Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

15 ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 อัปเดตพิกัดสุดฮิตและแลนด์มาร์กใหม่ห้ามพลาด

2 มีนาคม 2569
YakTour Blog
15 ที่เที่ยวฮ่องกง ปี 2026 รวมแลนด์มาร์กห้ามพลาดและที่เที่ยวเปิดใหม่ล่าสุด

เตรียมปักหมุด ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 พิกัดใหม่ล่าสุด สำหรับใครที่วางแผนจะไป เที่ยวฮ่องกง ให้สนุกและคุ้มค่ากว่าเดิม! บทความนี้จะพาทุกคนไปอัปเดต 15 แลนด์มาร์กสุดฮิตที่มีครบทุกสไตล์ ทั้งสถานที่เปิดใหม่สุดล้ำและจุดเช็กอินยอดนิยมตลอดกาล ไม่ว่าคุณจะเป็นสายมูเตลูเสริมดวง สายกินตัวแตก หรือสายช้อปปิ้งของแบรนด์เนม บอกเลยว่ารวมไว้ให้ครบจบในทริปเดียวแน่นอนค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ออกไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ฮ่องกงในปี 2026 นี้กันเลย!


อัปเดต ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 ใครไปปีนี้เที่ยวตามได้เลย
 

1. กระเช้านองปิง 360 (Ngong Ping 360)

 

นั่งกระเช้านองปิงชมวิวทะเลและเกาะลันเตาแบบพาโนรามา มุ่งหน้าไปไหว้พระใหญ่โป่หลิน

 

เปิดพิกัด ที่เที่ยวฮ่องกง ยอดฮิตตลอดกาลที่ห้ามพลาด กับการนั่งกระเช้านองปิงชมวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา 360 องศา เพื่อมุ่งหน้าไปสัมผัสความศรัทธา ณ วัดพระใหญ่โป่หลิน (Polin Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และชาวฮ่องกงให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ไฮไลต์สำคัญคือการได้กราบนมัสการ พระพุทธรูปเทียนถาน (Tian Tan Buddha Statue) พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ประทับกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตได้เลยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tung Chung Line ไปลงที่สถานี Tung Chung ทางออก B แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีเพื่อไปยังสถานีขึ้นกระเช้านองปิง
 

2. ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland)
 

ขบวนพาเหรดเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์ยอดฮิต นำโดยมิคกี้เมาส์และผองเพื่อน หน้าปราสาทหลังงามในสวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

 

พิกัด เที่ยวฮ่องกง สุดฮิตที่โดนใจทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ใครๆ ก็อยากมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่สักครั้ง บอกเลยว่าต่อให้ไม่ใช่สาวกดีสนีย์ตัวยง คุณก็จะได้สนุกไปกับสวนสนุกที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย พร้อมชมขบวนพาเหรดสุดอลังการของเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์ที่ขนทัพมาสร้างความสุขแบบจัดเต็ม ซึ่งในปี 2026 นี้ยังมีการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปีที่มาพร้อมโชว์และอีเวนต์ใหม่ๆ อีกเพียบ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สายสีชมพูมาลงที่สถานี Disneyland Resort
 

3. โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong)
 

วิวมุมสูงของสวนสนุกริมทะเล Ocean Park Hong Kong ที่มีการแสดงโชว์สัตว์น้ำแสนรู้ พร้อมเครื่องเล่นหวาดเสียวและชิงช้าสวรรค์บนยอดเขา

 

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่รวมความสนุกของสวนสนุกระดับโลกเข้ากับโลกของสัตว์แสนน่ารัก ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่เที่ยวฮ่องกงแห่งนี้ค่ะ โอเชี่ยนปาร์คริมเป็นสถานที่ที่จะพาคุณไปตื่นตาตื่นใจกับสัตว์หายากอย่างแพนด้ายักษ์ และสัตว์โลกใต้น้ำนานาชนิด พร้อมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเครื่องเล่นหวาดเสียวบนยอดเขาที่มองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา นอกจากนี้ยังมีโซน "Water World" สวนน้ำสุดอลังการที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี รับรองว่าการมาเยือนที่นี่ในปี 2026 จะสร้างความประทับใจให้คุณแบบไม่รู้ลืมแน่นอนค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย South Island Line ไปลงที่สถานี Ocean Park ทางออก B
 

4. วิคตอเรีย พีค (Victoria Peak / The Peak)
 

รถราง Peak Tram รุ่นใหม่ กำลังพาผู้โดยสารไต่ระดับความสูงผ่านป่าเขียวขจีมุ่งหน้าสู่ยอดเขา Victoria Peak โดยมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ตึกระฟ้าของฮ่องกง

 

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ ที่เที่ยวฮ่องกง เลยก็ว่าได้ การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาด้วยรถราง "Peak Tram" รุ่นใหม่จะพาคุณไต่ระดับความสูงเพื่อไปชมทัศนียภาพอันงดงามที่สุดของเกาะแห่งนี้ เมื่อถึงด้านบนคุณจะได้เห็นตึกระฟ้าเรียงรายตัดกับขอบฟ้าและอ่าววิกตอเรียแบบเต็มตาบนดาดฟ้าชมวิว Sky Terrace 428 นอกจากวิวหลักล้านแล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง Madame Tussauds และร้านอาหารบรรยากาศดีให้คุณได้พักผ่อนพร้อมชมแสงสีของเมืองยามค่ำคืนที่สวยงามระดับโลกอีกด้วยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Central ทางออก J2 เพื่อเดินไปขึ้นรถราง Peak Tram หรือนั่งรถบัสสาย 15 จาก Central Ferry Pier
 

5. อ่าววิคตอเรีย (Victoria Harbour)
 

บรรยากาศยามค่ำคืนของอ่าววิคตอเรียที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าและการแสดงแสงสีเสียง Symphony of Lights ที่อ่าววิคตอเรีย ฮ่องกง

 

หากใครมา เที่ยวฮ่องกง แล้วไม่ได้มาเยือนอ่าววิคตอเรียก็เหมือนมาไม่ถึงค่ะ พราะที่นี่คือจุดชมทัศนียภาพริมน้ำที่สวยงามและคึกคักที่สุด โดยคุณสามารถเดินเล่นรับลมที่ Avenue of Stars เพื่อชมรอยพิมพ์มือของดาราชื่อดังระดับโลก ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือโชว์ "A Symphony of Lights" การแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการเหนือตึกระฟ้าในยามค่ำคืน ซึ่งในปี 2026 นี้ยังมีการนำเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเข้ามาผสมผสานในการแสดงบางช่วง ทำให้ภาพที่เห็นสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Tsim Sha Tsui ทางออก L6 แล้วเดินต่อไปยังบริเวณริมน้ำ
 

6. จุดชมวิวสกาย 100 (Sky100 Observation Deck)
 

จุดชมวิวสกาย 100 บนตึกที่สูงที่สุดในเมืองสามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าววิกตอเรียและตึกระฟ้ามากมายได้แบบพาโนรามา

 

อีกหนึ่งพิกัด ที่เที่ยวฮ่องกง ที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ Sky 100 ค่ะ ที่นี่เป็นจุดชมวิวในร่มบนตึกที่สูงที่สุดในเมือง ด้วยความสูงประมาณ 393 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าววิกตอเรียและตึกระฟ้ามากมายได้แบบพาโนรามา 360 องศาเลยทีเดียว ซึ่งบรรยากาศตอนกลางวันว่าสวยแล้ว ถ้ามาในช่วงค่ำจะยิ่งฟินกับแสงสีของเมืองที่สวยงามระดับ Top View นอกจากนี้ในปี 2026 ยังมีนิทรรศการมัลติมีเดียใหม่ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเกาะแห่งนี้ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยให้ได้ชมกันด้วย

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tung Chung Line หรือ Airport Express ไปลงที่สถานี Kowloon ซึ่งตัวตึกจะเชื่อมต่อกับห้าง Elements โดยตรงเลยค่ะ
 

7. ไคตั๊ก สปอร์ต พาร์ค (Kai Tak Sports Park)
 

สนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ Kai Tak Sports Park ดีไซน์ทันสมัยริมอ่าว ตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอดีตสนามบินไคตั๊ก

 

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุดบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอดีตสนามบินไคตั๊ก ที่ที่กลายเป็นจุดเช็กอินสุดยิ่งใหญ่ในปี 2026 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่างสนามกีฬาในร่มขนาด 50,000 ที่นั่ง ที่มีดีไซน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรมกีฬาและคอนเสิร์ตระดับโลกแล้ว ที่นี่ยังมีพื้นที่พักผ่อนริมน้ำ ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งที่ให้คุณได้เดินเล่น พร้อมชมวิวอ่าววิกตอเรียในมุมมองที่แปลกตาและกว้างไกลกว่าที่เคยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tuen Ma Line ไปลงที่สถานี Kai Tak หรือสถานี Sung Wong Toi แล้วเดินต่อตามป้ายบอกทางเชื่อมเข้าสู่โครงการได้เลยค่ะ
 

8. พิพิธภัณฑ์เอ็มพลัส (M+ Museum)
 

อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย “พิพิธภัณฑ์เอ็มพลัส (M+ Museum)” ดีไซน์ล้ำสมัยรูปตัว T กลับหัว ตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวริมอ่าวในย่านวัฒนธรรมเวสต์เกาลูน

 

สายอาร์ตและสายคอนเทนต์ต้องไม่พลาดเช็กอินที่ ที่เที่ยวฮ่องกง สุดชิคแห่งนี้ค่ะ พิพิธภัณฑ์เอ็มพลัส ตั้งอยู่ในย่านวัฒนธรรมเวสต์เกาลูน (West Kowloon Cultural District) ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมภาพสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมตัวอาคารรูปตัว T กลับหัวที่มีจอ LED ขนาดยักษ์ฉายงานศิลปะลงบนผนังริมอ่าว ภายในจัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย การออกแบบ และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมาย นอกจากจะมาเสพงานศิลป์แล้ว ที่นี่ยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ เพียบ โดยเฉพาะมุมระเบียงดาดฟ้าที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของเกาะฮ่องกงได้อย่างงดงามค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Kowloon ทางออก C1 หรือ D1 แล้วเดินตามป้ายบอกทางเชื่อมต่อไปยัง West Kowloon Cultural District
 

9. วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple)
 

วัดหวังต้าเซียนที่ประดิษฐานของเทพเจ้าหยุคโหลวหรือเทพเจ้าด้ายแดง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ให้พรด้านความรัก

 

ปีใหม่แล้วใครยังโสดยกมือขึ้น! เราจะพาคนโสดไปมูเตลูกันที่วัดหวังต้าเซียนค่ะ เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ เทพเจ้าหยุคโหลว หรือ เทพเจ้าด้ายแดง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ให้พรด้านความรักโดยเฉพาะ โดยมีเคล็ดลับการขอพรด้วยการผูกด้ายแดงตามความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้คนโสดได้พบเจอเนื้อคู่ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้วก็จะช่วยให้ความรักมั่นคงและราบรื่นยิ่งขึ้น บอกเลยว่าใครที่วางแผนมา เที่ยวฮ่องกง เพื่อเติมความหวานหรืออยากสละโสดในปี 2026 นี้ พิกัดนี้คือจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้เลยล่ะค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Wong Tai Sin ทางออก B2 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที
 

10. วัดแชกงหมิว (Che Kung Temple)
 

ปปั้นท่านแชกงสีทององค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดแชกงหมิว ฮ่องกง โดยมีผู้คนกำลังกราบไหว้และปักธูปเพื่อขอพรความเป็นสิริมงคล

 

เดินสายมูเตลูกันต่อแบบไม่พักที่ วัดแชกงหมิว หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "วัดกังหันลม" นั่นเองค่ะ มูขอคู่กันไปแล้วก็ต้องมามูขอความเฮงความรวยกันบ้าง ซึ่งที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาทั้งจากชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ภายในวัดโดดเด่นด้วยรูปปั้นท่านแชกงสีทองอร่ามและกังหันนำโชค โดยมีความเชื่อว่าหากได้มาหมุนกังหันที่วัดนี้จะช่วย "หมุน" นำพาโชคลาภ เงินทอง และสิ่งดีๆ เข้ามา พร้อมปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต วัดแชกงหมิวจึงจัดว่าเป็น ที่เที่ยวฮ่องกง ที่สายมูต้องมาปักหมุดเพื่อความปังรับปี 2026 นี้เลยค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tuen Ma Line (เดิมคือ Ma On Shan) มาลงที่สถานี Che Kung Temple หรือสถานี Tai Wai แล้วเดินต่อบนถนน Che Kung Miu อีกประมาณ 10 นาที
 

11. หาดรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay)
 

องค์เจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิมริมหาดรีพัลส์เบย์ จุดเช็กอินสายมูยอดฮิตสำหรับขอพรเรื่องโชคลาภและการมีบุตร

 

แวะมาเดินกินลมชมทะเลกันที่ หาดรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay) ชายหาดยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาวนุ่มและน้ำทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมทั้งมีร้านค้าและร้านอาหารริมหาดบรรยากาศดีมากมาย นอกจากนี้ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการไปกราบไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิม รวมถึงเทพเจ้าโชคลาภที่ตั้งอยู่บริเวณริมหาด ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องความมั่งคั่งและการมีบุตรกันเยอะมาก พิกัดนี้บอกเลยว่าต้องมีอยู่ในลิสต์ ที่เที่ยวฮ่องกง ปี 2026 ของทุกคนแน่นอนค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงสถานี Central ทางออก A จากนั้นเดินต่อไปยังตึก Exchange Square เพื่อขึ้นรถบัสสาย 6, 6A, 6X หรือ 260 ไปลงที่ป้าย Repulse Bay Beach 
 

12. ย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui)
 

บรรยากาศยามค่ำคืนในย่านจิมซาจุ่ยที่เต็มไปด้วยป้ายไฟนีออนของร้านค้าและห้างสรรพสินค้าสองข้างทาง

 

มาถึงย่านที่เป็นศูนย์กลางแห่งสีสันอย่าง จิมซาจุ่ย แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดสำหรับคนมา เที่ยวฮ่องกง เลยค่ะ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยศูนย์การค้าสุดหรู ร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลก ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังและสตรีทฟู้ดรสเด็ดมากมาย หลังจากเดินช้อปปิ้งจนจุใจแล้ว แนะนำให้มาเดินเล่นรับลมเย็นๆ ที่ Tsim Sha Tsui Promenade ทางเดินริมน้ำเลียบอ่าววิกตอเรีย ซึ่งถือเป็นจุดพักผ่อนชมวิวตึกระฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ยิ่งถ้าได้มาเดินในช่วงเย็นรอชมโชว์แสงสีเสียง บอกเลยว่าฟินและได้รูปสวยๆ กลับไปเพียบแน่นอนค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tsuen Wan Line ไปลงที่สถานี Tsim Sha Tsui หรือสาย Tuen Ma Line ลงที่สถานี East Tsim Sha Tsui ได้เลย
 

13. ย่านมงก๊ก (Mong Kok)
 

บรรยากาศความคึกคักบนถนนย่านมงก๊กที่มีป้ายไฟร้านค้าเรียงรายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันตลอดทั้งวันทั้งคืน

 

สำหรับใครที่มองหาแหล่งละลายทรัพย์สุดคึกคัก ต้องมา ย่านมงก๊ก เลยค่ะ ที่นี่คือย่านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันตลอดทั้งวันทั้งคืน รวบรวมตลาดชื่อดังไว้อย่าง Ladies' Market และ Sneaker Street แหล่งรวมรองเท้าผ้าใบรุ่นฮิตจากทั่วโลก ในปี 2026 ย่านนี้ยังคงเสน่ห์ความสนุกคล้ายตลาดนัดกลางคืนบ้านเรา มีให้เลือกช้อปทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และสินค้าแฟชั่นล้ำสมัยในราคาสบายกระเป๋า แถมยังมีสตรีทฟู้ดร้านเด็ดให้เดินกินไปช้อปไปได้แบบไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tsuen Wan Line หรือสาย Kwun Tong Line ไปลงที่สถานี Mong Kok
 

14. ย่านเคนเนดี้ ทาวน์ (Kennedy Town)
 

วิวถนนสุดสายที่มองเห็นทะเลและท่าเรือผ่านช่องว่างระหว่างตึกแถวเก่าแก่ในย่านเคนเนดี้ทาวน์

 

พิกัดนี้บอกเลยว่าจึ้งมาก! สำหรับใครที่มา เที่ยวฮ่องกง แล้วอยากสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่าง ต้องมาที่ Kennedy Town ย่านเก่าแก่ทางตะวันตกสุดของเกาะที่ผสมผสานความคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ไฮไลต์ที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาดคือการมาปักหมุดถ่ายรูปบริเวณ วิวถนนที่ทอดยาวไปจนสุดสายจนมองเห็นน้ำทะเลสีครามและท่าเรือผ่านช่องว่างระหว่างตึกแถวเก่าแก่ ซึ่งเป็นมุมมหาชนที่มีรถรางและรถบัสสองชั้นวิ่งผ่านเป็นระยะ สร้างบรรยากาศสตรีทผสมกลิ่นอายทะเลที่มีเอกลักษณ์สุดๆ ใครที่มองหาจุดถ่ายรูปสวยๆ ในปี 2026 ต้องตามไปตำพิกัดนี้ให้ได้เลยนะคะ

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Island Line ไปลงที่สถานี Kennedy Town ทางออก C แล้วเลี้ยวซ้ายเดินขึ้นบันไดไปยังสนามบาสด้านบนเพื่อหาจุดถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย
 

15. ถนนฮอลลีวู้ด (Hollywood Road)
 

นักท่องเที่ยวกำลังยืนชมภาพวาดสตรีทอาร์ทรูปตึกแถวหลากสีสันบนกำแพงสีฟ้าสดใส ซึ่งเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของ ที่เที่ยวฮ่องกง บริเวณริมถนนฮอลลีวู้ด

 

ปิดท้ายทริปกันที่ ถนนฮอลลีวู้ด หนึ่งในย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะฮ่องกง ที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวฮ่องกง ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เพราะเป็นจุดที่ความคลาสสิกและความทันสมัยมาบรรจบกันได้อย่างลงตัว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของเก่าสุดฮิป แกลเลอรีศิลปะ ร้านอาหารเก๋ๆ และคาเฟ่สไตล์วินเทจ นอกจากนี้ยังมีสตรีทอาร์ตเท่ๆ ซ่อนตัวอยู่ตามมุมตึกให้สายถ่ายรูปได้เดินค้นหาและโพสต์ท่าชิลๆ กันได้ตลอดทั้งสายเลยทีเดียว

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Island Line ไปลงที่สถานี Sheung Wan ทางออก A2 หรือสถานี Central ทางออก D2 แล้วเดินต่อมายังถนนฮอลลีวู้ดได้เลย

 


เห็นไหมคะว่าเกาะฮ่องกงในปี 2026 มีแลนด์มาร์กใหม่ๆและสถานที่น่าสนใจเยอะเลย ใครที่มีแพลนจะไป เที่ยวฮ่องกง สามารถเดินทางตามพิกัดที่ยักษ์ทัวร์ป้ายยาไว้ได้เลยค่ะ เพราะทั้ง 15 ที่เที่ยวฮ่องกง ในบทความนี้เราคัดมาให้แบบเน้นๆ ครบรสทั้งสายมู สายช้อป และสายถ่ายรูป บอกเลยว่าเที่ยวสนุกครบจบในทริปเดียวแน่นอน!
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved