รีวิว 7 ด่าน กำแพงเมืองจีน ไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวปักกิ่ง

หากพูดถึงสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของ กำแพงเมืองจีน ย่อมเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับแรก สถาปัตยกรรมชิ้นเอกชิ้นนี้มีความยาวรวมกว่า 21,196 กิโลเมตร ทอดยาวผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งเทือกเขาสูง ทะเลทราย และที่ราบอันกว้างใหญ่ จนได้รับฉายาว่า "กำแพงหมื่นลี้" ซึ่งถือเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพยายามของมนุษยชาติที่ใช้เวลาสร้างและดูแลรักษายาวนานกว่า 2,000 ปี
สำหรับใครที่มีแพลนจะเดินทางมา เที่ยวปักกิ่ง เพื่อสัมผัสความอลังการนี้ด้วยตาตัวเอง แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปเช็กอินด่านไหนดี วันนี้พี่ยักษ์จากยักษ์ทัวร์ได้คัด 7 ด่านสวยน่าเที่ยวที่สุด เดินทางสะดวกจากปักกิ่ง มารีวิวให้ครบทุกสไตล์ เที่ยวง่าย ถ่ายรูปปังแน่นอนค่ะ!
เจาะลึกประวัติ กำแพงเมืองจีน ย้อนรอยความยิ่งใหญ่กว่า 2,000 ปี
จุดเริ่มต้นของ กำแพงเมืองจีน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเสร็จสิ้นในราชวงศ์เดียว แต่เกิดจากการสร้าง ต่อเติม และเชื่อมต่อแนวกำแพงเข้าด้วยกันผ่านหลายยุคสมัย โดยสามารถสรุปไทม์ไลน์สำคัญได้ดังนี้ค่ะ:
- จุดเริ่มต้นในราชวงศ์ฉิน (221–206 ปีก่อนคริสตกาล): จักรพรรดิฉินสื่อหวงตี๋ (จิ๋นซีฮ่องเต้) ทรงเป็นผู้ริเริ่มให้รวมกำแพงเมืองของแคว้นต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นแนวป้องกันการรุกรานจากเผ่าซยงหนู ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ
- การขยายตัวในราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220): มีการสร้างต่อเติมกำแพงออกไปทางทิศตะวันตกเพื่อปกป้องเส้นทางการค้าสำคัญอย่าง "เส้นทางสายไหม" (Silk Road)
- ความยิ่งใหญ่ในราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368–1644): ถือเป็นยุคทองของการบูรณะ โดยกำแพงอิฐและหินสถาปัตยกรรมสุดอลังการที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในรีวิวเที่ยวปักกิ่ง ปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ล้วนถูกสร้างและปฏิสังขรณ์ขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสิ้น เพื่อป้องกันการรุกรานจากชาวมองโกลและชาวแมนจูค่ะ
รู้หรือไม่? วัสดุที่ใช้สร้างกำแพงมีวิวัฒนาการมาตามยุคสมัย ตั้งแต่การใช้ดินอัดแน่น หิน ไม้ จนมาถึงการใช้ก้อนอิฐขนาดใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิง โดยมีส่วนผสมลับอย่าง "ข้าวเหนียว" ผสมลงในปูนสอเพื่อช่วยเพิ่มความเหนียวแน่นและแข็งแกร่ง จนทำให้โครงสร้างนี้คงอยู่ผ่านกาลเวลามาได้นานกว่า 2,000 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1987 ค่ะ
เปิดพิกัด 7 ด่าน กำแพงเมืองจีน สวยน่าเช็กอินที่สุดในทริป เที่ยวปักกิ่ง
ก่อนจะไปเจาะลึกแต่ละด่าน พี่ยักษ์ทำตารางสรุปเปรียบเทียบสั้นๆ มาให้ดูกันก่อน เพื่อให้มนุษย์ เที่ยวปักกิ่ง ทุกคนสามารถเลือกด่านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตัวเองได้ง่ายที่สุดค่ะ
1. ด่านปาต้าหลิ่ง (Badaling - 八达岭)

เริ่มต้นกันด้วยด่านที่ขึ้นชื่อที่สุดของ กำแพงเมืองจีน ด่านปาต้าหลิ่งตั้งอยู่บนภูเขาจวินตู ตัวกำแพงทอดยาวคดเคี้ยวไปตามสันเขาอย่างสง่างาม
- ไฮไลท์: เป็นด่านที่เดินทางสะดวกที่สุด มีทั้งกระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) และรถราง (Slideway) คอยให้บริการ รอบๆ มีร้านค้าและร้านอาหารแบรนด์ดังมากมาย
- ข้อแนะนำ: เนื่องจากเดินทางง่ายและเป็นจุดยอดนิยมในโปรแกรม เที่ยวปักกิ่ง ทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก หากอยากได้ภาพมุมกว้างที่ไม่ติดคน แนะนำให้เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ค่ะ
2. ด่านจวียงกวน (Juyongguan - 居庸关)

หากคุณมีเวลาจำกัดในการเดินทาง ด่านจวียงกวนคือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองปักกิ่งมากที่สุด เพียงแค่ประมาณ 50 กิโลเมตรเท่านั้น
- ไฮไลท์: โครงสร้างด่านนี้เป็นรูปวงกลมล้อมรอบหุบเขา ทำให้เวลาเดินท่องเที่ยวจะเป็นการเดินวนไปข้างหน้าและกลับมาจุดเดิมโดยไม่ต้องเดินย้อนศร นอกจากนี้รายรอบด่านยังมีวัด สวนจีนโบราณ และป้ายศิลาจารึกหลายภาษาให้ศึกษาประวัติศาสตร์
- ข้อแนะนำ: ด่านนี้ไม่มีบริการกระเช้าลอยฟ้า ต้องใช้กำลังขาในการเดินขึ้นล้วนๆ ใครมา เที่ยวปักกิ่ง แล้วเลือกด่านนี้ อย่าลืมเตรียมรองเท้าผ้าใบที่ซัพพอร์ตเท้ามาให้พร้อมนะคะ
3. ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu - 慕田峪长城)

ด่านมู่เถียนยวี่โอบล้อมด้วยผืนป่าและภูเขาสูงใหญ่ เป็นหนึ่งในเส้นทาง กำแพงเมืองจีน ที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจนมีสภาพสมบูรณ์ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด
- ไฮไลท์: ทัศนียภาพเขียวขจีถ่ายรูปสวยทุกมุม มีกระเช้าลอยฟ้าคอยอำนวยความสะดวก และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ "Toboggan" หรือรางสไลเดอร์ที่ให้เรานั่งสไลด์ตัวลงมาจากบนกำแพงสู่ด้านล่าง สนุกเร้าใจและปลอดภัยแน่นอนค่ะ
- ข้อแนะนำ: ด่านนี้ตอบโจทย์คนทีอยากได้ความสะดวกสบายเหมือนปาต้าหลิ่ง แต่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าและถ่ายรูปได้ชิลกว่ามากค่ะ
4. ด่านจินซานหลิ่ง (Jinshanling - 金山岭长城)

ด่านจินซานหลิ่ง ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างปักกิ่งกับจังหวัดเฉิงเต๋อ เป็นด่านที่ยังคงรักษากลิ่นอายความเก่าแก่ดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมแบบโบราณเอาไว้ค่อนข้างมาก
- ไฮไลท์: มีหอคอยเเละป้อมปราการที่มีรูปแบบหลากหลาย หากมา เที่ยวกำแพงเมืองจีน ที่ด่านนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณเดือนตุลาคม) จะได้เห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีส้มแดงสลับเหลืองทั่วทั้งหุบเขา สวยงามราวกับภาพวาดเลยค่ะ
- ข้อแนะนำ: แม้จะอยู่ไกลเมืองออกมาหน่อย แต่ที่นี่ก็มีกระเช้าให้บริการในระยะสั้นๆ ช่วยทุ่นแรงได้ดี และเหมาะมากสำหรับช่างภาพที่ชอบความเงียบสงบค่ะ
5. ด่านซือหม่าไถ (Simatai - 司马台长城)

ด่านซือหม่าไถ ได้รับการยกย่องจากสื่อระดับโลกว่าเป็นหนึ่งในด่านที่สวยที่สุดของ กำแพงเมืองจีน ตัวกำแพงตั้งอยู่บนแนวหน้าผาที่ลาดชันและมีความเก่าแก่ทรงคุณค่า
- ไฮไลท์: เป็นด่านเดียวที่เปิดไฟประดับประดาและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในเวลากลางคืนได้ นอกจากนี้บริเวณตีนเขายังเป็นที่ตั้งของ "เมืองโบราณริมน้ำกู่เป๋ยสุ่ยเจิ้น" (Gubei Water Town) ที่มีโรงแรมหรู ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวสไตล์จีนโบราณครบวงจร
- ข้อแนะนำ: สำหรับใครที่มา เที่ยวปักกิ่ง แบบโรแมนติก แนะนำให้จัดโปรแกรมพักค้างคืนที่เมืองโบราณ 1 คืน เพื่อดื่มด่ำกับวิวกำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่ค่ะ
6. ด่านหวงฮวาเฉิง (Huanghuacheng - 黄花城)

ด่านหวงฮวาเฉิงตั้งอยู่ทางตอนเหนือของปักกิ่ง เป็นด่านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใครเนื่องจากมีโครงสร้างบางส่วนที่อยู่ติดและจมอยู่ใต้น้ำ
- ไฮไลท์: แนวกำแพงสร้างทอดยาวล้อมรอบอ่างเก็บน้ำและทะเลสาบขนาดใหญ่ ทำให้ภาพที่เห็นคือผืนน้ำสีครามตัดกับแนวกำแพงหินโบราณและทิวไม้สีเขียว บรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน
- ข้อแนะนำ: สามารถนั่งเรือชมวิวกำแพงเมืองจีนจากในทะเลสาบได้ด้วย ได้มุมมองธรรมชาติที่สวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ
7. ด่านเจี้ยนโค่ว (Jiankou - 箭扣长城)

ปิดท้ายสำหรับนักผจญภัยกับด่านเจี้ยนโค่ว ด่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและความชันระดับหน้าผา 90 องศาในบางจุด
- ไฮไลท์: สภาพของกำแพงยังคงเป็นซากปรักหักพังดั้งเดิมที่ยังไม่ผ่านการบูรณะ มีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นแทรกตามรอยอิฐ ให้ความรู้สึกขลังและดิบดั่งประวัติศาสตร์แท้จริง และเป็นด่านเดียวในลิสต์นี้ที่เปิดให้เข้าชมฟรีค่ะ
- ข้อแนะนำ: ด่านนี้อันตรายและลาดชันมาก ไม่เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ และควรเตรียมอุปกรณ์ปีนเขารวมถึงผู้เชี่ยวชาญนำทางไปด้วยค่ะ
เกร็ดน่ารู้ก่อนเตรียมตัวไป เที่ยวกำแพงเมืองจีน
- ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด: ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย. - พ.ค.) อากาศเย็นสบาย ดอกไม้ผลิบาน และช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - ต.ค.) อากาศเย็นและได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี
- การเตรียมตัว: สวมรองเท้าผ้าใบที่มีดอกยางกันลื่น พกน้ำดื่มติดตัว และเตรียมหมวกหรือร่มเพราะบนกำแพงส่วนใหญ่ไม่มีที่ร่มให้หลบแดดค่ะ
- การจ่ายเงิน: ปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวในจีนรวมถึงจุดจำหน่ายตั๋วเน้นการรับเงินผ่านแอปพลิเคชัน WeChat Pay หรือ Alipay เป็นหลัก แนะนำให้ผูกบัตรเครดิต/เดบิตไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทางค่ะ
❓คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเที่ยวกำแพงเมืองจีน
Q: เที่ยว กำแพงเมืองจีน ด่านไหนสวยที่สุด?
A: ด่านซือหม่าไถและด่านมู่เถียนยวี่ ได้รับการยอมรับเรื่องทัศนียภาพที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดค่ะ
Q: ไป กำแพงเมืองจีน ด่านไหนเดินทางง่ายที่สุดจากปักกิ่ง?
A: ด่านปาต้าหลิ่งและด่านจวียงกวน เดินทางสะดวกและอยู่ใกล้กรุงปักกิ่งมากที่สุดค่ะ
Q: เที่ยวปักกิ่ง ช่วงไหนเหมาะไปกำแพงเมืองจีนที่สุด?
A: ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และเดือนกันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) อากาศจะเย็นสบายที่สุดค่ะ
ไม่ว่าจะเลือกไปเช็กอินที่ด่านไหน กำแพงเมืองจีน ก็พร้อมจะมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและภาพถ่ายที่สวยสะกดใจให้ทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ หากคุณไม่อยากวุ่นวายเรื่องการวางแผนเดินทาง การจองตั๋วรถไฟ หรือการจองคิวเข้าชมด่านต่างๆ ให้ ยักษ์ทัวร์ ดูแลคุณสิคะ! เรามีโปรแกรมทัวร์ กำแพงเมืองจีน และทริป เที่ยวปักกิ่ง หลากหลายสไตล์ นั่งกระเช้าชมวิว ทานอาหารอร่อย พักโรงแรมดี เดินทางอุ่นใจไปกับไกด์มืออาชีพ
