บาน่าฮิลล์ (Bana Hills) เที่ยวเวียดนามฟีลยุโรป รวมกิจกรรมไฮไลท์ห้ามพลาด ปี 2026

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามที่ฮิตติดเทรนด์ตลอดกาล ชื่อของ บานาฮิลล์ (Bana Hills) มักถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ แลนด์มาร์กระดับโลกบนยอดเขาใกล้เมืองดานังแห่งนี้ โดดเด่นด้วยบรรยากาศ เวียดนามฟีลยุโรป อากาศเย็นสบายตลอดปี และจุดเช็กอินชื่อดังอย่าง สะพานมือยักษ์ Golden Bridge และ หมู่บ้านฝรั่งเศส
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักบานาฮิลล์แบบครบทุกมุม ตั้งแต่กิจกรรมไฮไลท์ วิธีเดินทาง ราคาตั๋ว ไปจนถึงที่พัก ใครกำลังวางแผนเที่ยวดานัง ห้ามพลาด!
รู้จัก บานาฮิลล์ (Bana Hills)
บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) คือแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเวียดนามที่ผสมผสานทั้งความบันเทิงและธรรมชาติไว้อย่างลงตัว ตั้งอยู่บนยอดเขา Truong Son สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร ห่างจากเมืองดานังไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 35 กิโลเมตร เดิมพื้นที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยยุคล่าอาณานิคมฝรั่งเศส เพื่อใช้เป็นรีสอร์ตพักผ่อนของชาวฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนจะถูกปล่อยร้างไปเป็นเวลานาน
จนกระทั่งในช่วงปี ค.ศ. 2000 บริษัท Sun World ผู้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรายใหญ่ของเวียดนาม ได้เข้ามาฟื้นฟูและปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมด จนกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยทำเลบนความสูงกว่า 1,500 เมตร ทำให้ บานาฮิลล์ ดานัง มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15–20 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปคลาสสิก ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยป่าเขียวขจีและทะเลหมอกที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่แปลกที่บานาฮิลล์จะได้รับฉายาว่า “เวียดนามฟีลยุโรป” และกลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทุกสไตล์
การเดินทางไป บานาฮิลล์ จาก ดานัง
การเดินทางไป บานาฮิลล์ (Bana Hills) จากตัวเมืองดานัง จะต้องเริ่มต้นที่ สถานีด้านล่าง (Foot of Ba Na Hills) ก่อน และต่อด้วยกระเช้าลอยฟ้าเท่านั้น โดยใช้เวลาเดินทางจากเมืองดานังประมาณ 40–50 นาที ทั้งนี้สามารถเลือกวิธีเดินทางได้ตามงบประมาณและความสะดวกสบายของแต่ละคน ซึ่งมีตัวเลือกหลักดังนี้
1. รถยนต์เช่าส่วนตัวพร้อมคนขับ (Private Car / Transfer)
เป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัวมากที่สุด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน รถเช่าพร้อมคนขับจะช่วยให้คุณสามารถบริหารเวลา แวะพัก หรือถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ได้ตามต้องการ อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องเส้นทางหรือการเรียกรถขากลับ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมเลือกใช้บริการรถที่มีคนขับซึ่งชำนาญเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางไปบานาฮิลล์เป็นไปอย่างราบรื่นและสบายที่สุด
2. แท็กซี่ / Grab Car
อีกหนึ่งวิธีเดินทางยอดนิยมในดานังคือการเรียก แท็กซี่หรือ Grab Car ซึ่งสะดวกและเข้าถึงง่าย เพียงเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันก็สามารถเดินทางไปยังสถานีกระเช้าได้ทันที ข้อดีคือมีความเป็นส่วนตัวและราคาประหยัดกว่ารถเช่าส่วนตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากวางแผนเที่ยวบานาฮิลล์ทั้งวัน แนะนำให้ตกลงราคากับคนขับแบบ เหมารถไป–กลับ รวมค่าจอดรอไว้ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเรียกรถกลับในช่วงเย็นที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
3. รถบัสรับส่ง (Shuttle Bus)
สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย รถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด โดยมีบริการรับ–ส่งจากจุดนัดพบสำคัญในเมืองดานังไปยังสถานีกระเช้าบานาฮิลล์โดยตรง ข้อดีคือราคาประหยัดและไม่ต้องวางแผนเส้นทางเอง แต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา เนื่องจากต้องเดินทางตามรอบรถที่กำหนดไว้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเที่ยวบนบานาฮิลล์น้อยกว่าวิธีอื่น
การเดินทางสู่ยอดเขา : กระเช้าลอยฟ้า (Cable Car)

เมื่อเดินทางถึงสถานีด้านล่างแล้ว วิธีเดียวที่จะพาคุณขึ้นสู่ยอดเขา บานาฮิลล์ คือการนั่ง กระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) อันโด่งดัง ซึ่งเคยได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นกระเช้าไฟฟ้าแบบเคเบิลเดี่ยวที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยระยะทางกว่า 5,801 เมตร
การนั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ตลอดเส้นทางคุณจะได้ชมวิวธรรมชาติแบบ 360 องศา ทั้งป่าเขียวขจี น้ำตก และเทือกเขาสลับซับซ้อน หากมาในช่วงเช้า มีโอกาสได้ลอยอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกบาง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกและความประทับใจตั้งแต่ยังไม่ถึงด้านบน
ราคาตั๋วเข้าชมบานาฮิลล์ และกระเช้าลอยฟ้า (ไป–กลับ)
- ผู้ใหญ่ ประมาณ 950,000 – 1,000,000 VND
- เด็ก (สูง 100 – 140 ซม.) ประมาณ 750,000 – 800,000 VND
- เด็ก (สูงต่ำกว่า 100 ซม.) เข้าชมฟรี
เวลาทำการกระเช้าลอยฟ้า: 08:00 – 20:00 น.
(เวลาเปิด–ปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ หรือจำนวนนักท่องเที่ยว)
รถรางบนบานาฮิลล์ (Funicular / Tram)

นอกจากกระเช้าลอยฟ้าแล้ว บน บานาฮิลล์ ยังมีบริการ รถราง (Funicular / Tram) สำหรับเดินทางระหว่างโซนต่าง ๆ บนยอดเขา ช่วยให้การเที่ยวสะดวกและประหยัดเวลา รถรางสายหลักจะเชื่อมต่อระหว่าง สะพานโกลเด้นบริดจ์ (Golden Bridge), สวนดอกไม้ Le Jardin d’Amour และ อุโมงค์เก็บไวน์ Debay Wine Cellar ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการเข้าถึงจุดไฮไลท์เหล่านี้
นอกจากนี้ยังมี รถรางสีแดง ที่พานักท่องเที่ยวไปยังโซนใหม่อย่าง Bana Waw และ ปราสาทจันทรา (Luna Castle) โดยรถรางเหล่านี้ไม่เพียงช่วยย่นระยะทางการเดิน แต่ยังเปิดโอกาสให้คุณได้ชมทิวทัศน์รอบยอดเขาในมุมที่แตกต่าง ทำให้สามารถเที่ยวบานาฮิลล์ได้อย่างทั่วถึงและเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น
ไฮไลท์และกิจกรรมห้ามพลาดที่บานาฮิลล์ (Bana Hills)
1. สะพานโกลเด้นบริดจ์ (Golden Bridge)

สะพานมือยักษ์ (Golden Bridge) คือแลนด์มาร์กระดับโลกที่ทำให้ชื่อของ บานาฮิลล์ (Bana Hills) โด่งดังไปทั่วโลก ตัวสะพานมีความยาวกว่า 150 เมตร ทอดตัวอยู่กลางหุบเขา โดยมีอุ้งมือยักษ์สีเทาขนาดมหึมาดูราวกับมือของเทพเจ้ากำลังประคองไว้ เป็นจุดถ่ายภาพที่สวยและไอคอนิกที่สุดของบานาฮิลล์ นักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวภูเขาและทะเลหมอกสุดอลังการ โดยเฉพาะในช่วง เช้าตรู่หรือช่วงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ได้ภาพสวยและบรรยากาศโรแมนติกเป็นพิเศษ
2. หมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village)

หมู่บ้านฝรั่งเศส คือหัวใจสำคัญของบานาฮิลล์ ถูกเนรมิตให้จำลองสถาปัตยกรรมยุคกลางของประเทศฝรั่งเศสอย่างวิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็นอาคารสไตล์โกธิค โบสถ์ St. Denis Cathedral จัตุรัสขนาดใหญ่ ร้านกาแฟเก๋ ๆ ร้านอาหารนานาชาติ และโรงแรมสุดคลาสสิกอย่าง Mercure Danang French Village บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกราวกับได้เดินเล่นอยู่ในยุโรปจริง ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ คู่รัก ครอบครัว และสายถ่ายรูป ที่อยากได้ภาพสวยทุกมุม
3. สวนสนุก Fantasy Park

Fantasy Park คือสวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายฝรั่งเศส ภายในมีเครื่องเล่นและกิจกรรมหลากหลาย ทั้งสวนไดโนเสาร์ โรงภาพยนตร์ 3D / 4D / 5D และเครื่องเล่นสุดมันส์มากมาย
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Alpine Coaster รถไฟเหาะรางเดี่ยว, Drop Tower หอคอยดิ่งลงสุดหวาดเสียว และ Dark Ride บ้านผีสิง สำหรับผู้ที่ไม่เน้นเครื่องเล่น ยังสามารถชมโชว์และกิจกรรมสนุก ๆ ได้ตลอดวัน
นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (Wax Museum) แห่งแรกของเวียดนาม จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งบุคคลดังระดับโลกกว่า 50 คน อาทิ สตีฟ จ็อบส์, แองเจลินา โจลี, แบรด พิตต์, ลิโอเนล เมสซี่ และวลาดิมีร์ ปูติน เหมาะสำหรับถ่ายรูปเก็บความทรงจำสุดพิเศษ
4. Bana Waw และ ปราสาทจันทรา (Luna Castle)

โซนใหม่ล่าสุดของบานาฮิลล์ที่ไม่ควรพลาดคือ Bana Waw สามารถเดินทางได้ด้วย รถรางสีแดง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไฮไลท์สำคัญคือ ปราสาทจันทรา (Luna Castle) ปราสาทขนาดใหญ่ 4 ชั้น ในธีมเทพนิยายและดวงจันทร์ ภายในมีโรงละครความจุถึง 2,000 ที่นั่ง และเครื่องเล่น Flying Eyes Theatre ที่มอบประสบการณ์ภาพยนตร์ 4D สุดอลังการ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว พร้อมสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่ เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
5. อุโมงค์เก็บไวน์ Debay Wine Cellar

สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ยุคฝรั่งเศสที่ อุโมงค์เก็บไวน์ Debay Wine Cellar ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 อุโมงค์มีความยาวกว่า 100 เมตร ออกแบบให้รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการบ่มไวน์ (ประมาณ 16–20 องศาเซลเซียส)
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม เรียนรู้ประวัติการทำไวน์แบบดั้งเดิม พร้อมทดลองชิมและเลือกซื้อไวน์คุณภาพกลับเป็นของฝากได้อีกด้วย
6. สวนดอกไม้ Le Jardin d’Amour

สวนดอกไม้เลอ จาร์แดง ดามูร์ หรือ Garden of Love เป็นสวนดอกไม้สไตล์ยุโรปที่แบ่งออกเป็น 9 โซน แต่ละโซนมีธีมแตกต่างกัน เช่น สวนแห่งตำนาน (Legend Garden), สวนแห่งความรัก (Love Garden) และสวนแห่งพิธีกรรม (Ceremony Garden) เหมาะสำหรับการเดินเล่น ถ่ายรูปกับดอกไม้เมืองหนาว และซึมซับบรรยากาศโรแมนติกแบบยุโรปอย่างแท้จริง
7. วัดวาอารามและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนบานาฮิลล์

บานาฮิลล์ไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมยุโรป แต่ยังเป็นสถานที่แห่งศรัทธา มีวัดและอารามหลายแห่งให้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล จุดสำคัญ ได้แก่ วัดหลินอึ๋ง (Linh Ung Pagoda) ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศากยมุนีสีขาวสูง 27 เมตร ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามบนยอดเขา สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปัดเป่าภัยพิบัติและนำมาซึ่งความสงบสุข , Tombstone Temples วัดนิกายเซนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก ให้บรรยากาศสงบเย็นและร่มรื่น, วัดหลินฟองเซ็น (Linh Phong Zen Monastery) อารามพุทธศาสนาเก่าแก่ที่รายล้อมด้วยสวนต้นไม้และบ่อบัว ตัววัดมีหอคอยสูง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นแขวนระฆังทองสัมฤทธิ์ทั้งสี่มุม สื่อถึงเสียงแห่งธรรมะอันบริสุทธิ์ และ วัดลินห์จัวลินห์ตู (Linh Chua Linh Tu Temple) วัดสไตล์จีนบนยอดเขาสูง ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดสายตา เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่เงียบสงบและเหมาะกับการนั่งสมาธิหรือพักใจท่ามกลางธรรมชาติ
8. POP MART Ba Na Hills

สาย Art Toy ต้องห้ามพลาด POP MART Ba Na Hills สาขาแรกของประเทศเวียดนาม ร้านถูกออกแบบในสไตล์ฝรั่งเศส เข้ากับบรรยากาศของบานาฮิลล์อย่างลงตัว ภายในจำหน่าย Art Toy ยอดนิยม เช่น Molly, Crybaby, Labubu และคอลเลกชันพิเศษที่อาจมีเฉพาะเวียดนามเท่านั้น เป็นจุดแวะซื้อของฝากที่โดนใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
พักผ่อนสุดหรูบนบานาฮิลล์ โรงแรมฟีลยุโรปท่ามกลางหุบเขา

หากอยากสัมผัสบรรยากาศของบานาฮิลล์อย่างเต็มอิ่ม การพักค้างคืนบนยอดเขาคือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด โดยโรงแรมเดียวบนยอดเขาคือ Mercure Danang French Village Bana Hills โรงแรมสไตล์ยุโรปยุคกลางแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านฝรั่งเศส ช่วงเช้าจะได้ชมทะเลหมอกและแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ท่ามกลางเทือกเขา สร้างบรรยากาศโรแมนติกและเงียบสงบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องอาหาร คาเฟ่ และสระว่ายน้ำในร่ม
สรุป
บานาฮิลล์ (Bana Hills) คือจุดหมายปลายทางในฝันของผู้ที่อยากสัมผัส ยุโรปใจกลางเวียดนาม ด้วยแลนด์มาร์กระดับโลก สวนดอกไม้สุดโรแมนติก และกิจกรรมสนุกครบทุกวัย เหมาะทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว หากมาเที่ยว ดานัง แล้วไม่ได้ขึ้นบานาฮิลล์ ถือว่าพลาดไฮไลท์สำคัญของเวียดนามไปอย่างน่าเสียดาย หากคุณกำลังมองหา แพ็กเกจเที่ยวเวียดนาม ดานัง–บานาฮิลล์ ที่สะดวก ครบ และคุ้มค่า สามารถจองทัวร์กับ ยักษ์ทัวร์ ได้เลย เราพร้อมดูแลทุกการเดินทางของคุณค่ะ
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
