เที่ยวจีน 2026 อัปเดต 30 ที่เที่ยวจีน สวยอลังการ ครบทั้งเมืองดังและพิกัดอันซีน

ปี 2026 นี้การตัดสินใจ เที่ยวจีน ถือเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักเดินทาง เพราะนอกจากนโยบายฟรีวีซ่าที่ให้เราพำนักได้นานถึง 30 วัน จะช่วยให้เราออกไปท่องโลกกว้างได้ง่ายขึ้นแล้ว ประเทศจีนยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามระดับโลกเปิดตัวอยู่เสมอ สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะไป เที่ยวจีนเมืองไหนดี หรือกำลังมองหา ที่เที่ยวจีน ที่มีความหลากหลายทั้งทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม วันนี้เราจัดเต็มกับ 30 พิกัดเด็ดที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต!
แต่ก่อนจะจองตั๋ว อย่าลืมเช็กข้อมูลสำคัญว่าคุณควรจะเลือก เที่ยวจีนเดือนไหนดี เพื่อให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สวยที่สุดของแต่ละสถานที่ เพราะแต่ละมณฑลของจีนมีความงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล วันนี้ยักษ์ทัวร์รวบรวมข้อมูลอัปเดตใหม่ล่าสุดมาให้ครบ อ่านจบแล้วเตรียมแพ็กกระเป๋าไปเช็กอินกันได้เลยค่ะ
เที่ยวจีน เดือนไหนดี?
การวางแผนเดินทางให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้ทริปสนุกและได้บรรยากาศที่สวยที่สุด หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่า เที่ยวจีนเดือนไหนดี ลองเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับสไตล์การท่องเที่ยวที่ชอบ เพราะแต่ละฤดูของจีนมีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างชัดเจน และการเลือกช่วงที่เหมาะสมจะช่วยให้การ เที่ยวจีน ครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินเที่ยวเมือง ชมดอกไม้ และถ่ายรูปธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงซากุระและดอกไม้บานตามสวนสาธารณะและเมืองประวัติศาสตร์ ถือเป็นอีกช่วงยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบทริปชิลๆ
- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): เหมาะกับการเที่ยวธรรมชาติ ภูเขา ทะเลสาบ และอุทยานแห่งชาติ อากาศบางพื้นที่อาจร้อน แต่พื้นที่สูงอย่างจิ่วจ้ายโกวหรือย่าติงจะเย็นสบายกว่าพื้นราบ เหมาะกับสายผจญภัยและคนชอบวิวเขียวชอุ่ม
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): ช่วงเวลายอดฮิตที่สุดของการท่องเที่ยวจีน อากาศกำลังดี ไม่ร้อน ไม่หนาวเกินไป วิวภูเขาและป่าไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดง ส้ม สวยงามเป็นพิเศษ เหมาะกับสายถ่ายรูปและการเดินทางระยะยาว
- ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสหิมะ เทศกาลฤดูหนาว และบรรยากาศโรแมนติก เมืองทางเหนือจะมีอุณหภูมิต่ำและวิวหิมะสวยงาม ส่วนเมืองใหญ่ยังเที่ยวได้สะดวก เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากได้ประสบการณ์ที่แตกต่าง
30 พิกัดที่เที่ยวจีน สวยอลังการดั่งแดนสวรรค์ อัปเดตใหม่ล่าสุดปี 2026
1. กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)

หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ที่สุดของการมา เที่ยวจีน มีลักษณะเป็นปราการหินทอดตัวยาวพาดผ่านเทือกเขาสูงชันหลายหมื่นกิโลเมตรอย่างสง่างาม นักท่องเที่ยวนิยมไปเช็กอินที่ ด่านมู่เถียนยวี่ หรือ ด่านปาต๋าหลิ่ง เพื่อชมทัศนียภาพทางธรรมชาติที่โอบล้อมป้อมปราการโบราณ ซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันไปในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่เปลี่ยนภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นสีส้มแดง หรือช่วงฤดูหนาวที่กำแพงถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนดูสวยงามแปลกตา
2. หอฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven)

สถาปัตยกรรมทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง โดยในอดีตถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงสวรรค์ของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงและชิง โดดเด่นด้วยตำหนักทรงวงกลมหลังคาสีน้ำเงินเข้มที่สร้างขึ้นตามความเชื่อเรื่องฟ้าและดิน โดยการก่อสร้างทั้งหมดไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของชาวจีนโบราณ พื้นที่โดยรอบยังถูกโอบล้อมด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เงียบสงบ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นแลนด์มาร์คที่สะท้อนศิลปะจีนได้อย่างวิจิตรบรรจง
3. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ปักกิ่ง (Universal Studios Beijing)

สวนสนุกยูนิเวอร์แซลที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็น ที่เที่ยวจีน ยอดฮิตที่รวบรวมโซนความสนุกไว้ถึง 7 โซนด้วยกัน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ Wizarding World of Harry Potter ที่จำลองปราสาทฮอกวอตส์ออกมาได้อย่างสมจริง รวมถึงโซน Kung Fu Panda Land of Awesomeness ที่ตกแต่งในสไตล์จีนดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง เครื่องเล่นทุกอย่างใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกตื่นเต้นระดับโลกที่หาไม่ได้จากที่ไหน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยที่ต้องการความสนุกแบบเต็มอิ่มตลอดทั้งวัน
4. ชิงเต่า (Qingdao)

เมืองตากอากาศริมชายฝั่งทะเลที่ผสมผสานเสน่ห์ของโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมสไตล์เยอรมันที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย นอกจากบรรยากาศเมืองเก่าที่สวยงามและหาดทรายขาวที่น่าเดินเล่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของเบียร์ชิงเต่าชื่อดังระดับโลก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์พร้อมลิ้มรสเบียร์สดส่งตรงจากโรงงานได้อีกด้วย
5. เดอะบันด์ (The Bund)

ย่านทางเดินริมแม่น้ำหวงผู่ที่เป็นหัวใจสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองในมหานครเซี่ยงไฮ้ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของกลุ่มอาคารสไตล์ตะวันตกที่มีสถาปัตยกรรมย้อนยุคตัดกับวิวตึกระฟ้ายุคใหม่ และหอคอยไข่มุกที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างลงตัว ยิ่งในช่วงค่ำคืนที่ตึกทุกหลังพร้อมใจกันเปิดไฟสว่างไสวจะสะท้อนเงาลงบนผิวน้ำ กลายเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดและเป็นจุดเช็กอินที่ห้ามพลาดเมื่อคุณมีโอกาสมา เที่ยวจีน เพื่อสัมผัสบรรยากาศความล้ำสมัยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
6. เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับโลก มาพร้อมกับปราสาทดิสนีย์ Enchanted Storybook Castle ที่สูงและใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีนเข้ากับมนต์เสน่ห์ของดิสนีย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือเครื่องเล่นสุดระทึกอย่าง TRON Lightcycle Power Run ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอนาคต รวมถึงโซนใหม่ล่าสุดอย่าง Zootopia ที่จำลองเมืองจากการ์ตูนชื่อดังออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวาทุกรายละเอียด
7. หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ (Wangxiangu)

หมู่บ้านโบราณที่สร้างขึ้นอย่างมหัศจรรย์บนหน้าผาสูงชันในมณฑลเจียงซี กลายเป็นพิกัดอันซีนที่โด่งดังไปทั่วโลกด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมที่ลดหลั่นตามไหล่เขา ไฮไลท์สำคัญคือช่วงเวลาค่ำคืนที่หมู่บ้านจะเปิดไฟสว่างไสวระยิบระยับราวกับหลุดออกมาจากฉากในซีรีส์เทพนิยายจีน บรรยากาศรอบข้างโอบล้อมด้วยขุนเขาและลำธารใส ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดเช็กอินที่มอบประสบการณ์การ เที่ยวจีน ที่สวยงามและเงียบสงบแตกต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไป
8. จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou)

มรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์บนดิน ด้วยทะเลสาบที่มีน้ำใสสะอาดราวกระจกสะท้อนภาพท้องฟ้าและภูเขาอย่างงดงาม โดยเฉพาะสีของน้ำที่เป็นสีมรกตและสีฟ้าครามอันเป็นเอกลักษณ์ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ป่ารอบๆ อุทยานจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และเหลือง ตัดกับน้ำในทะเลสาบอย่างอลังการ จนกลายเป็น ที่เที่ยวจีน ยอดฮิตที่นักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝันว่าจะต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต เพื่อสัมผัสความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ
9. ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู (Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding)

ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความน่ารักของเหล่าแพนด้าอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่จำลองมาจากธรรมชาติจริง ภายในศูนย์มีทั้งแพนด้ายักษ์และแพนด้าแดงตัวน้อย รวมถึงโซนอนุบาลหมีแพนด้าที่มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกมาเที่ยวจีนเมืองไหนดี เพื่อเติมเต็มความประทับใจให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ
10. อุทยานย่าติง (Yading Nature Reserve)

ดินแดนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย" ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงในมณฑลเสฉวน โดดเด่นด้วยยอดเขาหิมะศักดิ์สิทธิ์ 3 ยอดที่ตั้งตระหง่านเหนือทุ่งหญ้าและทะเลสาบสีฟ้าใสกระจ่าง การมา เที่ยวจีน ที่ย่าติงคือนิยามของการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์ นักท่องเที่ยวจะได้เดินเท้าผ่านเส้นทางที่สวยงามเพื่อไปชมทะเลสาบน้ำนมและทะเลสาบห้าสี ซึ่งตั้งอยู่บนความสูงกว่า 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มอบทัศนียภาพที่อลังการจนเกินคำบรรยาย
11. ต๋ากู่ปิงชวน (Dagu Glacier National Park)

อุทยานทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ไฮไลท์สำคัญคือนั่งกระเช้าที่สูงที่สุดในโลกขึ้นไปบนยอดเขาที่มีความสูงกว่า 4,860 เมตร เพื่อชมธารน้ำแข็งโบราณที่มีอายุนับล้านปี บนยอดเขามีคาเฟ่ที่ได้ชื่อว่าโดดเดี่ยวที่สุดในโลก ให้คุณได้จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ พร้อมชมวิวทะเลภูเขาหิมะแบบ 360 องศา นับเป็นพิกัดสุดอลังการที่ตอบโจทย์คนรักความหนาวเย็นและต้องการชมความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์แห่งเอเชียอย่างแท้จริง
12. ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan)

เทือกเขาที่มียอดเขาสูง 4 ยอดเรียงตัวกันอย่างสง่างามจนถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดั่งหญิงสาวสี่พี่น้อง โดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่คล้ายคลึงกับเทือกเขาแอลป์ในยุโรป มีทั้งทุ่งหญ้ากว้าง ป่าสนสีเขียวขจี และลำธารใสที่ไหลผ่านหุบเขาตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ความงามจะทวีคูณด้วยภาพของ ยอดเขาสูงชันที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส และป่าสนที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ทำให้ในแต่ละฤดูกาลภูเขาสี่ดรุณีจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างหลากหลาย ทั้งดอกไม้ป่าในฤดูร้อนและใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของนักถ่ายรูปและสายแคมป์ปิ้งที่มองหาความสงบและความอลังการของธรรมชาติอย่างแท้จริงค่ะ
13. อุทยานจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)

อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนที่กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภูเขาฮัลเลลูยาห์ในภาพยนตร์เรื่อง Avatar อันโด่งดัง ไฮไลท์ของที่นี่คือ กลุ่มเสาหินทรายสูงตระหง่านสลับซับซ้อนท่ามกลางสายหมอก ที่พุ่งทะยานฟ้ากว่า 3,000 ยอด มอบทัศนียภาพที่ดูลึกลับและน่าอัศจรรย์ใจ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟต์แก้วไป่หลงที่สูงที่สุดในโลกเพื่อชมวิวในมุมสูงอย่างใกล้ชิด นับเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในการมา เที่ยวจีน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการและธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกันค่ะ
14. เขาเทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain)

ยอดเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมืองจางเจียเจี้ย โดดเด่นด้วยช่องว่างใต้หน้าผาขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "ประตูสวรรค์" ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลกขึ้นไปสัมผัสความอลังการ นอกจากความสวยงามของตัวประตูสวรรค์แล้ว ที่นี่ยังมีทางเดินกระจกใสริมหน้าผาและถนน 99 โค้งที่เลี้ยวลดไปตามไหล่เขา เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายลุยที่ต้องการมาเก็บภาพความประทับใจ ณ จุดที่ท้องฟ้าและขุนเขามาบรรจบกัน
15. ภูเขาเจ็ดดาว (Seven Star Mountain)

แลนด์มาร์คอันซีนแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองจางเจียเจี้ยที่เป็นจุดเช็กอินมาแรงในปี 2026 นี้ โดยมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,528 เมตร จุดเด่นอยู่ที่ระเบียงกระจกวงกลม "Sky Eye" หรือดวงตาแห่งท้องฟ้าที่ให้คุณชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา และสามารถมองเห็นเขาเทียนเหมินซานได้จากระยะไกล หากคุณกำลังวางแผนว่าจะเลือกมา เที่ยวจีนเดือนไหนดี เพื่อสัมผัสทะเลหมอกที่สวยที่สุดบนยอดเขาแห่งนี้ แนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นสบายและฟ้าเปิดชัดเจนค่ะ
16. หมู่บ้านโบราณฝูหรงเจิ้น (Furong Town)

เมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 2,000 ปี ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงและมีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลผ่านกลางหมู่บ้านจนได้รับฉายาว่า "เมืองบนน้ำตก" บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของชาวเผ่าถู่เจีย ยิ่งในยามค่ำคืนเมื่อมีการเปิดไฟประดับประดาทั่วทั้งหมู่บ้านและน้ำตก แสงไฟจะสะท้อนกับละอองน้ำเกิดเป็นภาพที่สวยงามอลังการดั่งเมืองสวรรค์ ถือเป็น ที่เที่ยวจีน ที่ให้บรรยากาศโรแมนติกและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
17. เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang Ancient Town)

เมืองเก่าแก่ที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดในเมืองจีน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโถวเจียงที่ไหลผ่านบ้านไม้โบราณสไตล์เตี้ยวเจี่ยวโหลวที่ยกพื้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ การได้เดินเล่นบนสะพานหินข้ามแม่น้ำหรือล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมสองฝั่งน้ำจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีต โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เมืองทั้งเมืองจะสว่างไสวด้วยแสงไฟหลากสีสันสะท้อนเงาน้ำ กลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง
18. อุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges)

มหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในเมืองอู่หลง มหานครฉงชิ่ง ประกอบด้วยสะพานหินปูนธรรมชาติขนาดมหึมา 3 แห่งที่ทอดข้ามหุบเขาและหลุมยุบขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำมานานนับล้านปี ที่นี่ไม่ได้มีเพียงความยิ่งใหญ่ของภูเขาและถ้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Transformers 4 และ Curse of the Golden Flower การเดินลงไปสัมผัสก้นบึ้งของหลุมฟ้าและชมโรงเตี๊ยมโบราณจะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจไปกับพลังแห่งการสรรค์สร้างของการ เที่ยวจีน ในเส้นทางสายธรรมชาติแห่งนี้
19. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)

ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวนาซีที่ตั้งตระหง่านเหนือเมืองลี่เจียง โดดเด่นด้วยยอดเขา 13 ยอดที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี มองดูคล้ายมังกรสีขาวเงินที่กำลังเลื้อยอยู่บนท้องฟ้า นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปยังจุดชมวิวที่มีความสูงกว่า 4,506 เมตร เพื่อสัมผัสความหนาวเย็นและชมธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิด นับเป็นไฮไลท์สำคัญของการมา เที่ยวจีน ที่มอบความตื่นตาตื่นใจในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ พร้อมชมโชว์สุดอลังการท่ามกลางฉากหลังเป็นภูเขาหิมะที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
20. หุบเขาพระจันทร์สีเงิน (Blue Moon Valley)

ทะเลสาบสีฟ้าครามใสบริสุทธิ์ที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาหิมะมังกรหยก น้ำที่ไหลลงมาจากการละลายของหิมะบนยอดเขาได้ผ่านการกรองตามธรรมชาติจนกลายเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ตัดกับหินปูนสีขาวนวลที่ลดหลั่นเป็นชั้นน้ำตกขนาดเล็ก บรรยากาศรอบด้านโอบล้อมด้วยป่าสนที่อุดมสมบูรณ์ มอบภาพลักษณ์ที่สวยงามราวกับภาพวาดในนิยาย สถาปัตยกรรมทางธรรมชาติที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวจีน ที่ช่างภาพและคู่รักนิยมมาเก็บภาพความประทับใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในมณฑลยูนนาน
21. ไป๋สุ่ยไถ (Bai Shui Tai)

พิกัดอันซีนทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างทางจากลี่เจียงไปแชงกรีล่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ระเบียงธารน้ำขาว" เกิดจากการสะสมตัวของแคลเซียมคาร์บอเนตที่มากับน้ำพุร้อน จนสร้างเป็นชั้นหินปูนสีขาวสะอาดตาซ้อนทับกันคล้ายกับนาขั้นบันไดและมีน้ำใสไหลผ่านตลอดปี ความขาวสะอาดของหินตัดกับสีฟ้าอ่อนของน้ำทำให้ที่นี่ดูคล้ายกับก้อนเมฆที่ตกลงมาอยู่บนดิน นับเป็นที่เที่ยวสวยงามและเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการค้นพบมุมมองใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวแดนมังกร
22. ภูเขาหิมะเจี้ยวจื่อ (JiaoZi Mountain)

หากใครกำลังวางแผน เที่ยวจีน ช่วงฤดูหนาว Jiaozi Snow Mountain คืออีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดใกล้เมืองคุนหมิง ที่นี่โดดเด่นด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนสุดสายตา ไฮไลต์สำคัญคือการเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ (Boardwalk) ที่ทอดยาวท่ามกลางหิมะสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมสัมผัสความมหัศจรรย์ของน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว ซึ่งจับตัวเป็นรูปร่างแปลกตาราวประติมากรรมธรรมชาติ เหมาะทั้งสายถ่ายภาพและผู้ที่อยากสัมผัสหิมะแบบไม่ต้องเดินทางไกลถึงจีนตอนเหนือ ถือเป็นประสบการณ์ฤดูหนาวสุดประทับใจในยูนนานเลยก็ว่าได้
23. ภูเขาเจ็ดสีตงชวน (Dongchuan Red Land)

ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนดินสีแดงที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคุนหมิง ความมหัศจรรย์เกิดจากแร่ธาตุในดินที่ทำปฏิกิริยากับอากาศจนกลายเป็นสีแดงจัดสลับกับสีสันของพืชไร่ที่ชาวบ้านปลูกตามฤดูกาล เช่น ดอกมัสตาร์ดสีเหลืองหรือต้นข้าวสีเขียว ทำให้ภูเขาทั้งลูกดูเหมือนผืนผ้าใบทิ่ถูกระบายด้วยสีน้ำมันหลากเฉดสี ทัศนียภาพอันกว้างไกลของที่นี่จะสวยงามที่สุดในช่วงที่แสงแดดตกกระทบพื้นดิน สะท้อนความสวยงามทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก
24. สุสานทหารดินเผาจิ๋นซี (Terracotta Army)

หนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในเมืองซีอาน พบกับกองทัพทหารดินเผาขนาดเท่าตัวจริงกว่า 8,000 รูป พร้อมด้วยรถม้าและอาวุธโบราณที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพิทักษ์จักรพรรดิจิ๋นซีในโลกหลังความตาย รูปปั้นทหารแต่ละรูปมีใบหน้าและเครื่องแต่งกายที่ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่รูปเดียว สะท้อนถึงอำนาจและความรุ่งเรืองของราชวงศ์จีนเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน นับเป็นพิกัดประวัติศาสตร์ที่ทำให้การเดินทางมา เที่ยวจีน ครั้งนี้ของคุณเต็มไปด้วยความรู้สึกตระการตาและขลังจนต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต
25. กุ้ยหลิน (Guilin)

เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงามราวกับสวรรค์บนดิน โดดเด่นด้วยทิวเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาที่ตั้งเรียงรายสลับซับซ้อนขนานไปกับแม่น้ำหลี่เจียง ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการล่องเรือชมวิวจากกุ้ยหลินไปจนถึงหยางซั่ว เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและชมความงามของเขางวงช้างซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง นับเป็นอีกหนึ่งพิกัดคลาสสิกที่ยังคงครองใจนักเดินทางทั่วโลกเสมอมา
26. น้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall)

น้ำตกข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่บนเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศจีนและเวียดนามในมณฑลกว่างซี ความอลังการของที่นี่คือสายน้ำสีมรกตที่ไหลหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงถึง 3 ชั้น ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาอันเขียวขจีและเงียบสงบ นักท่องเที่ยวสามารถล่องแพเข้าไปสัมผัสละอองน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่เชื่อมโยงสองประเทศเข้าด้วยกัน นับเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ที่คุ้มค่าแก่การมา เที่ยวจีน เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่หาชมได้ยากจากที่อื่น
27. ทะเลสาบเกลือฉาข่า (Chaka Salt Lake)

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "กระจกแห่งท้องฟ้า" (Mirror of the Sky) แห่งมณฑลชิงไห่ ด้วยผืนน้ำที่ใสสะอาดและตื้นเขินปกคลุมไปด้วยผลึกเกลือสีขาวบริสุทธิ์ ทำให้ผิวน้ำสามารถสะท้อนภาพท้องฟ้าและก้อนเมฆได้อย่างชัดเจนจนดูเหมือนภาพวาดที่ไร้ขอบเขต ที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวจีน ยอดฮิตของเหล่านักถ่ายรูปที่ต้องการเก็บภาพสะท้อนที่สวยงามเกินจริง โดยเฉพาะการนั่งรถไฟเล็กสีแดงตัดกับสีขาวของเกลือและสีฟ้าของท้องฟ้า มอบความประทับใจราวกับเดินอยู่บนสวรรค์
28. อุทยานธรณีวิทยาตันเสียจางเย่ (Danxia Landform)

มหัศจรรย์ภูเขาสายรุ้งหลากสีสันในมณฑลกานซู ซึ่งเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุและหินทรายสีต่างๆ นานนับล้านปี จนเกิดเป็นริ้วลายสีแดง ส้ม เหลือง และเขียว พาดผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อนอย่างน่าอัศจรรย์ ความสวยงามของสีสันเหล่านี้จะเด่นชัดเป็นพิเศษเมื่อได้รับแสงแดดตกกระทบหรือหลังช่วงฝนตกใหม่ๆ ทำให้ภูเขาทั้งลูกดูเหมือนผืนผ้าใบที่ธรรมชาติระบายสีไว้อย่างวิจิตรบรรจง เป็นพิกัดอันซีนระดับโลกที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของแผ่นดินจีนได้อย่างดีเยี่ยม
29. อุทยานคานาสือ (Kanas)

ดินแดนสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของซินเจียงตอนเหนือ โดดเด่นด้วย โค้งน้ำรูปพระจันทร์เสี้ยวในอุทยานคานาสือ ที่มีน้ำสีมรกตใสสะอาด ผืนน้ำแห่งนี้โอบล้อมด้วย ป่าเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสลับเขียว ของป่าสนไซบีเรียและทิวเขาหิมะที่กว้างสุดลูกหูลูกตา การมา เที่ยวจีน มอบบรรยากาศที่ดูสวยงามราวกับหลุดเข้าไปในนิทานแถบยุโรป โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามสะท้อนกับผิวน้ำ สร้างทัศนียภาพที่อลังการและ สะท้อนบรรยากาศดินแดนสวรรค์ในซินเจียง จนได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
30. หมู่บ้านหิมะ (China Snow Town)

ปิดท้ายด้วยความโรแมนติกที่มู๋ตันเจียง มณฑลเฮยหลงเจียง หมู่บ้านแห่งนี้มีหิมะปกคลุมหนานานถึง 7 เดือนต่อปี ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษทำให้หิมะที่นี่มีความละเอียด นุ่ม และเกาะตัวบนหลังคาบ้านไม้จนดูเหมือนเห็ดหิมะสีขาวนวลน่ารัก ยิ่งในยามค่ำคืนเมื่อชาวบ้านเปิดโคมไฟสีแดงตัดกับสีขาวของหิมะ บรรยากาศจะอบอุ่นและสวยงามเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ นับเป็นพิกัดสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบสำหรับทริปฤดูหนาวที่ทุกคนใฝ่ฝัน
ทั้งหมดนี้คือ 30 พิกัด ที่เที่ยวจีน อัปเดตสำหรับปี 2026 ที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าปีนี้จะเลือกไปเที่ยวจีนเมืองไหนดี เพราะแต่ละสถานที่ต่างมีความโดดเด่นและเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นสายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ หรือสายถ่ายรูป
สำหรับใครที่กำลังวางแผน เที่ยวจีน แต่ยังกังวลเรื่องการเดินทาง ภาษา หรือการวางแผนเส้นทางที่ซับซ้อน ให้ยักษ์ทัวร์ดูแลทริปของคุณนะคะ เรามีโปรแกรมเที่ยวต่างประเทศที่ออกแบบมาอย่างดี บริการครบจบในที่เดียว พร้อมการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทางค่ะ
