ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated เปิดพิกัดสถานที่ถ่ายทำสุดโรแมนติก

Can This Love Be Translated ยากชะมัด รักภาษาอะไร ถ่ายทำที่ไหนบ้าง?
คำถามนี้คือสิ่งที่แฟนซีรีส์เกาหลีหลายคนเสิร์ชทันทีหลังดูจบ เพราะนอกจากเคมีสุดละมุนของ คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง แล้ว ซีรีส์เรื่อง Can This Love Be Translated หรือชื่อไทย “ยากชะมัด รักภาษาอะไร” ยังโดดเด่นด้วยงานภาพระดับพรีเมียมและโลเคชันสุดโรแมนติกจากหลายประเทศทั่วโลก
บทความนี้จะพาคุณไป ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated ยากชะมัด รักภาษาอะไร เจาะลึกสถานที่ถ่ายทำจริงใน ญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี และเกาหลีใต้ พร้อมเล่าเบื้องหลังว่าทำไมแต่ละโลเคชันถึงถูกเลือกมาใช้เป็นฉากสำคัญในการเล่าเรื่องความรักที่ “ภาษาอาจไม่ตรงกัน แต่หัวใจเข้าใจกันได้”
ซีรีส์ Can This Love Be Translated ยากชะมัด รักภาษาอะไร ถ่ายทำที่ไหน?
ตามรอย Can This Love Be Translated ที่ญี่ปุ่น
สัมผัสความละมุนในความเงียบและพื้นที่ว่าง ญี่ปุ่นคือหนึ่งในโลเคชันหลักที่ช่วยถ่ายทอดอารมณ์อบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวได้อย่างลึกซึ้ง
คามาคุระ (Kamakura) คามาคุระ – สถานี Gokurakuji & รถไฟสาย Enoden
ฉากที่จูโฮจินและชามูฮีพยายามเดินทางไปร้านอาหารด้วยกัน ถูกถ่ายทำบนชานชาลาไม้ของสถานีโกคุราคุจิ บรรยากาศเงียบสงบของรถไฟสาย Enoden ที่วิ่งผ่านย่านที่อยู่อาศัย ช่วยสะท้อนความสัมพันธ์เรียบง่ายแต่จริงใจของทั้งคู่ได้อย่างลงตัว

เกาะเอโนชิมะ (Enoshima)
โลเคชันริมทะเลสุดโรแมนติกที่ชามูฮีและจูโฮจินยืนชมวิวภูเขาไฟฟูจิจากระยะไกล ความกว้างใหญ่ของท้องฟ้าและเสียงคลื่นถูกใช้เป็น “พื้นที่ว่าง” ให้ตัวละครได้เผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดและสะท้อนความสงบของหัวใจก่อนที่ความรักจะเริ่มก่อตัว

เกียวโต – ย่านกิออน (Gion)
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่ชามูฮีและจูโฮจินพบกันครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่และโคมไฟสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของย่านกิออน ความคลาสสิกของเมืองเก่าช่วยเสริมส่งให้การพบกันของทั้งคู่ดูมีมนต์ขลังราวกับพรหมลิขิต เป็นสถานที่ที่พิสูจน์ว่าแม้จะใช้ภาษาที่ต่างกัน แต่บรรยากาศที่นี่ก็ทำให้พวกเขาเริ่มสื่อสารกันได้ผ่านสายตา

โลเคชัน Can This Love Be Translated ที่แคนาดา
Banff Avenue – เมือง Banff
ถนนสายหลักที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแคสเคด ถูกใช้เป็นฉากที่จูโฮจินและชามูฮีออกมาเดินเล่นพักผ่อนระหว่างตารางงานที่วุ่นวาย บรรยากาศของร้านค้าสไตล์คลาสสิกสองข้างทางช่วยสร้างโมเมนต์ที่ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ ทำให้เราได้เห็นมุมที่เรียบง่ายของซุปตาร์สาวและล่ามส่วนตัวของเธอ

Banff Pedestrian Bridge
สะพานไม้ข้ามแม่น้ำโบว์ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ กลายเป็นฉากโรแมนติกที่ตราตรึงใจที่สุดเมื่อทั้งคู่ยืนชมปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora) ด้วยกัน ความเงียบสงบของสายน้ำและแสงสีเขียวที่เต้นระบำบนท้องฟ้าถูกใช้สื่อถึงความมหัศจรรย์ของความรักที่เริ่มแปลความหมายได้ตรงกันเป็นครั้งแรก

ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise)
ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์นิ่งสงบโอบล้อมด้วยยอดเขาหิมะเปรียบเสมือนภาพวาด เป็นสถานที่ที่ตัวละครใช้ทบทวนความรู้สึกภายในท่ามกลางความเงียบงัน ซึ่งในซีรีส์ Can This Love Be Translated ความนิ่งสงของธรรมชาติช่วยขับเน้นอารมณ์ภายในของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง
อุทยานแห่งชาติแบนฟ์ (Banff National Park)
พื้นที่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ที่เป็นฉากหลังของการถ่ายทำรายการระดับโลก และที่นี่น่าจะเป็นจุดที่แฟนๆ อยากจะมาตามรอยซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ เพื่อดูฉาก Kiss สุดเซอร์ไพรส์ที่ชามูฮีตัดสินใจจูบจูโฮจิน ความยิ่งใหญ่ของขุนเขาช่วยเสริมให้อารมณ์ของฉากนี้ดูทรงพลังและเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของความสัมพันธ์

หุบเขาฮอร์สชูแคนยอน (Horseshoe Canyon)
หุบเขาเกือกม้าที่มีภูมิประเทศขรุขระและดูแปลกตา มอบความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสุดขั้วจากเทือกเขาแอลป์ในเมืองแบนฟ์ โดยถูกใช้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งและความตึงเครียดทางอารมณ์ก่อนที่ความเข้าใจจะเกิดขึ้น เป็นโลเคชั่นที่สะท้อนถึงอุปสรรคในการแปลความรักที่ต้องผ่านความยากลำบากก่อนจะเจอทางออก

Crossroads Market (แคลการี)
ตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา ถูกใช้เป็นฉากที่ชามูฮีและจูโฮจินเดินตลาดตอนเช้าด้วยกันเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบ บรรยากาศที่ดูเป็นกันเองท่ามกลางผู้คนในเมืองแคลการี สถานที่เหล่านี้เป็นฉากที่ดูสมจริงเพราะเป็นกิจวัตรประจำวันตามปกติ ช่วยให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่พัฒนาขึ้นจนดูเหมือนคู่รักธรรมดามากกว่าแค่เพื่อนร่วมงาน
Heritage Park
สวนประวัติศาสตร์ที่ย้อนยุคและมีเสน่ห์ เป็นพิกัดที่ชามูฮีได้พบกับ "ฮิโระ" ครั้งแรกในรายการท่ามกลางสถาปัตยกรรมย้อนยุคและหัวรถจักรไอน้ำ บรรยากาศที่ดูย้อนเวลานี้ช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้กับเส้นเรื่อง และเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทางอารมณ์ที่จูโฮจินต้องคอยทำหน้าที่ล่ามอย่างหนักหน่วง

ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated ที่อิตาลี
เมืองซีวิตา ดิ บาญอเรจิโอ แคว้นลาซิโอ (Civita di Bagnoregio)
หมู่บ้านยุคกลางบนเนินเขาที่โดดเด่นด้วยทางเข้าที่เป็นสะพานหินยาวเชื่อมสู่ตัวเมือง ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากจบของรายการ ซึ่งเป็นจุดที่ "ฮิโระ" ตัดสินใจบอกรัก "ชามูฮี" ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูราวกับหยุดนิ่งอยู่ในห้วงเวลา การมา ตามรอยซีรีส์เกาหลี ที่หมู่บ้านแห่งนี้จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความเปราะบางและความคาดหวังของตัวละครในวินาทีสำคัญ ซึ่งถือเป็นฉากจำที่แฟนๆ ของ Can This Love Be Translated ห้ามพลาด

ปิอัซซา เดล คัมโป (Piazza del Campo) , เซียนา
จัตุรัสกลางเมืองรูปทรงพัดสุดไอคอนิกที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ถูกใช้เป็นฉากหลังที่สร้างสมดุลระหว่างความกว้างขวางและความใกล้ชิดของตัวละคร สถาปัตยกรรมที่โอบล้อมจัตุรัสแห่งนี้ช่วยสะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางอารมณ์ของจูโฮจินและชามูฮีที่ยังคงหาทางออกให้กับความสัมพันธ์ไม่ได้

Via Alessi (เปรูจา)
ถนนในย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ด้วยทางเดินลาดชันและอาคารหินสีอบอุ่น ฉากการเดินเล่นในบรรยากาศยามค่ำคืนบนถนนสายนี้ช่วยสร้างความรู้สึกที่สงบและเป็นส่วนตัว ทำให้บทสนทนาระหว่างล่ามและซุปตาร์สาวในซีรีส์ Can This Love Be Translated ดูจริงใจและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โลเคชันปิดท้ายที่โซล เกาหลีใต้
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวทั้งหมดก็นำพาตัวละครกลับมาสู่จุดเริ่มต้นในกรุงโซล เพื่อพิสูจน์ว่าความเข้าใจที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ แต่ขึ้นอยู่กับคนสองคนที่พร้อมจะเปิดใจให้กัน กรุงโซลถูกใช้เป็นฉากปิดของเรื่องราว ผ่านสำนักงานสมัยใหม่ บ้านพัก และสถานที่ในแวดวงสื่อ รวมถึงฉากสำคัญบริเวณพระราชวังยุคโชซอน (Josun Palace) ที่ตอกย้ำภาพชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบภายนอก ก่อนที่การเดินทางข้ามโลกจะเปลี่ยนหัวใจของตัวละครไปตลอดกาล
Can This Love Be Translated ถ่ายทำเมื่อไหร่?
กว่าจะออกมาเป็นงานภาพที่สวยงามสะกดสายตาในซีรีส์ Can This Love Be Translated (ยากชะมัด รักภาษาอะไร) ทีมงานต้องใช้ความทุ่มเทและเวลาในการเดินทางถ่ายทำยาวนานข้ามปี โดยข้อมูลเบื้องหลังที่น่าสนใจมีดังนี้
- ช่วงเวลาการถ่ายทำ: การถ่ายทำหลัก (Principal Photography) เกิดขึ้นหลายช่วงระหว่างปี 2023 ถึง 2024
- การวางแผนโลเคชั่น: ทีมงานเลือกถ่ายทำแบบไล่เรียงไปทีละประเทศ เพื่อให้แต่ละสถานที่ได้มีตารางการถ่ายทำที่ต่อเนื่องและเข้าถึงบรรยากาศของพื้นที่นั้นๆ อย่างเต็มที่ แทนที่จะใช้วิธีเปลี่ยนสถานที่ไปมาอย่างรวดเร็ว
- ลำดับการถ่ายทำ: เริ่มต้นการถ่ายทำที่ประเทศอิตาลีและญี่ปุ่นเป็นสองประเทศแรก จากนั้นจึงย้ายไปถ่ายทำฉากกลางแจ้งที่เน้นทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ในประเทศแคนาดา และปิดท้ายการทำงานทั้งหมดที่ประเทศเกาหลีใต้
- งานเบื้องหลังระดับพรีเมียม: ขั้นตอนหลังการถ่ายทำ (Post-production) ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 2025 โดยเน้นหนักไปที่การปรับโทนสี (Color Grading) และการออกแบบเสียง (Sound Design) เพื่อรักษาอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นในแต่ละโลเคชั่นให้สมบูรณ์ที่สุด
การตามรอย Can This Love Be Translated ไม่ใช่แค่การไปเยือนสถานที่ถ่ายทำ แต่คือการได้สัมผัสพื้นที่ที่ช่วย “แปลความรู้สึก” ของตัวละครให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณเป็นแฟนซีรีส์เกาหลีที่หลงรักงานภาพ ความเงียบ และความละมุนของเรื่องราว อย่าลืมปักหมุดโลเคชันเหล่านี้ไว้ในทริปครั้งต่อไป รับรองว่าอินยิ่งกว่าที่เคยดูบนจอแน่นอน
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
