึมาพร้อมคลื่นเทียมที่ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นน้ำทะเลจริงๆ รวมถึงสไลเดอร์สุดตื่นเต้นหลายรูปแบบ และยังมีโซนซาวน่าสไตล์เกาหลี (Jjimjilbang) ให้ได้นั่งพักผ่อนชิลล์ๆ หลังเล่นน้ำเสร็จ ถือเป็นสถานที่ที่มาเที่ยวได้ทุกวัยและสนุกได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ
วิธีเดินทาง: จากสนามบินเชจู สามารถนั่งรถบัส Airport Limousine (สาย 600) มาลงที่ย่าน Seogwipo World Cup Stadium ซึ่งตัวสวนน้ำจะตั้งอยู่ภายในอาคารสนามกีฬาค่ะ

14.ย่านยอนนัมดง (Yeonnam-dong)
ถ้าคุณกำลังมองหาแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นเทสดีและคาเฟ่ลับสไตล์เกาหลีแท้ๆ ย่านยอนนัมดงคือ ที่เที่ยวเกาหลี ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้ค่ะ ย่านนี้โดดเด่นด้วย "สวนสาธารณะกยองอึยซอน" (Gyeongui Line Forest Park) สวนสาธารณะแนวยาวที่ดัดแปลงมาจากทางรถไฟเก่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยและต้นเมเปิลที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มสดใส ทำให้บรรยากาศการนั่งปิกนิกหรือเดินเล่นรับลมดูโรแมนติกและอาร์ตขึ้นไปอีกเท่าตัว นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยร้าน Select Shop และร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการผสมผสานความเรียบง่ายและไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัวที่สุดในกรุงโซลเลยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) ไปลงที่สถานี Hongik University ทางออก 3

15.สะพานโซยางกัง สกายวอล์ค (Soyanggang Skywalk)
ปิดท้ายทริปด้วยการออกนอกเมืองโซลไปรับลมธรรมชาติที่เมืองชุนชอน กับสะพานเดินกระจกใสที่ยาวที่สุดในประเทศ ซึ่งจัดเป็น ที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตสำหรับสายถ่ายรูปที่ต้องการความตื่นเต้น ไฮไลต์อยู่ที่การเดินบนสะพานกระจกใสระยะทางกว่า 156 เมตรที่ทอดยาวลงไปในแม่น้ำโซยาง ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนผิวน้ำจริงๆ บริเวณปลายสะพานยังมีลานชมวิววงกลมที่มองเห็นทัศนียภาพของขุนเขาและสายน้ำได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยิ่งถ้ามาช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มที่ตกกระทบผิวน้ำจะสวยงามจนลืมหายใจเลยล่ะค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ ITX-Cheongchun หรือรถไฟสาย Gyeongchun ไปลงที่สถานี Chuncheon แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถบัสประจำทางมายังสะพานได้เลยค่ะ
เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี?
หากคุณกำลังวางแผนทริปแต่ยังลังเลว่าจะเลือก เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละฤดูกาลจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุดค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงปลายเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นที่สดใส อุณหภูมิจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10°C ถึง 20°C อากาศในช่วงนี้จะเย็นสบายกำลังดี ท้องฟ้าโปร่งใส เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมเมืองหรือใส่ชุดฮันบกถ่ายรูปตามพระราชวังโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเหงื่อ ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยคือการชมดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งเมืองในช่วงต้นเดือนเมษายน
- ฤดูร้อน (ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม) อากาศจะเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อนชื้นคล้ายกับบ้านเรา อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 23°C ถึง 30°C และอาจสูงกว่านี้ในบางวัน แม้จะเป็นช่วงที่มีฝนตกบ้างแต่ก็เป็นฤดูที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับสายกิจกรรม ตะลุยสวนน้ำคลายร้อน หรือจะเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าและนั่งชิลล์ในคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์เพื่อหลบแดดก็เพลินไปอีกแบบ
- ฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน) บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นความโรแมนติก อุณหภูมิจะค่อยๆ ลดต่ำลงจาก 25°C จนถึง 10°C ในช่วงปลายฤดู อากาศจะเริ่มแห้งและหนาวเย็นลงเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสวยที่สุด เพราะต้นไม้น้อยใหญ่จะพากันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม แดง และเหลือง ไฮไลต์คือการชมใบไม้เปลี่ยนสีตามจุดชมวิวต่างๆ และการชมทุ่งหญ้าสีทองอร่ามที่สวนสาธารณะฮานึลในเดือนตุลาคม ถือเป็นที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตในช่วงนี้เลยทีเดียว
- ฤดูหนาว (ช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) ในช่วงนี้อุณหภูมิจะลดต่ำลงอยู่ที่ประมาณ -5°C ถึง 5°C และมักจะติดลบหนักในช่วงกลางคืน เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมบนหิมะ เช่น การเล่นสกี หรือการเดินชมไฟประดับในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และที่พลาดไม่ได้คือการเข้าไปอบอุ่นร่างกายในซาวน่าเกาหลีหรือจิมจิลบัง ซึ่งจะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากอากาศหนาวจัดได้เป็นอย่างดี
FAQ: คำถามที่พบบ่อยในการเที่ยวเกาหลี 2569
1. ไปเที่ยวเกาหลี 2569 ต้องลงทะเบียน K-ETA หรือขอวีซ่าไหม?
คำตอบ: ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยยังคงต้องลงทะเบียน K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางค่ะ (ยกเว้นกรณีมีการประกาศยกเว้นเป็นพิเศษ) หากผ่านแล้วจะสามารถอยู่เที่ยวได้นานถึง 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าค่ะ
2. ค่าเงินเกาหลีตอนนี้เท่าไหร่ และใช้อะไรชำระเงินคุ้มที่สุด?
คำตอบ: ค่าเงินเกาหลีใช้สกุลเงิน วอน (KRW) ค่ะ แนะนำให้แลกเงินสดติดตัวไว้เล็กน้อยสำหรับร้านสตรีทฟู้ด ส่วนการใช้จ่ายทั่วไป แนะนำให้ใช้ Travel Card ของธนาคารต่างๆ หรือแอปพลิเคชันอย่าง GLN สแกนจ่ายได้สะดวกและเรตดีมากค่ะ
3. เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง กับไปกับทัวร์ แบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบ: หากชอบอิสระ อยากนั่งคาเฟ่ลับๆ นานๆ การเที่ยวเองก็ตอบโจทย์ค่ะ แต่ถ้าเน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องปวดหัวกับการจองรถไฟ หรือกลัวเรื่องการผ่าน ตม. การเลือกไปกับ บริษัททัวร์ที่น่าเชื่อถือ จะช่วยดูแลเรื่องเอกสารและการเดินทางให้ครบวงจร ทำให้เที่ยวได้อย่างสบายใจกว่าค่ะ
4. ปลั๊กไฟที่เกาหลีเป็นแบบไหน ต้องเตรียมตัวแปลงไปไหม?
คำตอบ: เกาหลีใช้แรงดันไฟฟ้า 220V เหมือนไทย แต่ปลั๊กเป็น แบบขากลมคู่ (Type C / F) ที่มีรูกลมลึกลงไป แนะนำให้พก Universal Adapter ติดตัวไปด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าชาร์จอุปกรณ์ได้ทุกชนิดค่ะ
5. ช่วงไหนที่ตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีราคาถูกที่สุด?
คำตอบ: โดยปกติช่วงที่ตั๋วราคาประหยัดจะอยู่ในช่วง ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) ค่ะ แม้อากาศจะร้อนหน่อยแต่จะได้ราคาที่คุ้มค่ามาก ส่วนช่วงที่แพงที่สุดจะเป็นช่วงสงกรานต์ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม) ค่ะ
ที่เที่ยวเกาหลี 2026 ทั้ง 15 พิกัดนี้ล้วนแต่เป็นสถานที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวธรรมชาติ ที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไปจนถึงที่เที่ยวใหม่ๆ ล้ำสมัย บอกเลยว่าหลากหลายและครบรสมาก ใครอยากไปเที่ยวตามแนะนำให้เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปกดชัตเตอร์รัวๆ กับทริป เที่ยวเกาหลีกันค่ะ
