Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

15 ที่เที่ยวเกาหลี 2026/2569 อัปเดตพิกัดฮิต เที่ยวง่ายครบทุกสไตล์

25 กุมภาพันธ์ 2569
YakTour Blog
แนะนำ 15 ที่เที่ยวเกาหลี ปี 2026 แลนด์มาร์กใหม่และจุดเช็กอินยอดฮิต

เตรียมแพ็กกระเป๋า! แล้วไปอัปเดต ที่เที่ยวเกาหลี ในปี 2026 นี้กันค่ะ

เกาหลีใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และในปี 2026 / 2569 นี้ ก็มีที่เที่ยวใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสุดล้ำ คาเฟ่ดีไซน์เก๋ หรือแหล่งช้อปปิ้งสุดชิค รวมถึงสถานที่เที่ยวสุดคลาสสิกที่ยังคงมาแรง ใครกำลังวางแผนทริป เที่ยวเกาหลี แต่ยังลังเลว่าจะไป เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี? บอกเลยว่าบทความนี้มีคำตอบครบ! ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ฮิตๆ ก็เที่ยวตามยักษ์ทัวร์กันได้เลย


ปักหมุด 15 ที่เที่ยวเกาหลี 2026 แลนด์มาร์กใหม่และจุดเช็กอินยอดฮิต

 

ถนนสายดิจิทัล Aurora ภายใน Inspire Entertainment Resort แสดงจอ LED ยักษ์ฉายภาพศิลปะ 3D แสงสีตระการตาบนเพดานและผนัง

 


1.อินสไปร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ รีสอร์ต (Inspire Entertainment Resort)

แลนด์มาร์กใหม่ล่าสุดระดับโลกที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินอินชอน ที่นี่ไม่ใช่แค่รีสอร์ตหรู แต่เป็นอาณาจักรความบันเทิงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวเกาหลี ในปี 2026 นี้อย่างมาก ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "Aurora" ถนนสายดิจิทัลที่ประดับด้วยจอ LED ยักษ์ยาวกว่า 150 เมตร ฉายภาพศิลปะแบบ 3D ที่ดูสมจริงจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกใต้ท้องทะเลหรือป่าลึกลับ นอกจากนี้ยังมี "Splash Bay" สวนน้ำในร่มขนาดใหญ่ และห้างสรรพสินค้าสุดล้ำที่มีมุมถ่ายรูปจึ้งๆ เพียบ ใครที่เพิ่งลงเครื่องหรือเตรียมตัวกลับบ้าน ต้องแวะมาเช็กอินที่นี่ให้ได้นะคะ

วิธีเดินทาง: มีรถ Shuttle Bus รับ-ส่งฟรีจากสนามบินอินชอน (Terminal 1 และ 2)


 

งานแสดงศิลปะดิจิทัลคอนเซปต์ Eternal Nature ภายใน Arte Museum Busan ที่แสดงภาพดอกไม้เคลื่อนไหวได้แบบเสมือนจริงรอบตัวผู้เข้าชม

 

 

2.พิพิธภัณฑ์ศิลปะปูซาน (Arte Museum Busan)

ไปสัมผัสประสบการณ์ศิลปะดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เมืองปูซาน ที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวเกาหลี มาแรงในปี 2026 ที่จะพาทุกคนดำดิ่งไปกับนิทรรศการแสง สี เสียง ภายใต้คอนเซปต์ "Eternal Nature" หรือธรรมชาติอันเป็นนิรันดร์ ภายในมีการจัดแสดงผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ใช้เทคโนโลยีสื่อผสมสุดล้ำ ทั้งเกลียวคลื่นยักษ์ ป่าดอกไม้ที่บานสะพรั่งไม่รู้จบ และงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ตามจังหวะก้าวเดินของเรา บอกเลยว่าสายคอนเทนต์ที่ชอบถ่ายรูปแนวอาร์ตๆ ต้องถูกใจแน่นอน 

วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสสาย 17 หรือ 186 จากสถานี Nampo (Busan Metro Line 1) มาลงที่ย่านยองโด (Yeongdo)
 

 

ดีไซน์สถาปัตยกรรมสุดอลังการของห้องสมุด Starfield Library Suwon ในเมืองซูวอนที่มีชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน

 

 

3.สตาร์ฟิลด์ ไลบรารี่ ซูวอน (Starfield Library Suwon)

อีกหนึ่ง ที่เที่ยวเกาหลี ที่ยังคงฮิตข้ามปีมาจนถึงปี 2026 คือห้องสมุดยักษ์ที่ตั้งอยู่ในห้าง Starfield เมืองซูวอน จังหวัดคยองกี ความโดดเด่นของที่นี่คือการออกแบบสุดอลังการด้วยชั้นหนังสือขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านจากพื้นจรดเพดานถึง 3 ชั้น จนได้รับฉายาว่าเป็นห้องสมุดที่สวยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ภายในรวบรวมหนังสือจากทั่วโลกไว้มากกว่าแสนเล่ม เหมาะทั้งสำหรับคนที่อยากมานั่งอ่านหนังสือในบรรยากาศเงียบสงบ หรือสายถ่ายรูปที่ต้องการมุมเก๋ๆ ไว้อัปโซเชียล รับรองว่าภาพที่ได้จะดูสวยและมีพลังมากค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Hwaseo ทางออก 1
 

 

สถาปัตยกรรมอาคารเรือนกระจกสุดล้ำของแบรนด์ Dior ในย่านซองซู แสดงการตกแต่งหน้าร้านที่สวยงามและบรรยากาศสวนดอกไม้ด้านหน้าในมุมมองต่างๆ

 

 

4.ดิออร์ ซองซู (Dior Seongsu)

สำหรับแฟนตัวยงของแบรนด์ Dior ตอนนี้สโตร์ในย่านซองซูได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ใครมา เที่ยวเกาหลี ต้องไม่พลาดมาเช็กอินค่ะ ที่นี่คือ Dior Seongsu ซึ่งออกแบบอาคารได้อย่างหรูหราให้เป็นเหมือนเรือนกระจกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสาขา Montaigne ในกรุงปารีส ด้วยการดีไซน์ที่ล้ำสมัย บวกกับสวนดอกไม้น่ารักๆ บริเวณด้านหน้า ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปสุดเก๋ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกรุงโซล ไม่ว่าจะมาเดินช้อปปิ้งหรือแค่มาเก็บภาพสวยๆ ของตัวอาคารก็คุ้มค่าสุดๆ แล้วค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Seongsu ทางออก 4
 

 

เครื่องดื่มและขนมดีไซน์พิเศษเสิร์ฟในคาเฟ่ 943 King’s Cross Cafe ธีมโลกพ่อมด ตกแต่งร้านด้วยเชิงเทียนและภาพวาดคลาสสิก ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเวทมนตร์

 

 

5.คาเฟ่ 943 คิงส์ครอส (943 King’s Cross Cafe)

มาอัปเดต ที่เที่ยวเกาหลี ปี 2026 ที่สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ต้องร้องกรี๊ด! กับคาเฟ่สุดชิคที่ตกแต่งในธีมโลกเวทมนตร์แบบจัดเต็มทั้งร้าน ตัวร้านมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นมีมุมถ่ายรูปและพร็อพให้เล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดคลุมพ่อมด ผ้าพันคอครบทั้ง 4 บ้าน หรือไม้กายสิทธิ์ ให้คุณได้หยิบมาแปลงร่างถ่ายรูปกันได้เต็มที่ ส่วนเมนูของกินก็มีทั้งเครื่องดื่มชื่อดังและขนมดีไซน์พิเศษที่ถอดแบบมาจากในหนังเป๊ะๆ ใครอยากสัมผัสบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในฮอกวอตส์ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) ไปลงที่สถานี Hongik University ทางออก 9 แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
 

 

มุมมองต่างๆ ของทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสุดล้ำที่มีโครงสร้างโค้งมนแปลกตาคล้ายกับยานอวกาศขนาดใหญ่

 

 

6.ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า (Dongdaemun Design Plaza - DDP)

ไปต่อกันที่แลนด์มาร์กแห่งอนาคตของกรุงโซลอย่าง ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า ซึ่งจัดเป็น ที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตตลอดกาลที่สายอาร์ตและสายแฟชั่นห้ามพลาด ที่นี่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสุดล้ำที่มีโครงสร้างโค้งมนแปลกตาคล้ายกับยานอวกาศขนาดใหญ่ ภายในเป็นศูนย์รวมของงานออกแบบ นิทรรศการระดับโลก และกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมาย โดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่จะมีการเปิดไฟส่องสว่างตัวอาคารอย่างสวยงาม ให้บรรยากาศที่ดูทันสมัยและถ่ายรูปออกมาเท่สุดๆ ไปเลยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว), สาย 4 (สีฟ้า) หรือสาย 5 (สีม่วง) ไปลงที่สถานี Dongdaemun History & Culture Park ทางออกที่ 1
 

 

สถาปัตยกรรมตึกที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้และทัศนียภาพพาโนรามาของสวนสนุก Lotte World จากมุมสูง รวมถึงโซนกระจกใส Seoul Sky ยามพระอาทิตย์ตก

 

 

7.ลอตเต้ เวิลด์ ทาวเวอร์ (Lotte World Tower)

หากใครกำลังมองหาสถานที่ชมวิวสุดอลังการในกรุงโซล ลอตเต้ เวิลด์ ทาวเวอร์ คือลิสต์ที่คุณต้องจดไว้เมื่อมา เที่ยวเกาหลี ค่ะ เพราะที่นี่เป็นตึกสูงระฟ้า 123 ชั้น ด้วยความสูงถึง 555 เมตร จึงครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ ภายในอัดแน่นไปด้วยความบันเทิง ทั้งโรงแรมหรู โรงภาพยนตร์ และห้างสรรพสินค้า แต่ที่เป็นไฮไลต์เด็ดคือ "Seoul Sky" หอชมวิวบนชั้น 117-123 ที่ให้คุณได้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา หากมาในวันที่ฟ้าโปร่งใส คุณอาจจะมองเห็นไปไกลถึงชายแดนประเทศเกาหลีเหนือเลยทีเดียว

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) หรือสาย 8 (สีชมพู) ลงที่สถานี Jamsil ทางออก 2 จากนั้นเดินเข้าห้าง Lotte World Mall เพื่อเชื่อมต่อไปยังตัวทาวเวอร์ได้เลย
 

 

อาคารหินสไตล์ยุโรปคลาสสิกในมหาวิทยาลัยคยองฮี รายล้อมด้วยดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งทั่วบริเวณในฤดูใบไม้ผลิ

 

 

8.มหาวิทยาลัยคยองฮี (Kyung Hee University)

มหาวิทยาลัยชื่อดังของเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิก จนได้รับฉายาว่าเป็น “มหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในโซล” เลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือก เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี เพื่อมาชมความงามของดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งที่นี่ ขอแนะนำช่วงต้นเดือนเมษายน หรือจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีส้มแดงโอบล้อมอาคารหินสุดคลาสสิก บรรยากาศของที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปเดินอยู่ในปราสาทเทพนิยายแถบยุโรปจริงๆ ค่ะ

วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1 และสาย Jungang Line ลงสถานี Hoegi ทางออกที่ 1 จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที
 

 

ทุ่งหญ้า Eulalia สีน้ำตาลทองบานสะพรั่งเต็มเนินเขาที่ สวนสาธารณะฮานึลในฤดูใบไม้ร่วง

 

 

9.สวนสาธารณะฮานึล (Haneul Park)

สำหรับสายชิลที่อยากพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติ ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่สวนสาธารณะฮานึล หนึ่งใน ที่เที่ยวเกาหลี ที่มีชื่อเสียงเรื่องทัศนียภาพอันงดงามบนเนินเขาสูง ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้า Eulalia จะบานสะพรั่งสวยงามที่สุด และมีการจัดงานเทศกาล Seoul Eulalia Festival ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งทุ่งหญ้ากว้างใหญ่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองอร่ามพริ้วไหวตามสายลม ไม่ว่าจะเดินเล่นรับลมหรือถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยจึ้งใจสุดๆ 

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 6 (สีน้ำตาล) ไปลงที่สถานี World Cup Stadium ทางออก 1 จากนั้นเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือใช้บริการรถกอล์ฟไฟฟ้าของสวนได้เลยค่ะ
 

 

สถาปัตยกรรมพระราชวังเกาหลีโบราณ พร้อมกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สวมชุดฮันบกเดินชมความสวยงามภายในพระราชวังเคียงบกกุง

 

10.พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

ถ้ามาถึงโซลแล้วไม่ได้ใส่ชุดฮันบกเดินเที่ยวชมพระราชวังเคียงบกกุง ถือว่าพลาดมากค่ะ เพราะที่นี่คือ ที่เที่ยวเกาหลี ยอดนิยมตลอดกาลที่รวบรวมความสวยงามของประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไว้อย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งนักท่องเที่ยวสายคอนเทนต์บอกเลยว่าต้องถูกใจแน่ๆ เพราะนอกจากจะได้รูปสวยๆ กลับไปอัปลงโซเชียลแล้ว หากใครใส่ชุดฮันบก (ไม่ว่าหญิงหรือชาย) ก็จะสามารถเข้าชมพระราชวังได้ฟรีอีกด้วย เป็นจุดเช็กอินที่ให้บรรยากาศย้อนยุคแบบเกาหลีเกาใจสุดๆ เลยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 (สีส้ม) ไปลงที่สถานี Gyeongbokgung Palace ทางออก 2
 

 

มุมมองต่างๆ ของหมู่บ้านฮันอกสมัยใหม่ที่คงดีไซน์ดั้งเดิม ท่ามกลางหุบเขาบุกฮันซาน บรรยากาศเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา

 

 

11.หมู่บ้านอึนพยอง ฮันอก (Eunpyeong Hanok Village)

ใครที่อยากถ่ายรูปสวยตามรอยซีรีส์เกาหลีย้อนยุคแบบสงบๆ ต้องมาเช็กอินที่นี่เลยค่ะ หมู่บ้านอึนพยอง ฮันอก เป็นหมู่บ้านบ้านฮันอกสไตล์โบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาบุกฮันซาน แม้จะเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่แต่ก็ยังคงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านพักอาศัย พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ดีไซน์สวยที่มองเห็นวิวยอดเขาได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งพิกัดสำหรับการมา เที่ยวเกาหลี ที่ให้บรรยากาศเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยแน่นอนค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 (สีส้ม) หรือสาย 6 (สีเขียวอ่อน) ไปลงที่สถานี Yeonshinnae ทางออก 3 แล้วต่อรถบัสสาย 701 หรือ 7211 ไปลงที่หมู่บ้านอึนพยองได้เลยค่ะ
 

 

ตรอกซอกซอยย่านอิกซอนดงที่เต็มไปด้วยร้านอาหารสุดชิคในอาคารสไตล์เกาหลีดั้งเดิม

 

12.ย่านอิกซอนดง (Ikseon-dong)

อีกหนึ่ง ที่เที่ยวเกาหลี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครต้องยกให้ย่านอิกซอนดงเลยค่ะ ที่นี่โดดเด่นด้วยการผสมผสานความคลาสสิกของหมู่บ้านฮันอกโบราณเข้ากับความทันสมัยของร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารสุดชิคที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย บรรยากาศภายในย่านนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต แต่ยังมีความเก๋สไตล์โมเดิร์นอยู่ทุกมุม จึงไม่แปลกใจเลยที่อิกซอนดงจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ทั้งคนเกาหลีและชาวต่างชาติต่างต้องแวะมาเดินเล่นและนั่งคาเฟ่ชิลล์ๆ กันค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 3 หรือ 5 ไปลงที่สถานี Jongno 3-ga ทางออก 4
 

 

บรรยากาศสวนน้ำและสปาบนเกาะเชจู แสดงสระน้ำขนาดมหึมาท่ามกลางการตกแต่งผนังหินจำลองและจอมัลติมีเดียสีสันตระการตา

 

 

13.สวนน้ำเจจู (Waterworld Jeju)

หากใครมีแพลนบินลงใต้ไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะเชจู สวนน้ำเจจู คือพิกัดที่ต้องใส่ไว้ในลิสต์เลยค่ะ ที่นี่เป็นสวนน้ำและสปาที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะเชจู ซึ่งกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมสำหรับคนที่มา เที่ยวเกาหลี ในปี 2026 เพราะมีครบทั้งความสนุกและความผ่อนคลาย ไฮไลต์อยู่ที่สระว่ายน้ำขนาดมหึมาพร้อมคลื่นเทียมที่ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นน้ำทะเลจริงๆ รวมถึงสไลเดอร์สุดตื่นเต้นหลายรูปแบบ และยังมีโซนซาวน่าสไตล์เกาหลี (Jjimjilbang) ให้ได้นั่งพักผ่อนชิลล์ๆ หลังเล่นน้ำเสร็จ ถือเป็นสถานที่ที่มาเที่ยวได้ทุกวัยและสนุกได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ

วิธีเดินทาง: จากสนามบินเชจู สามารถนั่งรถบัส Airport Limousine (สาย 600) มาลงที่ย่าน Seogwipo World Cup Stadium ซึ่งตัวสวนน้ำจะตั้งอยู่ภายในอาคารสนามกีฬาค่ะ
 

 

บรรยากาศทางเดินในสวนสาธารณะกยองอึยซอน ย่านยอนนัมดง ท่ามกลางอุโมงค์ต้นไม้ใบไม้เปลี่ยนสีสีเหลืองทองและส้มสดใสในฤดูใบไม้ร่วง

 

 

14.ย่านยอนนัมดง (Yeonnam-dong)

ถ้าคุณกำลังมองหาแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นเทสดีและคาเฟ่ลับสไตล์เกาหลีแท้ๆ ย่านยอนนัมดงคือ ที่เที่ยวเกาหลี ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้ค่ะ ย่านนี้โดดเด่นด้วย "สวนสาธารณะกยองอึยซอน" (Gyeongui Line Forest Park) สวนสาธารณะแนวยาวที่ดัดแปลงมาจากทางรถไฟเก่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยและต้นเมเปิลที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มสดใส ทำให้บรรยากาศการนั่งปิกนิกหรือเดินเล่นรับลมดูโรแมนติกและอาร์ตขึ้นไปอีกเท่าตัว นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยร้าน Select Shop และร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการผสมผสานความเรียบง่ายและไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัวที่สุดในกรุงโซลเลยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) ไปลงที่สถานี Hongik University ทางออก 3
 

 

สะพานกระจกใส Soyanggang Skywalk เหนือแม่น้ำโซยาง เมืองชุนชอน อีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดในลิสต์ ที่เที่ยวเกาหลี 2026

 

 

15.สะพานโซยางกัง สกายวอล์ค (Soyanggang Skywalk)

ปิดท้ายทริปด้วยการออกนอกเมืองโซลไปรับลมธรรมชาติที่เมืองชุนชอน กับสะพานเดินกระจกใสที่ยาวที่สุดในประเทศ ซึ่งจัดเป็น ที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตสำหรับสายถ่ายรูปที่ต้องการความตื่นเต้น ไฮไลต์อยู่ที่การเดินบนสะพานกระจกใสระยะทางกว่า 156 เมตรที่ทอดยาวลงไปในแม่น้ำโซยาง ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนผิวน้ำจริงๆ บริเวณปลายสะพานยังมีลานชมวิววงกลมที่มองเห็นทัศนียภาพของขุนเขาและสายน้ำได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยิ่งถ้ามาช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มที่ตกกระทบผิวน้ำจะสวยงามจนลืมหายใจเลยล่ะค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ ITX-Cheongchun หรือรถไฟสาย Gyeongchun ไปลงที่สถานี Chuncheon แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถบัสประจำทางมายังสะพานได้เลยค่ะ

 

เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี?

หากคุณกำลังวางแผนทริปแต่ยังลังเลว่าจะเลือก เที่ยวเกาหลี เดือนไหนดี การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละฤดูกาลจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุดค่ะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงปลายเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นที่สดใส อุณหภูมิจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10°C ถึง 20°C อากาศในช่วงนี้จะเย็นสบายกำลังดี ท้องฟ้าโปร่งใส เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมเมืองหรือใส่ชุดฮันบกถ่ายรูปตามพระราชวังโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเหงื่อ ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยคือการชมดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งเมืองในช่วงต้นเดือนเมษายน
     
  • ฤดูร้อน (ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม) อากาศจะเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อนชื้นคล้ายกับบ้านเรา อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 23°C ถึง 30°C และอาจสูงกว่านี้ในบางวัน แม้จะเป็นช่วงที่มีฝนตกบ้างแต่ก็เป็นฤดูที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับสายกิจกรรม ตะลุยสวนน้ำคลายร้อน หรือจะเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าและนั่งชิลล์ในคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์เพื่อหลบแดดก็เพลินไปอีกแบบ
     
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน) บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นความโรแมนติก อุณหภูมิจะค่อยๆ ลดต่ำลงจาก 25°C จนถึง 10°C ในช่วงปลายฤดู อากาศจะเริ่มแห้งและหนาวเย็นลงเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสวยที่สุด เพราะต้นไม้น้อยใหญ่จะพากันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม แดง และเหลือง ไฮไลต์คือการชมใบไม้เปลี่ยนสีตามจุดชมวิวต่างๆ และการชมทุ่งหญ้าสีทองอร่ามที่สวนสาธารณะฮานึลในเดือนตุลาคม ถือเป็นที่เที่ยวเกาหลี ยอดฮิตในช่วงนี้เลยทีเดียว
     
  • ฤดูหนาว (ช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) ในช่วงนี้อุณหภูมิจะลดต่ำลงอยู่ที่ประมาณ -5°C ถึง 5°C และมักจะติดลบหนักในช่วงกลางคืน เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมบนหิมะ เช่น การเล่นสกี หรือการเดินชมไฟประดับในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และที่พลาดไม่ได้คือการเข้าไปอบอุ่นร่างกายในซาวน่าเกาหลีหรือจิมจิลบัง ซึ่งจะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากอากาศหนาวจัดได้เป็นอย่างดี


 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยในการเที่ยวเกาหลี 2569

1. ไปเที่ยวเกาหลี 2569 ต้องลงทะเบียน K-ETA หรือขอวีซ่าไหม?
คำตอบ: ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยยังคงต้องลงทะเบียน K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางค่ะ (ยกเว้นกรณีมีการประกาศยกเว้นเป็นพิเศษ) หากผ่านแล้วจะสามารถอยู่เที่ยวได้นานถึง 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าค่ะ
 

2. ค่าเงินเกาหลีตอนนี้เท่าไหร่ และใช้อะไรชำระเงินคุ้มที่สุด?
คำตอบ: ค่าเงินเกาหลีใช้สกุลเงิน วอน (KRW) ค่ะ แนะนำให้แลกเงินสดติดตัวไว้เล็กน้อยสำหรับร้านสตรีทฟู้ด ส่วนการใช้จ่ายทั่วไป แนะนำให้ใช้ Travel Card ของธนาคารต่างๆ หรือแอปพลิเคชันอย่าง GLN สแกนจ่ายได้สะดวกและเรตดีมากค่ะ
 

3. เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง กับไปกับทัวร์ แบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบ: หากชอบอิสระ อยากนั่งคาเฟ่ลับๆ นานๆ การเที่ยวเองก็ตอบโจทย์ค่ะ แต่ถ้าเน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องปวดหัวกับการจองรถไฟ หรือกลัวเรื่องการผ่าน ตม. การเลือกไปกับ บริษัททัวร์ที่น่าเชื่อถือ จะช่วยดูแลเรื่องเอกสารและการเดินทางให้ครบวงจร ทำให้เที่ยวได้อย่างสบายใจกว่าค่ะ
 

4. ปลั๊กไฟที่เกาหลีเป็นแบบไหน ต้องเตรียมตัวแปลงไปไหม?
คำตอบ: เกาหลีใช้แรงดันไฟฟ้า 220V เหมือนไทย แต่ปลั๊กเป็น แบบขากลมคู่ (Type C / F) ที่มีรูกลมลึกลงไป แนะนำให้พก Universal Adapter ติดตัวไปด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าชาร์จอุปกรณ์ได้ทุกชนิดค่ะ
 

5. ช่วงไหนที่ตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีราคาถูกที่สุด?
คำตอบ: โดยปกติช่วงที่ตั๋วราคาประหยัดจะอยู่ในช่วง ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) ค่ะ แม้อากาศจะร้อนหน่อยแต่จะได้ราคาที่คุ้มค่ามาก ส่วนช่วงที่แพงที่สุดจะเป็นช่วงสงกรานต์ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม) ค่ะ

 

 

ที่เที่ยวเกาหลี 2026 ทั้ง 15 พิกัดนี้ล้วนแต่เป็นสถานที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวธรรมชาติ ที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไปจนถึงที่เที่ยวใหม่ๆ ล้ำสมัย บอกเลยว่าหลากหลายและครบรสมาก ใครอยากไปเที่ยวตามแนะนำให้เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปกดชัตเตอร์รัวๆ กับทริป เที่ยวเกาหลีกันค่ะ
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved