9 พิกัดถ่ายรูปสุดปังที่ Cappadocia คัปปาโดเกีย ตุรกี เที่ยวทั้งทีต้องได้รูป

กำลังหาสถานที่ถ่ายรูปสุดปังในตุรกีอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่ Cappadocia (คัปปาโดเกีย) คือจุดหมายในฝันที่ต้องไป! เมืองแห่งหินมหัศจรรย์ บอลลูนหลากสี และโรงแรมถ้ำสุดโรแมนติกแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่วิวอลังการ แต่ยังเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปสุดคูลไม่เหมือนที่ไหนในโลก สายคอนเทนต์ห้ามพลาด! ใครพร้อมแล้วเตรียมกล้อง เคลียร์เมมโมรีให้โล่ง แล้วไปลุย 9 พิกัดถ่ายรูปสุดปังใน Cappadocia (คัปปาโดเกีย) กันเลย!
Cappadocia คัปปาโดเกีย อยู่ที่ไหน?
คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอนาโตเลียของตุรกี เป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศแปลกตาจนได้รับฉายาว่า "เมืองแห่งเทพนิยาย" พื้นที่แห่งนี้เกิดจากการทับถมของเถ้าถ่านภูเขาไฟนับล้านปี จนกลายเป็นเสาหินรูปทรงประหลาดที่เรียกว่า "ปล่องไฟนางฟ้า" (Fairy Chimneys) ความโดดเด่นคือการที่มนุษย์สมัยโบราณได้ขุดเจาะภูเขาหินเหล่านี้เพื่อสร้างเป็นบ้านเรือน โบสถ์ และเมืองใต้ดินที่ยังคงความสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยความสวยงามทั้งทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยาก ทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ปัจจุบันคัปปาโดเกียกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากมาสัมผัสวิวบอลลูนหลากสีเหนือหุบเขาหินอันกว้างใหญ่
รวม 9 จุดถ่ายรูปสวยใน Cappadocia ประเทศตุรกี สำหรับสายโซเชียล
1.พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum)

เปิดทริปกันที่ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของ Cappadocia นั่นคือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติเกอเรเม่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1985
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดจากการขุดเจาะถ้ำหินหลายลูกเพื่อทำเป็นโบสถ์สำหรับเป็นศูนย์รวมของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ในอดีต ภายในถ้ำถูกออกแบบให้มีผนังที่สูงโค้ง ตกแต่งด้วยรูปปั้นและจิตกรรมฝาผนังแบบเฟรสโก ทาด้วยสีแดง กำแพงถูกเจาะเป็นรูปทรงเรขาคณิต ถ้ามองจากด้านนอกก็แอบคล้ายบ้านชนเผ่ายุคหินเลยค่ะ
2.ปล่องไฟนางฟ้า (Pasabag Fairy Chimneys)

ปล่องไฟนางฟ้า (Pasabag Fairy Chimneys) เป็นเสาหินขนาดใหญ่รูปทรงประหลาดที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต และถูกกัดเซาะโดยลมและฝนเป็นเวลาหลายล้านปี มียอดแหลมคล้ายหมวก หรือเห็ดขนาดยักษ์อย่างที่เราเห็นกัน ด้วยรูปทรงที่แปลกตาและสวยงาม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เรามารถเดินชมและถ่ายรูปกับปล่องไฟนางฟ้าได้อย่างใกล้ชิดเลยค่ะ
3.พักโรงแรมถ้ำ

มาเที่ยว Cappadocia ทั้งที สิ่งนึงที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การเข้าพักที่โรงแรมถ้ำ หรือโรงแรมที่ตกแต่งสไตล์ถ้ำนั่นเองค่ะ ซึ่งนอกจากเราจะได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแล้วเรายังได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่อีกด้วย โดยโรงแรมถ้ำส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขา ปล่องไฟนางฟ้า และบอลลูนที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้จากห้องพักหรือบริเวณโรงแรมเลยทีเดียว บอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ
4.ขึ้นบอลลูนยักษ์ Cappadocia

ใครมาเที่ยว คัปปาโดเกีย คงจะไม่พลาด ขึ้นบอลลูนยักษ์ ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดของการมาเที่ยวที่นี่ ใครอยากขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษด้วยการชมวิวแบบพาโนราม่าจากบนบอลลูนก็สามารถหาซื้อตั๋วได้จากโรงแรมทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในเมืองเกอเรเม่ (Goreme) แต่ใครไม่ได้ขึ้นบอลลูนก็ตื่นเช้ามาชมบอลลูนนับร้อยลูกที่ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกันได้ สวยงามและน่าประทับใจ ราวกับอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยายเลยละค่ะ
5. นั่งรถคลาสสิคถ่ายรูปกับวิวบอลลูน (Classic Car Tour)

ถัดมาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สายถ่ายรูป ชอบทำคอนเทนต์จะต้องชอบ คือ นั่งรถคลาสสิคถ่ายรูปกับวิวบอลลูน (Classic Car Tour) บอกเลยว่าบางคอนเทนต์ก็ต้องใช้เงินเข้าแลก เพราะราคาเช่ารถคลาสสิคนี้ก็แอบแรงอยู่เหมือนกันค่ะ แต่เพื่อให้ได้รูปสวยๆ ก็ต้องจัด!! โดยคนขับรถจะพาเราไปจุดที่บอลลูนขึ้น และ จุดชมบอลลูนแบบใกล้ชิดสุดๆ งานนี้รูปสวยๆ พร้อมวิวปังๆ ต้องมีเพียบแน่นอน
6.Red and Rose Valleys

ยกให้เป็นหุบเขาหินสีชมพูและสีแดงที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในตุรกีเลยค่ะ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มหินสีชมพูและสีแดงสลับซับซ้อน เมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมากระทบ หินเหล่านี้จะยิ่งเปล่งประกายสีสันสดใสเข้มขึ้น สร้างภาพที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก สายถ่ายรูปสามารถเดินลงไปตามแนวหินเพื่อหามุมเก็บภาพความประทับใจกับวิวพระอาทิตย์ตกดินสุดอลังการใน Cappadocia ได้แบบใกล้ชิดเลยทีเดียวค่ะ
7.ปราสาทอูชิซาร์ (Uchisar Castle)

เที่ยวกันต่อที่ ปราสาทอูชิซาร์ (Uchisar Castle) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเกอเรเม่ ตั้งอยู่ในเมือง Uchisar บนพื้นที่ที่สูงที่สุดใน Cappadocia ภายในปราสาทอุโมงค์ที่เจาะเชื่อมต่อห้องต่างๆ มีภาพถ่ายถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับปราสาท นอกจากนี้เรายังเดินขึ้นบันไดสูงชันไปยังจุดที่สูงที่สุดเพื่อชมวิวแบบ 360 องศาของคัปปาโดเกียได้อีกด้วย
8.เมืองใต้ดินเดอรินคุยู (Underground City of Derinkuyu)

ที่ Cappadocia มีเมืองใต้ดินอยู่กว่า 40 แห่ง และเมืองใต้ดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ เมืองใต้ดินเดอรินคุยู (Underground City of Derinkuyu) ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี ลึกประมาณ 60 เมตร กว้างเท่ากับตึก 10 – 11 ชั้น รองรับคนได้ถึง 20,000 ชีวิต สถานที่แห่งนี้ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าใคร หรือประชากรของชนเผ่าอะไรเป็นผู้สร้าง แต่จะเห็นได้ว่าถูกสร้างขึ้นด้วยความพิถีพิถัน ด้านในเมืองใต้ดินปลอดโปร่ง มีช่องอากาศกว่า 50 แห่ง ทำให้อากาศหมุนเวียนได้ตลอด อยู่อาศัยได้จริง และยังมีห้องนอน ห้องครัว โรงเก็บไวน์ โบสถ์ใต้ดิน และสถานที่เลี้ยงสัตว์
9. ร้านขายพรม (Galerie Ikman)

ขอปิดท้ายกันที่ ร้านขายพรม (Galerie Ikman) ชื่อดังของเมือง Cappadocia ที่นอกจากจะมีพรมลวดลายสวยๆ จำหน่ายแล้ว ยังมีบริการถ่ายรูปให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้ง ถ่ายเอง ให้ร้านถ่ายด้วยโดรน เหมาถ่ายส่วนตัว ตกคนละประมาณคนละ 300 บาท เท่านั้น ใครอยากได้รูปสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน ห้ามพลาดเด็ดขาด!
คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางสำหรับนักถ่ายภาพหรือสายคอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ทุกพิกัดที่เราแนะนำล้วนมีความพิเศษที่รอให้คุณไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง... เที่ยวตุรกีทั้งที ต้องแวะคัปปาโดเกียให้ได้สักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักดินแดนแห่งนี้จนไม่อยากกลับเลยค่ะ!
