Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

เที่ยวสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี เจาะลึก 5 โซนสุดมันส์ ลุยได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

5 มีนาคม 2569
YakTour Blog
เจาะลึก 5 โซนสุดมันส์ใน สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดพร้อมรีวิวเครื่องเล่นอัปเดตปี 2026

Yaktour ขอพานักท่องเที่ยวย้อนวัยกลับเป็นเด็กที่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี (Everland Theme Park) สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่และดีที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ จนถูกขนานนามว่าเป็น “ดิสนีย์แลนด์เกาหลี” และจัดเป็น 1 ใน 4 สวนสนุกยอดนิยมของโลกอีกด้วย และแน่นอนว่า ด้วยความที่สวนสนุกแห่งนี้มีขนาดใหญ่ จึงต้องมีการแบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก 5 โซนหลัก พร้อมอัปเดตวิธีการเดินทาง ราคาบัตร และเคล็ดลับสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถเที่ยวได้ครบจบในวันเดียวอย่างคุ้มค่าที่สุด หากพร้อมแล้ว ตาม Yaktour มาได้เลย

 


เจาะลึก 5 โซนสุดมันส์ของ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี

 

โซนที่ 1 โกลบอลแฟร์ (Global Fair)

 

โซนโกลบอลแฟร์ (Global Fair) สถาปัตยกรรมนานาชาติหลากหลายสไตล์บริเวณทางเข้าหลักที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมและศูนย์รวมร้านขายของที่ระลึก
 

โซนแรกที่คุณจะได้เจอเมื่อไปถึงก็คือ Global Fair ซึ่งเป็นบริเวณทางเข้า - ออกหลักของ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับสถาปัตยกรรมจากทั่วโลกที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ยุคเมโสโปเตเมีย เรอเนสซองส์ ไปจนถึงอาคารแบบโมเดิร์นที่สวยงาม ทำให้เป็น จุดถ่ายรูป ที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ก้าวแรก  

โซน Global Fair ยังเป็นเสมือนศูนย์กลางการบริการที่สำคัญ โดยประกอบไปด้วย ร้านค้า ร้านอาหารนานาชาติ ร้านขายของที่ระลึก โดยเฉพาะร้านขายสินค้าลิขสิทธิ์ของ Everland รวมถึงบริการต่างๆ จากทางสวนสนุก เช่น ตู้เก็บของ , ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, และจุดเช่ารถเข็นเด็กเป็นต้น ใครที่มองหาของฝากสุดพิเศษจากสวนสนุกแห่งนี้ ต้องแวะช้อปปิ้งในโซนนี้ก่อนกลับบ้านด้วยนะคะ


โซนที่ 2 การผจญภัยในยุโรป (European Adventure)
 

บรรยากาศ European Adventure หมู่บ้านสไตล์ยุโรปและสวนดอกไม้สี่สันสดใสสวยงาม

 

มาถึงโซน European Adventure ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอันงดงาม อาคารจำลองเป็นหมู่บ้านสไตล์ดัตช์ และการตกแต่งสวนสวยๆ ในรูปแบบฝรั่งเศส สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี ได้เนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสที่ปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะที่ Four Seasons Garden ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ต้องมาเช็กอิน 

แน่นอนว่าสิ่งน่าสนใจที่สุดของโซนนี้คือเครื่องเล่นสุดท้าทายที่มีมให้เลือกเล่นกันได้แบบจุใจ และมีไฮไลต์คือรถไฟเหาะ T-Express ซึ่งเป็นรถไฟเหาะไม้แห่งแรกของเกาหลีใต้ T-Express เป็นเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในสวนสนุก ด้วยความชันถึง 77 องศา และวิ่งด้วยความเร็วถึง 104 กม. ต่อชั่วโมง ใครที่ชอบความตื่นเต้นและรักความท้าทาย พลาดไม่ได้เลยนะคะ นอกจากนี้ อย่าลืมแวะผ่อนคลายที่ Holland Village ที่นี่มีร้านอาหารและเบียร์สดบรรยากาศดีรอคุณอยู่


โซนที่ 3 นครสัตว์มหาสนุก (ZooTopia)

 

โซนสวนสัตว์ซาฟารี ZooTopia เพลิดเพลินกับสัตว์นานาชนิดและกิจกรรมอันน่าตื่นเต้น

 

มาต่อกันที่ ZooTopia โซนซาฟารี หรือที่เราเรียกว่าโซนสวนสัตว์นั่นเองค่ะ เมื่อมาโซนนี้จะได้เพลิดเพลินกับสัตว์นานาชนิดและกิจกรรมอันน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการเข้าชมสัตว์ในระยะใกล้ ZooTopia ถือเป็นโซนที่ห้ามพลาดสำหรับทุกคน โดยมีไฮไลต์สำคัญที่โดดเด่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สุดใน สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี คือ 

  • Panda World บ้านของครอบครัวแพนด้ายักษ์สุดน่ารัก โดยเฉพาะ 'ฝูเป่า' (Fu Bao) และน้องแฝด ที่เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก การเข้าชมแพนด้าถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ควรจองคิวผ่านแอปฯ
  • Safari World นั่ง รถบัสซาฟารี ท่องโลกของสัตว์นักล่าอย่าง เสือ สิงโต และหมี ในระยะประชิด โดยที่สัตว์เหล่านั้นเดินเพ่นพ่านอยู่ข้างรถ
  • Lost Valley ผจญภัยไปกับ รถสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibian Vehicle) ชมสัตว์กินพืชหลากหลายชนิด เช่น ยีราฟ อูฐ และช้าง ที่ถูกปล่อยให้เดินเล่นอย่างอิสระ
  • Amazon Express สนุกสุดเหวี่ยงไปกับ การล่องแก่ง ด้วยเรือกลมที่จะพาคุณลุยไปตามกระแสน้ำเชี่ยวในป่าจำลอง เตรียมเสื้อกันฝนกันเปียกได้เลย!

นอกจากนี้ ยังมีบริการ กระเช้าลอยฟ้า (Human Sky) ที่ช่วยให้คุณเดินทางชมทัศนียภาพผ่านหุบเขาได้ ใครที่มีแพลนพาเด็กๆ มาเที่ยวสวนสนุกเอเวอร์แลนด์โซนนี้ถูกใจเด็กๆ และครอบครัวแน่นอนค่ะ


โซนที่ 4 ดินแดนมหัศจรรย์ (Magic Land)
 

หมู่บ้านอีสปดินแดนแห่งเทพนิยายและนิทานแฟนตาซีสำหรับเด็กๆ พร้อมเครื่องเล่นที่ตกแต่งอย่างน่ารักในโซนดินแดนมหัศจรรย์ (Magic Land)

 

ถัดมาคือ โซน Magic Land ดินแดนเทพนิยายแฟนตาซี ซึ่งมีการตกแต่งอย่างสวยงามราวกับเมืองในฝัน โซนนี้เป็นที่ตั้งของ AESOP’S VILLAGE หรือหมู่บ้านอีสป โลกแห่งนิทานอีสป ที่มีแนวคิดสอดแทรกเนื้อหาสาระและคติคำสอนผ่านตัวละครสัตว์น่ารักๆ มากมาย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ อย่างมาก นอกจากบรรยากาศที่น่ารักแล้ว โซนนี้ยังเป็นที่ตั้งของเครื่องเล่นสำหรับครอบครัวหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นม้าหมุนน่ารักๆ รถไฟเหาะขนาดเล็กสำหรับเด็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นไฮไลต์สุดมันส์ที่ห้ามพลาดอย่าง Thunder Falls ซึ่งเป็นการล่องซุงขนาดใหญ่ที่จะพาคุณดิ่งลงจากที่สูงพร้อมสาดน้ำสุดชุ่มฉ่ำ! เรียกได้ว่าโซน Magic Land ของ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัวมากเลยทีเดียวค่ะ


โซนที่ 5 ผจญภัยอเมริกัน (American Adventure)
 

เครื่องเล่น Double Rock Spin ที่กำลังเหวี่ยงตัวอย่างสุดเหวี่ยงในโซนผจญภัยอเมริกัน (American Adventure) ที่เน้นความตื่นเต้นท้าทายสไตล์ร็อกแอนด์โรล

 

มาถึงโซนสุดท้ายของ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี นั่นคือ American Adventure โซนนี้จะพาคุณย้อนเวลาสู่ประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ยุคโคลัมบัสค้นพบโลกใหม่ ไปจนถึงยุคเฟื่องฟูของดนตรีร็อกแอนด์โรลสุดคลาสสิกของราชาอย่าง เอลวิส เพรสลีย์ โดยโซนนี้มีจุดเด่นคือ ดนตรีประกอบจังหวะเร้าใจ ที่สร้างบรรยากาศสนุกสนานและคึกคักตลอดเวลา โซนนี้คือศูนย์รวม เครื่องเล่นสุดท้าทาย ที่เน้นการหมุน การเหวี่ยง และความเร็ว ที่เหมาะกับวัยรุ่นและผู้ใหญ่มากเลยค่ะ เครื่องเล่นไฮไลต์ที่คุณไม่ควรพลาดได้แก่

  • Rolling X-Train: รถไฟเหาะที่พาคุณหมุนตีลังกาแบบจัดเต็ม
  • Double Rock Spin: เครื่องเล่นหมุนเหวี่ยงที่สูงและเสียวไม่แพ้ใคร
  • Columbus Adventures: เรือเหาะไวกิ้งขนาดใหญ่ที่เหวี่ยงได้สูงถึงขีดสุด
  • Let’s Twist: เครื่องเล่นที่พาคุณหมุนไปหลายทิศทาง

หากคุณเป็นสายชอบความตื่นเต้น และอยากสัมผัสบรรยากาศแบบอเมริกันแท้ๆ โซน American Adventure จะเป็นบทสรุปของวันสุดมันส์ของคุณที่ Everland ค่ะ

 


วิธีเดินทางไป สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี จากโซล

1. รถบัสสายตรง (Red Bus) 

เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เพราะไม่ต้องเปลี่ยนรถหลายต่อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 - 60 นาที ขึ้นอยู่กับการจราจร

  • สาย 5002: ขึ้นรถบัสสายสีแดง (Red Bus) ได้ที่ป้ายใกล้ สถานีกังนัม (Gangnam Station) หรือ สถานียังแจ (Yangjae Station)
  • สาย 5700: ขึ้นรถบัสสายสีแดง (Red Bus) ได้ที่ป้ายใกล้ สถานีจัมซิล (Jamsil Station)
  • สาย 1500-2: ขึ้นจากสถานี Sadang


2. รถไฟใต้ดิน + Everline 

เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด แต่ใช้เวลาเดินทางนานที่สุด ประมาณ 2 ชั่วโมง

  • ขั้นตอนที่ 1: นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่ สถานีกีฮึง (Giheung Station)
  • ขั้นตอนที่ 2: เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายพิเศษ Everline ไปยังสถานีปลายทาง จอนแด-เอเวอร์แลนด์ (Jeondae-Everland Station)
  • ขั้นตอนที่ 3: ออกจากสถานีทางออก 3 แล้วต่อ Shuttle Bus ฟรี ของสวนสนุกไปยังประตูทางเข้าหลัก โดยมีให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ 05:30 - 23:30 น.


ราคาบัตรเข้าชม Everland และการซื้อบัตร 

ราคาบัตรเข้าชม สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี จะมีหลายระดับตามช่วงฤดูกาล โดยราคาจะผันผวนระหว่างวันธรรมดา วันหยุด และช่วงเทศกาล ทำให้การวางแผนซื้อบัตรล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญมากในการประหยัดค่าใช้จ่ายค่ะ

ประเภทบัตรและราคาโดยประมาณ

  • บัตรเข้าชม 1 วัน (All-Day Pass): ราคาปกติสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 62,000 - 68,000 วอน (ทั้งนี้ราคาผันผวนตามฤดูกาล)
  • บัตรเข้าชมช่วงเย็น (After 17:00 Pass): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาเล่นช่วงสั้นๆ หรือชมพาเหรดและพลุในช่วงค่ำ
     

วิธีซื้อบัตรให้ได้ราคาดีที่สุด

  • ซื้อออนไลน์ล่วงหน้า: การซื้อผ่านเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายมักได้ราคาถูกกว่าหน้าเคาน์เตอร์ 30-50% และช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องรอคิวซื้อตั๋ว
  • จองแพ็กเกจรวม Shuttle Bus: เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักย่าน ฮงแด หรือ มยองดง เพราะราคารวมรถรับ-ส่งมักจะคุ้มค่าและสะดวกกว่าการนั่งรถเมล์สาย 5002 เองค่ะ
  • เดินทางกับทัวร์เกาหลี: เป็นวิธีที่ง่ายและสบายที่สุด เพราะทางบริษัททัวร์จะดูแลทั้งตั๋วเข้าชมและรถรับ-ส่ง ทำให้คุณมีเวลาสนุกกับสวนสนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจองใดๆ


รู้จัก Q-Pass บัตรทางด่วนที่ไม่ควรมองข้าม

  • Q-Pass หรือ Express Pass: คือบัตรลัดคิวพิเศษที่ช่วยให้คุณเข้าเล่นเครื่องเล่นยอดนิยม เช่น T-Express, Panda World, Lost Valley, และ Safari World ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอคิวนานถึง 1-2 ชั่วโมง
     
  • วิธีการได้ Q-Pass: ซื้อแพ็กเกจ บัตรเข้าชมที่รวม Q-Pass สำหรับ 1-3 เครื่องเล่นหลัก (ส่วนใหญ่มี T-Express รวมอยู่ด้วย)
     
  • จองผ่านแอปฯ: ใช้แอปพลิเคชัน Everland เพื่อทำการจองคิวออนไลน์ฟรี (Smart Queue) สำหรับเครื่องเล่นบางชนิด ทันทีที่เข้าสวนสนุก (ควรทำแต่เช้าเพราะเต็มเร็วมาก)

 


7 เคล็ดลับลุย Everland ให้คุ้มค่าและไม่เสียเวลา

1. มาถึงสวนสนุกก่อนเวลาเปิดทำการ (10:00 น.) อย่างน้อย 30 นาที เพื่อเลี่ยงคิวเข้าประตู

2. โหลดแอปฯ Everland เพื่อดูเวลาคิวจริง และ จอง Smart Queue ฟรี สำหรับเครื่องเล่นยอดนิยม

3. มุ่งหน้าไปเล่น T-Express (โซน European Adventure) ทันทีที่เข้าสวนสนุก เพราะคิวจะยาวเร็วที่สุด

4. ใช้ Smart Queue ในแอปฯ จองคิวเข้าชม Panda World ก่อน เพราะตั๋วคิวจะหมดไวมาก

5. ทานอาหารก่อน 12:00 น. หรือหลัง 14:30 น. เพื่อไม่ต้องต่อคิวร้านอาหารนาน

6. ใช้ Sky Way/Sky Cruise เพื่อย่นระยะทางในการเดินทางขึ้น - ลงเนินเขาที่ลาดชัน

7. เตรียมเสื้อกันฝน/ผ้าเช็ดตัวเล็กๆ สำหรับเครื่องเล่นทางน้ำอย่าง Thunder Falls และ Amazon Express

 


ตลอดการเดินทางใน สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เกาหลี คุณจะได้สัมผัสความสนุกที่หลากหลายและครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้นสุดขีดจาก T-Express หรือความน่ารักของครอบครัวแพนด้าใน ZooTopia ที่รอให้คุณมาสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ จึงเป็นสถานที่ที่คุ้มค่ากับการเดินทางไปเยือน ไม่ว่าจะเที่ยวกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก ด้วยความสนุกทั้ง 5 โซน รับรองว่าคุณจะลุยได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ 

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การวางแผนล่วงหน้า อย่าลืมนำเคล็ดลับในบทความนี้ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบัตรออนไลน์ การใช้ Q-Pass/Smart Queue และการจัดการเส้นทางอย่างชาญฉลาด เพื่อให้การผจญภัยที่ ดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลี ครั้งนี้ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและเต็มที่ที่สุดค่ะ
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved