Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated เปิดพิกัดสถานที่ถ่ายทำสุดโรแมนติก

29 มกราคม 2569
YakTour Blog
ตามรอย Can This Love Be Translated ซีรีส์เกาหลี โลเคชันถ่ายทำสุดโรแมนติก ญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี และโซล

Can This Love Be Translated ยากชะมัด รักภาษาอะไร ถ่ายทำที่ไหนบ้าง?

คำถามนี้คือสิ่งที่แฟนซีรีส์เกาหลีหลายคนเสิร์ชทันทีหลังดูจบ เพราะนอกจากเคมีสุดละมุนของ คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง แล้ว ซีรีส์เรื่อง Can This Love Be Translated หรือชื่อไทย “ยากชะมัด รักภาษาอะไร” ยังโดดเด่นด้วยงานภาพระดับพรีเมียมและโลเคชันสุดโรแมนติกจากหลายประเทศทั่วโลก
บทความนี้จะพาคุณไป ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated ยากชะมัด รักภาษาอะไร เจาะลึกสถานที่ถ่ายทำจริงใน ญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี และเกาหลีใต้ พร้อมเล่าเบื้องหลังว่าทำไมแต่ละโลเคชันถึงถูกเลือกมาใช้เป็นฉากสำคัญในการเล่าเรื่องความรักที่ “ภาษาอาจไม่ตรงกัน แต่หัวใจเข้าใจกันได้”

ซีรีส์ Can This Love Be Translated ยากชะมัด รักภาษาอะไร ถ่ายทำที่ไหน?


ตามรอย Can This Love Be Translated ที่ญี่ปุ่น


สัมผัสความละมุนในความเงียบและพื้นที่ว่าง ญี่ปุ่นคือหนึ่งในโลเคชันหลักที่ช่วยถ่ายทอดอารมณ์อบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวได้อย่างลึกซึ้ง


คามาคุระ (Kamakura) คามาคุระ – สถานี Gokurakuji & รถไฟสาย Enoden

ฉากที่จูโฮจินและชามูฮีพยายามเดินทางไปร้านอาหารด้วยกัน ถูกถ่ายทำบนชานชาลาไม้ของสถานีโกคุราคุจิ บรรยากาศเงียบสงบของรถไฟสาย Enoden ที่วิ่งผ่านย่านที่อยู่อาศัย ช่วยสะท้อนความสัมพันธ์เรียบง่ายแต่จริงใจของทั้งคู่ได้อย่างลงตัว

 

สถานีโกคุราคุจิ รถไฟสาย Enoden โลเคชันถ่ายทำ Can This Love Be Translated ญี่ปุ่น

 

เกาะเอโนชิมะ (Enoshima)


โลเคชันริมทะเลสุดโรแมนติกที่ชามูฮีและจูโฮจินยืนชมวิวภูเขาไฟฟูจิจากระยะไกล ความกว้างใหญ่ของท้องฟ้าและเสียงคลื่นถูกใช้เป็น “พื้นที่ว่าง” ให้ตัวละครได้เผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดและสะท้อนความสงบของหัวใจก่อนที่ความรักจะเริ่มก่อตัว

 

เกาะเอโนชิมะ วิวทะเลญี่ปุ่น โลเคชันโรแมนติกในซีรีส์ Can This Love Be Translatedhis Love Be Translated

 

เกียวโต – ย่านกิออน (Gion)

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่ชามูฮีและจูโฮจินพบกันครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่และโคมไฟสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านกิออน ความคลาสสิกของเมืองเก่าช่วยเสริมส่งให้การพบกันของทั้งคู่ดูมีมนต์ขลังราวกับพรหมลิขิต เป็นสถานที่ที่พิสูจน์ว่าแม้จะใช้ภาษาที่ต่างกัน แต่บรรยากาศที่นี่ก็ทำให้พวกเขาเริ่มสื่อสารกันได้ผ่านสายตา

 

ย่านกิออน เกียวโต บ้านไม้โบราณ โลเคชันเปิดเรื่อง Can This Love Be Translated

 


โลเคชัน Can This Love Be Translated ที่แคนาดา
 

Banff Avenue – เมือง Banff


ถนนสายหลักที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแคสเคด ถูกใช้เป็นฉากที่จูโฮจินและชามูฮีออกมาเดินเล่นพักผ่อนระหว่างตารางงานที่วุ่นวาย บรรยากาศของร้านค้าสไตล์คลาสสิกสองข้างทางช่วยสร้างโมเมนต์ที่ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ ทำให้เราได้เห็นมุมที่เรียบง่ายของซุปตาร์สาวและล่ามส่วนตัวของเธอ

 

ถนน Banff Avenue เมือง Banff ฉากชีวิตประจำวันในซีรีส์ Can This Love Be Translated

 

Banff Pedestrian Bridge

สะพานไม้ข้ามแม่น้ำโบว์ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ กลายเป็นฉากโรแมนติกที่ตราตรึงใจที่สุดเมื่อทั้งคู่ยืนชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora) ด้วยกัน ความเงียบสงบของสายน้ำและแสงสีเขียวที่เต้นระบำบนท้องฟ้าถูกใช้สื่อถึงความมหัศจรรย์ของความรักที่เริ่มแปลความหมายได้ตรงกันเป็นครั้งแรก

 

สะพาน Banff Pedestrian Bridge ฉากชมแสงเหนือในซีรีส์ Can This Love Be Translated

 

ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) 


ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์นิ่งสงบโอบล้อมด้วยยอดเขาหิมะเปรียบเสมือนภาพวาด เป็นสถานที่ที่ตัวละครใช้ทบทวนความรู้สึกภายในท่ามกลางความเงียบงัน ซึ่งในซีรีส์ Can This Love Be Translated ความนิ่งสงของธรรมชาติช่วยขับเน้นอารมณ์ภายในของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง


อุทยานแห่งชาติแบนฟ์ (Banff National Park) 


พื้นที่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ที่เป็นฉากหลังของการถ่ายทำรายการระดับโลก และที่นี่น่าจะเป็นจุดที่แฟนๆ อยากจะมาตามรอยซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ เพื่อดูฉาก Kiss สุดเซอร์ไพรส์ที่ชามูฮีตัดสินใจจูบจูโฮจิน ความยิ่งใหญ่ของขุนเขาช่วยเสริมให้อารมณ์ของฉากนี้ดูทรงพลังและเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของความสัมพันธ์

 

Banff National Park เทือกเขาหิมะ ฉากจูบสุดโรแมนติกใน Can This Love Be Translated

 


หุบเขาฮอร์สชูแคนยอน (Horseshoe Canyon) 


หุบเขาเกือกม้าที่มีภูมิประเทศขรุขระและดูแปลกตา มอบความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสุดขั้วจากเทือกเขาแอลป์ในเมืองแบนฟ์ โดยถูกใช้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งและความตึงเครียดทางอารมณ์ก่อนที่ความเข้าใจจะเกิดขึ้น เป็นโลเคชั่นที่สะท้อนถึงอุปสรรคในการแปลความรักที่ต้องผ่านความยากลำบากก่อนจะเจอทางออก

 

Horseshoe Canyon หุบเขาเกือกม้า โลเคชันดราม่าในซีรีส์ Can This Love Be Translated

 

Crossroads Market (แคลการี)


ตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา ถูกใช้เป็นฉากที่ชามูฮีและจูโฮจินเดินตลาดตอนเช้าด้วยกันเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบ บรรยากาศที่ดูเป็นกันเองท่ามกลางผู้คนในเมืองแคลการี สถานที่เหล่านี้เป็นฉากที่ดูสมจริงเพราะเป็นกิจวัตรประจำวันตามปกติ ช่วยให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่พัฒนาขึ้นจนดูเหมือนคู่รักธรรมดามากกว่าแค่เพื่อนร่วมงาน

 

Heritage Park 


สวนประวัติศาสตร์ที่ย้อนยุคและมีเสน่ห์ เป็นพิกัดที่ชามูฮีได้พบกับ "ฮิโระ" ครั้งแรกในรายการท่ามกลางสถาปัตยกรรมย้อนยุคและหัวรถจักรไอน้ำ บรรยากาศที่ดูย้อนเวลานี้ช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้กับเส้นเรื่อง และเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทางอารมณ์ที่จูโฮจินต้องคอยทำหน้าที่ล่ามอย่างหนักหน่วง

 

Heritage Park สวนประวัติศาสตร์แคนาดา โลเคชันเปิดเส้นเรื่องใหม่ Can This Love Be Translated

 

ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated ที่อิตาลี
 

เมืองซีวิตา ดิ บาญอเรจิโอ แคว้นลาซิโอ (Civita di Bagnoregio) 


หมู่บ้านยุคกลางบนเนินเขาที่โดดเด่นด้วยทางเข้าที่เป็นสะพานหินยาวเชื่อมสู่ตัวเมือง ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากจบของรายการ ซึ่งเป็นจุดที่ "ฮิโระ" ตัดสินใจบอกรัก "ชามูฮี" ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูราวกับหยุดนิ่งอยู่ในห้วงเวลา การมา ตามรอยซีรีส์เกาหลี ที่หมู่บ้านแห่งนี้จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความเปราะบางและความคาดหวังของตัวละครในวินาทีสำคัญ ซึ่งถือเป็นฉากจำที่แฟนๆ ของ Can This Love Be Translated ห้ามพลาด

 

Civita-di-Bagnoregio.jpg

 

ปิอัซซา เดล คัมโป (Piazza del Campo) , เซียนา 


จัตุรัสกลางเมืองรูปทรงพัดสุดไอคอนิกที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ถูกใช้เป็นฉากหลังที่สร้างสมดุลระหว่างความกว้างขวางและความใกล้ชิดของตัวละคร สถาปัตยกรรมที่โอบล้อมจัตุรัสแห่งนี้ช่วยสะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางอารมณ์ของจูโฮจินและชามูฮีที่ยังคงหาทางออกให้กับความสัมพันธ์ไม่ได้

 

Piazza del Campo เมือง Siena จัตุรัสรูปพัด โลเคชัน Can This Love Be Translated

 

Via Alessi (เปรูจา)


ถนนในย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ด้วยทางเดินลาดชันและอาคารหินสีอบอุ่น ฉากการเดินเล่นในบรรยากาศยามค่ำคืนบนถนนสายนี้ช่วยสร้างความรู้สึกที่สงบและเป็นส่วนตัว ทำให้บทสนทนาระหว่างล่ามและซุปตาร์สาวในซีรีส์ Can This Love Be Translated ดูจริงใจและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

โลเคชันปิดท้ายที่โซล เกาหลีใต้

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวทั้งหมดก็นำพาตัวละครกลับมาสู่จุดเริ่มต้นในกรุงโซล เพื่อพิสูจน์ว่าความเข้าใจที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ แต่ขึ้นอยู่กับคนสองคนที่พร้อมจะเปิดใจให้กัน กรุงโซลถูกใช้เป็นฉากปิดของเรื่องราว ผ่านสำนักงานสมัยใหม่ บ้านพัก และสถานที่ในแวดวงสื่อ รวมถึงฉากสำคัญบริเวณพระราชวังยุคโชซอน (Josun Palace)  ที่ตอกย้ำภาพชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบภายนอก ก่อนที่การเดินทางข้ามโลกจะเปลี่ยนหัวใจของตัวละครไปตลอดกาล

Can This Love Be Translated ถ่ายทำเมื่อไหร่?


กว่าจะออกมาเป็นงานภาพที่สวยงามสะกดสายตาในซีรีส์ Can This Love Be Translated (ยากชะมัด รักภาษาอะไร) ทีมงานต้องใช้ความทุ่มเทและเวลาในการเดินทางถ่ายทำยาวนานข้ามปี โดยข้อมูลเบื้องหลังที่น่าสนใจมีดังนี้

  • ช่วงเวลาการถ่ายทำ: การถ่ายทำหลัก (Principal Photography) เกิดขึ้นหลายช่วงระหว่างปี 2023 ถึง 2024
  • การวางแผนโลเคชั่น: ทีมงานเลือกถ่ายทำแบบไล่เรียงไปทีละประเทศ เพื่อให้แต่ละสถานที่ได้มีตารางการถ่ายทำที่ต่อเนื่องและเข้าถึงบรรยากาศของพื้นที่นั้นๆ อย่างเต็มที่ แทนที่จะใช้วิธีเปลี่ยนสถานที่ไปมาอย่างรวดเร็ว
  • ลำดับการถ่ายทำ: เริ่มต้นการถ่ายทำที่ประเทศอิตาลีและญี่ปุ่นเป็นสองประเทศแรก จากนั้นจึงย้ายไปถ่ายทำฉากกลางแจ้งที่เน้นทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ในประเทศแคนาดา และปิดท้ายการทำงานทั้งหมดที่ประเทศเกาหลีใต้
  • งานเบื้องหลังระดับพรีเมียม: ขั้นตอนหลังการถ่ายทำ (Post-production) ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 2025 โดยเน้นหนักไปที่การปรับโทนสี (Color Grading) และการออกแบบเสียง (Sound Design) เพื่อรักษาอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นในแต่ละโลเคชั่นให้สมบูรณ์ที่สุด

การตามรอย Can This Love Be Translated ไม่ใช่แค่การไปเยือนสถานที่ถ่ายทำ แต่คือการได้สัมผัสพื้นที่ที่ช่วย “แปลความรู้สึก” ของตัวละครให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณเป็นแฟนซีรีส์เกาหลีที่หลงรักงานภาพ ความเงียบ และความละมุนของเรื่องราว อย่าลืมปักหมุดโลเคชันเหล่านี้ไว้ในทริปครั้งต่อไป รับรองว่าอินยิ่งกว่าที่เคยดูบนจอแน่นอน

 

 

 

จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour

Line Official Account | @yaktour  👉 https://lin.ee/NLwXWc1
 

ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง

Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ

Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64

TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90

Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
 


 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved