Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

ปักหมุด ที่เที่ยวยุโรป ยอดฮิต วางแผน เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี อัปเดตล่าสุดปี 2026

14 กรกฎาคม 2569
YakTour Blog
ปักหมุด ที่เที่ยวยุโรป ยอดฮิต วางแผน เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี อัปเดตล่าสุดปี 2026

ความสวยงามตระการตาของ ที่เที่ยวยุโรป คือเหตุผลที่ทำให้ทวีปนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก แต่คำถามสำคัญคือเราควรจะเริ่มต้น เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี ในปี 2026 นี้ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางมากที่สุด บทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกพิกัดยอดนิยม วางแผนการเดินทางแบบมือโปร พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดเพื่อให้ทริปในฝันของคุณราบรื่นและสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ

 

 

เจาะลึก เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี ให้ตรงสไตล์และคุ้มค่าที่สุด

การเดินทางไป เที่ยวยุโรป ให้คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินและได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเลือกประเทศที่ดังที่สุดเสมอไปค่ะ แต่คือการเลือกจุดหมายปลายทางที่ "ตรงกับสไตล์การท่องเที่ยว" และ "ตอบโจทย์งบประมาณ" ในกระเป๋าของคุณ เพราะแต่ละภูมิภาคของยุโรปมีเอกลักษณ์และค่าครองชีพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เพื่อช่วยให้คุณวางแผนได้ง่ายและตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น เราได้ทำการจัดกลุ่มประเทศไฮไลท์ตามไลฟ์สไตล์การเดินทางยอดฮิตมาให้คุณเลือกปักหมุดกันตรงนี้เลยค่ะ:

ตารางเปรียบเทียบสไตล์ เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี ที่ใช่สำหรับคุณ

ไลฟ์สไตล์การเที่ยว

ประเทศไฮไลท์

จุดเด่นและแลนด์มาร์กสำคัญ

ระดับงบประมาณ / ค่าครองชีพ

สายคลาสสิก เน้นแลนด์มาร์กดัง

ฝรั่งเศส, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์

เหมาะสำหรับคนไป ที่เที่ยวยุโรป ครั้งแรก ชมหอไอเฟล โคลอสเซียม และขึ้นยอดเขาจุงเฟรา สวยตรงปกตามฝัน

💰💰💰💰(ค่อนข้างสูง - สูงมาก)

สายธรรมชาติอลังการ

นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์, ออสเตรีย

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ทั้งฟยอร์ด แสงเหนือ น้ำตกยักษ์ และหมู่บ้านริมทะเลสาบโอบล้อมด้วยขุนเขา

💰💰💰 - 💰💰💰💰💰(ปานกลาง - สูงมาก)

สายโรแมนติก งบประหยัด

สาธารณรัฐเช็ก, ฮังการี, โปแลนด์

เดินชมเมืองเก่าสไตล์เทพนิยายและปราสาทโบราณในแถบยุโรปตะวันออก บรรยากาศหรูหรา ราคาเป็นมิตร

💰💰(ประหยัด สบายกระเป๋า)


 

 

พิกัดเด่น ที่เที่ยวยุโรป ยอดฮิตสำหรับมือใหม่ เที่ยวง่าย ถ่ายรูปสวย

สำหรับนักเดินทางที่กำลังวางแผนไปเยือนภูมิภาคยุโรปเป็นครั้งแรก การเลือกประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก ปลอดภัย และมีแลนด์มาร์กดับโลกที่ต้องไปเช็กอินให้ได้สักครั้งคือหัวใจสำคัญค่ะ และนี่คือ 3 ประเทศสุดคลาสสิกที่ตอบโจทย์คำถาม เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี สำหรับมือใหม่ได้ดีที่สุดค่ะ

1. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) - ดินแดนแห่งขุนเขาและรถไฟสุดตรงเวลา
 

เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี วิวยอดเขาเซอร์แมทและรถไฟสายโรแมนติก สวิตเซอร์แลนด์

 

หากพูดถึง ที่เที่ยวยุโรป ที่สวยราวกับภาพวาดและเที่ยวง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ สวิตเซอร์แลนด์ คือคำตอบอันดับหนึ่งค่ะ ด้วยระบบรถไฟ Swiss Travel Pass ที่ครอบคลุมและตรงเวลาเป๊ะ ทำให้คุณเดินทางข้ามเมืองไปดูยอดเขาเซอร์แมท (Zermatt) หรือขึ้นรถไฟสายโรแมนติกได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ
 

2. ฝรั่งเศส (France) - จุดศูนย์กลางแห่งแฟชั่น ศิลปะ และสถาปัตยกรรม
 

 ภาพถ่ายมุมกว้างหอไอเฟลในบรรยากาศยามเย็น กรุงปารีส ฝรั่งเศส

 

เมืองน้ำหอมอย่าง ฝรั่งเศส โดยเฉพาะกรุงปารีส คือจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ไฮไลท์สำคัญคือการไปถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ล่องเรือแม่น้ำแซน และเดินชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ที่นี่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน (Metro) และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์สายถ่ายรูปคอนเทนต์และสายช้อปปิ้งเป็นที่สุด
 

3. อิตาลี (Italy) - ท่องโลกประวัติศาสตร์อารยธรรมและอาหารเลิศรส
 

 สถาปัตยกรรมโบราณโคลอสเซียมยามพระอาทิตย์ตกดิน กรุงโรม อิตาลี

 

อีกหนึ่งประเทศยอดฮิตที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร อิตาลี โดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมโบราณที่ยิ่งใหญ่ ทั้งโคลอสเซียมในกรุงโรม หอเอนเมืองปิซา และเมืองแห่งสายน้ำอย่างเวนิส นอกจากนี้ยังมีอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ที่ถูกปากคนไทย เดินทางข้ามเมืองง่ายด้วยรถไฟความเร็วสูง เป็นประเทศที่ครบรสทั้งเที่ยว กิน และถ่ายรูปสวยทุกมุม

 

 

สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ: ประเทศในยุโรปกับวิวหลักล้านที่ต้องไปเยือน

หากคุณเป็นนักเดินทางที่ชอบความยิ่งใหญ่ตระการตาของธรรมชาติ หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่เพื่อไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทวีปยุโรปก็มีพิกัดกรีนๆ และแลนด์มาร์กทางธรรมชาติระดับโลกที่พร้อมสะกดสายตาคุณให้หลงรัก และนี่คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดฮิตที่จะตอบคำถามของคุณว่า เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี หากหัวใจเรียกร้องหาธรรมชาติค่ะ

1. นอร์เวย์ (Norway) - ดินแดนแห่งฟยอร์ดสุดอลังการและพระอาทิตย์เที่ยงคืน
 

วิวหมู่บ้านชาวประมงสีแดงบนเกาะโลโฟเทนท่ามกลางหิมะ นอร์เวย์

 

นอร์เวย์ คือหนึ่งใน ที่เที่ยวยุโรป ทางธรรมชาติที่สวยสะดุดตาที่สุด โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบ "ฟยอร์ด" (Fjord) หรือหุบเขาเว้าแหว่งที่ถูกกัดเซาะด้วยธารน้ำแข็งโบราณ รายล้อมด้วยหน้าผาสูงชันและน้ำตกที่ไหลลงสู่ทะเล นอกจากนี้ในช่วงหน้าหนาว เมืองทางตอนเหนืออย่างเกาะโลโฟเทน (Lofoten) ยังเป็นพิกัดยอดนิยมในการตามล่าแสงเหนือสีเขียวมรกตที่เต้นระบำบนท้องฟ้าอีกด้วย

 

2. ไอซ์แลนด์ (Iceland) - สัมผัสความมหัศจรรย์บนดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ
 

ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกกุลล์ฟอสส์และรุ้งกินน้ำบนดินแดนไอซ์แลนด์

 

สำหรับสายผจญภัยที่อยากเห็นความแปลกตาขั้นสุด ไอซ์แลนด์ คือคำตอบค่ะ ประเทศนี้เต็มไปด้วยภูมิประเทศสุดล้ำยุคที่หาดูได้ยาก ทั้งน้ำตกขนาดใหญ่ที่ทรงพลังอย่างน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ธารน้ำแข็งสีฟ้าคราม ไปจนถึงหาดทรายสีดำสนิท เป็นพิกัดที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในดาวดวงอื่น เหมาะกับคนชอบ Road Trip และรักการถ่ายภาพแนว Landscape

 

3. ออสเตรีย (Austria) - ดื่มด่ำหมู่บ้านริมทะเลสาบและเทือกเขาแอลป์สไตล์สวิส
 

มุมมหาชนของหมู่บ้านริมทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ออสเตรีย

 

หากนอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ดูดิบเกินไป ออสเตรีย คือตัวแทนของความโรแมนติกสายธรรมชาติค่ะ ไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาเยือนคือ ฮัลล์สตัทท์" (Hallstatt) หมู่บ้านริมทะเลสาบที่เก่าแก่และสวยที่สุดในโลก โอบล้อมด้วยภูเขาสูงและสถาปัตยกรรมไม้คลาสสิก รวมถึงเมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เมืองสีลูกกวาดที่มีเทือกเขาแอลป์ (Alps) ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง เป็นประเทศที่ธรรมชาติและเมืองผสมผสานกันอย่างลงตัว

 


ทางเลือกสำหรับสายคุ้ม: เที่ยวเมืองในเทพนิยายกับค่าครองชีพที่เป็นมิตร

หากคุณมีโจทย์ในใจว่าอยากไป เที่ยวยุโรป ที่สถาปัตยกรรมสวยสะดุดตา บรรยากาศโรแมนติก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าสบายกระเป๋า กลุ่มประเทศในแถบยุโรปตะวันออกคือคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ เพราะค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าที่พักที่นี่เป็นมิตรต่อนักเดินทางมากๆ จนแทบไม่ต่างจากการเที่ยวในเอเชีย และนี่คือ 3 พิกัดไฮไลท์ที่สายคุ้มห้ามพลาดค่ะ

1. สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) - ดื่มด่ำเสน่ห์เมืองมรดกโลกและปราสาทโบราณ
 

สะพานชาร์ลส์และวิวหลังคาเมืองเก่าสไตล์เทพนิยาย กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก

 

หนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติกอันดับต้นๆ ของโลก โดยมี กรุงปราก (Prague) เป็นศูนย์กลาง ไฮไลท์สำคัญคือการไปเดินทอดน่องบนสะพานชาร์ลส์ ชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ และเยือนปราสาทปรากอันยิ่งใหญ่ เมืองนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเดินอยู่ในเทพนิยายคลาสสิก แต่จ่ายในราคาที่สบายกระเป๋าอย่างไม่น่าเชื่อ เหมาะสำหรับทั้งคู่รักและคนที่เพิ่งมาเริ่มต้นเที่ยวแถบนี้ค่ะ

 

2. ฮังการี (Hungary) - ชมแสงไฟสุดอลังการริมแม่น้ำดานูบแห่งกรุงบูดาเปสต์
 

 อาคารรัฐสภาฮังการีเปิดไฟสีทองอร่ามริมแม่น้ำดานูบ บูดาเปสต์ ฮังการี

 

บูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ฮังการี ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่วิวกลางคืนสวยที่สุดในโลก จุดเด่นที่ต้องไปเช็กอินคืออาคารรัฐสภาฮังการีริมแม่น้ำดานูบที่จะเปิดไฟสีทองอร่ามงดงามตระการตาในตอนค่ำ รวมถึงการไปแช่น้ำแร่ร้อนในโรงอาบน้ำโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญคืออาหารท้องถิ่นรสชาติดีและราคาเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋ามากค่ะ

 

3. โปแลนด์ (Poland) - สัมผัสประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและจัตุรัสเมืองเก่าหลากสีสัน
 

จัตุรัสเมืองเก่าพร้อมตึกสีพาสเทลและขบวนรถม้าที่เมืองคราคูฟ โปแลนด์

 

โปแลนด์ เป็นประเทศที่ผสมผสานระหว่างเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาและสถาปัตยกรรมที่สวยงามได้อย่างลงตัว เมืองคราคูฟ (Krakow) และวอร์ซอ (Warsaw) เต็มไปด้วยอาคารสีพาสเทลสดใสในเขตเมืองเก่า มีพระราชวังโบราณ และมีค่าครองชีพที่จัดว่าถูกที่สุดแห่งหนึ่งใน ที่เที่ยวยุโรป ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถกินหรูอยู่สบายได้ในงบประมาณที่จำกัด เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยตอบคำถาม เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี ได้อย่างคุ้มค่าแน่นอนค่ะ


 

 

วางแผน เที่ยวยุโรปเดือนไหนดี? เจาะลึกไฮไลท์ความปังครบทุกฤดูกาล

นอกจากเรื่องการเลือกประเทศแล้ว "ฤดูกาล" ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดบรรยากาศและประสบการณ์ในการเดินทางค่ะ ทวีปยุโรปมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของปี หากคุณกำลังวางแผนว่าช่วงไหนคือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการไป เที่ยวยุโรป มาเจาะลึกไฮไลท์เด็ดครบทั้ง 4 ฤดูไปพร้อมกันเลยค่ะ

1. ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): ช่วงเวลาแห่งความสดใสและทุ่งดอกไม้

บรรยากาศ: อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น หิมะละลาย และต้นไม้ดอกไม้เริ่มผลิบานหลากสีสัน ค่าครองชีพและตั๋วเครื่องบินยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับช่วงกลางปี
ไฮไลท์เด็ด: การไปชมทุ่งดอกทิวลิปที่เนเธอร์แลนด์ หรือเดินเที่ยวชมเมืองคลาสสิกในฝรั่งเศสและอิตาลีท่ามกลางอากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวจัดหรือร้อนเกินไปค่ะ

2. ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ช่วงเวลาแห่งเทศกาลและธรรมชาติสีเขียวขจี

บรรยากาศ: ท้องฟ้าเปิดยาวนาน กลางวันยาวกว่ากลางคืน (บางประเทศสว่างถึงสี่ทุ่ม) ทำให้มีเวลาเที่ยวต่อวันเยอะมาก
ไฮไลท์เด็ด: เป็นช่วงเวลาทองของสายธรรมชาติค่ะ เหมาะกับการไปเดินป่าขึ้นยอดเขาที่สวิตเซอร์แลนด์ ล่องเรือชมฟยอร์ดที่นอร์เวย์ หรือพักผ่อนริมทะเลทางใต้อย่างอิตาลี ถือเป็นช่วงที่คึกคักที่สุดและเป็น Peak Season ของ ที่เที่ยวยุโรป เลยค่ะ

3. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): ช่วงเวลาสุดโรแมนติกของใบไม้เปลี่ยนสี

บรรยากาศ: อากาศเริ่มกลับมาเย็นสบายจนถึงหนาว ตัวเมืองและป่าเขาทั่วทวีปจะเปลี่ยนเป็นโทนสีส้ม สีแดง และสีเหลืองทอง บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกเป็นพิเศษ
ไฮไลท์เด็ด: การไปเยือนหมู่บ้านริมทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ในออสเตรีย หรือเดินชมปราสาทเทพนิยายที่สาธารณรัฐเช็ก ท่ามกลางฉากหลังของใบไม้เปลี่ยนสี ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อน ทำให้เที่ยวได้ชิลๆ ค่ะ

4. ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): ช่วงเวลาแห่งแสงเหนือและเทศกาลคริสต์มาส

บรรยากาศ: หนาวจัดและมีหิมะตกในหลายพื้นที่ กลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน เมืองต่างๆ จะประดับไฟอย่างสวยงาม
ไฮไลท์เด็ด: ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการเดินเที่ยว "ตลาดคริสต์มาส" (Christmas Market) สุดอบอุ่นในแถบยุโรปตะวันออก หรือใครที่เป็นสายลุยก็สามารถเลือกไปล่าแสงเหนือและนอนรีสอร์ทกระจกชมหิมะที่ไอซ์แลนด์หรือนอร์เวย์ตอนเหนือได้ค่ะ เป็นช่วงที่ตอบคำถาม เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี สำหรับคนชอบหิมะได้ดีที่สุด


 

 

5 ข้อควรรู้ก่อนเดินทางไป ที่เที่ยวยุโรป ปี 2026 ให้ทริปราบรื่นไม่มีสะดุด

หลังจากที่เลือกประเทศที่ใช่และฤดูกาลที่ชอบได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางค่ะ เพื่อให้ทริป เที่ยวยุโรป ของคุณราบรื่น ปลอดภัย และไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใจ นี่คือ 5 ข้อควรรู้และต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนออกเดินทางในปี 2026 นี้ค่ะ

1. เอกสารการเดินทางและวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa)

การเดินทางเข้าสู่ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปจำเป็นต้องใช้ "วีซ่าเชงเกน" แนะนำให้วางแผนและเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนเดินทางค่ะ นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบอายุการใช้งานของพาสปอร์ต โดยต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันที่เดินทางกลับไทยนะคะ

2. การเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศและการแต่งกาย

ควรเช็กพยากรณ์อากาศของเมืองที่จะไปล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมค่ะ หากไปช่วงฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อโค้ทหนาๆ ลองจอน และถุงมือให้พร้อม หรือหากไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง การแต่งตัวแบบเลเยอร์ (สวมทับหลายชั้น) จะช่วยให้ปรับตัวตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวันได้ง่ายที่สุดค่ะ

3. ระบบการใช้จ่ายเงินและสกุลเงิน

แม้ว่าหลายประเทศในยุโรปจะใช้เงินสกุลยูโร (EUR) แต่ก็มีบางประเทศที่มีสกุลเงินเป็นของตัวเอง เช่น สวิตเซอร์แลนด์ (CHF) หรือสาธารณรัฐเช็ก (CZK) ค่ะ ยุคนี้ยูโรปเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเกือบ 100% แนะนำให้พก Travel Card หรือบัตรเครดิตเป็นหลัก และแลกเงินสดติดตัวไว้เพียงเล็กน้อยสำหรับใช้ในยามจำเป็นก็พอค่ะ

4. ปลั๊กไฟและหัวแปลง (Universal Adapter)

ระบบปลั๊กไฟในยุโรปมีความหลากหลายและไม่เหมือนกับที่ประเทศไทยค่ะ ส่วนใหญ่จะใช้ปลั๊กรูปแบบ Type C ยุโรปตะวันออกบางแห่งใช้ Type E หรือหากไปอังกฤษต้องใช้ Type G ดังนั้น สิ่งที่ห้ามลืมพกติดกระเป๋าเด็ดขาดคือ Universal Adapter (หัวแปลงปลั๊กไฟทั่วโลก) เพื่อให้สามารถชาร์จอุปกรณ์สื่อสารและกล้องถ่ายรูปได้ตลอดทริปค่ะ

5. ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ

ข้อนี้ถือเป็นภาคบังคับในการยื่นขอวีซ่าเชงเกน และเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้คุณค่ะ ควรเลือกซื้อประกันภัยการเดินทางจากบริษัทที่น่าเชื่อถือและมีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามที่สถานทูตกำหนด ซึ่งจะช่วยดูแลคุณทั้งในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย ช่วยให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลค่ะ


 

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวยุโรป (FAQ)

Q: เที่ยวยุโรปครั้งแรก เลือกไปแถบไหนดีที่สุด?

A: สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจาก ยุโรปตะวันตก เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส หรืออิตาลี ค่ะ เนื่องจากเป็นภูมิภาคยอดนิยม ขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อกันอย่างสะดวกสบาย ปลอดภัยสูง และมีแลนด์มาร์กดับโลกที่เที่ยวง่าย เหมาะกับการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกที่สุดค่ะ

Q: ไปเที่ยวยุโรปใช้งบประมาณเริ่มต้นเท่าไหร่?

A: งบประมาณจะขึ้นอยู่กับภูมิภาคที่เลือกค่ะ หากเลือกเที่ยวแถบ ยุโรปตะวันออก (เช็ก, ฮังการี, โปแลนด์) จะใช้งบประหยัด เริ่มต้นประมาณ 50,000 - 70,000 บาท ก็สามารถเที่ยวได้สบายๆ แต่หากเป็นแถบ ยุโรปตะวันตกหรือยุโรปเหนือ ที่ค่าครองชีพสูง งบเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 - 120,000 บาทขึ้นไปต่อคนค่ะ (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและสไตล์การกินเที่ยว)

Q: ขอวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) ควรยื่นล่วงหน้านานแค่ไหน?

A: ควรวางแผนและยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันเดินทาง ค่ะ แม้ว่าตามกฎจะสามารถยื่นล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 6 เดือน แต่การเผื่อเวลาไว้ประมาณ 60 วันจะปลอดภัยที่สุดสำหรับขั้นตอนการพิจารณาเอกสาร และช่วยให้คุณมีเวลาจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปค่ะ

 

 


สุดท้ายแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า เที่ยวยุโรป ประเทศไหนดี ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้ทริปนี้ออกมาเป็นแบบไหน หากคุณชอบความคลาสสิกของแลนด์มาร์กชื่อดัง ฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์คือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม หรือหากต้องการเอาชนะใจตัวเองด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ นอร์เวย์และไอซ์แลนด์ก็พร้อมต้อนรับคุณเสมอ ส่วนสายเที่ยวชิล เน้นความคุ้มค่าสบายกระเป๋า ยุโรปตะวันออกอย่างเช็ก ฮังการี และโปแลนด์ จะมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้คุณได้ไม่แพ้กันแน่นอน

เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม วางแผนเรื่องฤดูกาลให้ดี แล้วออกไปเปิดโลกกว้างในทวีปยุโรปกันค่ะ!

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/10589

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved