15 ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 อัปเดตพิกัดสุดฮิตและแลนด์มาร์กใหม่ห้ามพลาด

เตรียมปักหมุด ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 พิกัดใหม่ล่าสุด สำหรับใครที่วางแผนจะไป เที่ยวฮ่องกง ให้สนุกและคุ้มค่ากว่าเดิม! บทความนี้จะพาทุกคนไปอัปเดต 15 แลนด์มาร์กสุดฮิตที่มีครบทุกสไตล์ ทั้งสถานที่เปิดใหม่สุดล้ำและจุดเช็กอินยอดนิยมตลอดกาล ไม่ว่าคุณจะเป็นสายมูเตลูเสริมดวง สายกินตัวแตก หรือสายช้อปปิ้งของแบรนด์เนม บอกเลยว่ารวมไว้ให้ครบจบในทริปเดียวแน่นอนค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ออกไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ฮ่องกงในปี 2026 นี้กันเลย!
อัปเดต ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 ใครไปปีนี้เที่ยวตามได้เลย
1. กระเช้านองปิง 360 (Ngong Ping 360)

เปิดพิกัด ที่เที่ยวฮ่องกง ยอดฮิตตลอดกาลที่ห้ามพลาด กับการนั่งกระเช้านองปิงชมวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา 360 องศา เพื่อมุ่งหน้าไปสัมผัสความศรัทธา ณ วัดพระใหญ่โป่หลิน (Polin Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และชาวฮ่องกงให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ไฮไลต์สำคัญคือการได้กราบนมัสการ พระพุทธรูปเทียนถาน (Tian Tan Buddha Statue) พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ประทับกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตได้เลยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tung Chung Line ไปลงที่สถานี Tung Chung ทางออก B แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีเพื่อไปยังสถานีขึ้นกระเช้านองปิง
2. ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland)

พิกัด เที่ยวฮ่องกง สุดฮิตที่โดนใจทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ใครๆ ก็อยากมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่สักครั้ง บอกเลยว่าต่อให้ไม่ใช่สาวกดีสนีย์ตัวยง คุณก็จะได้สนุกไปกับสวนสนุกที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย พร้อมชมขบวนพาเหรดสุดอลังการของเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์ที่ขนทัพมาสร้างความสุขแบบจัดเต็ม ซึ่งในปี 2026 นี้ยังมีการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปีที่มาพร้อมโชว์และอีเวนต์ใหม่ๆ อีกเพียบ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สายสีชมพูมาลงที่สถานี Disneyland Resort
3. โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong)

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่รวมความสนุกของสวนสนุกระดับโลกเข้ากับโลกของสัตว์แสนน่ารัก ต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่เที่ยวฮ่องกงแห่งนี้ค่ะ โอเชี่ยนปาร์คริมเป็นสถานที่ที่จะพาคุณไปตื่นตาตื่นใจกับสัตว์หายากอย่างแพนด้ายักษ์ และสัตว์โลกใต้น้ำนานาชนิด พร้อมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเครื่องเล่นหวาดเสียวบนยอดเขาที่มองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา นอกจากนี้ยังมีโซน "Water World" สวนน้ำสุดอลังการที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี รับรองว่าการมาเยือนที่นี่ในปี 2026 จะสร้างความประทับใจให้คุณแบบไม่รู้ลืมแน่นอนค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย South Island Line ไปลงที่สถานี Ocean Park ทางออก B
4. วิคตอเรีย พีค (Victoria Peak / The Peak)

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ ที่เที่ยวฮ่องกง เลยก็ว่าได้ การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาด้วยรถราง "Peak Tram" รุ่นใหม่จะพาคุณไต่ระดับความสูงเพื่อไปชมทัศนียภาพอันงดงามที่สุดของเกาะแห่งนี้ เมื่อถึงด้านบนคุณจะได้เห็นตึกระฟ้าเรียงรายตัดกับขอบฟ้าและอ่าววิกตอเรียแบบเต็มตาบนดาดฟ้าชมวิว Sky Terrace 428 นอกจากวิวหลักล้านแล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง Madame Tussauds และร้านอาหารบรรยากาศดีให้คุณได้พักผ่อนพร้อมชมแสงสีของเมืองยามค่ำคืนที่สวยงามระดับโลกอีกด้วยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Central ทางออก J2 เพื่อเดินไปขึ้นรถราง Peak Tram หรือนั่งรถบัสสาย 15 จาก Central Ferry Pier
5. อ่าววิคตอเรีย (Victoria Harbour)

หากใครมา เที่ยวฮ่องกง แล้วไม่ได้มาเยือนอ่าววิคตอเรียก็เหมือนมาไม่ถึงค่ะ พราะที่นี่คือจุดชมทัศนียภาพริมน้ำที่สวยงามและคึกคักที่สุด โดยคุณสามารถเดินเล่นรับลมที่ Avenue of Stars เพื่อชมรอยพิมพ์มือของดาราชื่อดังระดับโลก ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือโชว์ "A Symphony of Lights" การแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการเหนือตึกระฟ้าในยามค่ำคืน ซึ่งในปี 2026 นี้ยังมีการนำเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเข้ามาผสมผสานในการแสดงบางช่วง ทำให้ภาพที่เห็นสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Tsim Sha Tsui ทางออก L6 แล้วเดินต่อไปยังบริเวณริมน้ำ
6. จุดชมวิวสกาย 100 (Sky100 Observation Deck)

อีกหนึ่งพิกัด ที่เที่ยวฮ่องกง ที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ Sky 100 ค่ะ ที่นี่เป็นจุดชมวิวในร่มบนตึกที่สูงที่สุดในเมือง ด้วยความสูงประมาณ 393 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าววิกตอเรียและตึกระฟ้ามากมายได้แบบพาโนรามา 360 องศาเลยทีเดียว ซึ่งบรรยากาศตอนกลางวันว่าสวยแล้ว ถ้ามาในช่วงค่ำจะยิ่งฟินกับแสงสีของเมืองที่สวยงามระดับ Top View นอกจากนี้ในปี 2026 ยังมีนิทรรศการมัลติมีเดียใหม่ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเกาะแห่งนี้ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยให้ได้ชมกันด้วย
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tung Chung Line หรือ Airport Express ไปลงที่สถานี Kowloon ซึ่งตัวตึกจะเชื่อมต่อกับห้าง Elements โดยตรงเลยค่ะ
7. ไคตั๊ก สปอร์ต พาร์ค (Kai Tak Sports Park)

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุดบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอดีตสนามบินไคตั๊ก ที่ที่กลายเป็นจุดเช็กอินสุดยิ่งใหญ่ในปี 2026 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่างสนามกีฬาในร่มขนาด 50,000 ที่นั่ง ที่มีดีไซน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรมกีฬาและคอนเสิร์ตระดับโลกแล้ว ที่นี่ยังมีพื้นที่พักผ่อนริมน้ำ ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งที่ให้คุณได้เดินเล่น พร้อมชมวิวอ่าววิกตอเรียในมุมมองที่แปลกตาและกว้างไกลกว่าที่เคยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tuen Ma Line ไปลงที่สถานี Kai Tak หรือสถานี Sung Wong Toi แล้วเดินต่อตามป้ายบอกทางเชื่อมเข้าสู่โครงการได้เลยค่ะ
8. พิพิธภัณฑ์เอ็มพลัส (M+ Museum)

สายอาร์ตและสายคอนเทนต์ต้องไม่พลาดเช็กอินที่ ที่เที่ยวฮ่องกง สุดชิคแห่งนี้ค่ะ พิพิธภัณฑ์เอ็มพลัส ตั้งอยู่ในย่านวัฒนธรรมเวสต์เกาลูน (West Kowloon Cultural District) ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมภาพสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมตัวอาคารรูปตัว T กลับหัวที่มีจอ LED ขนาดยักษ์ฉายงานศิลปะลงบนผนังริมอ่าว ภายในจัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย การออกแบบ และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมาย นอกจากจะมาเสพงานศิลป์แล้ว ที่นี่ยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ เพียบ โดยเฉพาะมุมระเบียงดาดฟ้าที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของเกาะฮ่องกงได้อย่างงดงามค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Kowloon ทางออก C1 หรือ D1 แล้วเดินตามป้ายบอกทางเชื่อมต่อไปยัง West Kowloon Cultural District
9. วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple)

ปีใหม่แล้วใครยังโสดยกมือขึ้น! เราจะพาคนโสดไปมูเตลูกันที่วัดหวังต้าเซียนค่ะ เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ เทพเจ้าหยุคโหลว หรือ เทพเจ้าด้ายแดง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ให้พรด้านความรักโดยเฉพาะ โดยมีเคล็ดลับการขอพรด้วยการผูกด้ายแดงตามความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้คนโสดได้พบเจอเนื้อคู่ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้วก็จะช่วยให้ความรักมั่นคงและราบรื่นยิ่งขึ้น บอกเลยว่าใครที่วางแผนมา เที่ยวฮ่องกง เพื่อเติมความหวานหรืออยากสละโสดในปี 2026 นี้ พิกัดนี้คือจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้เลยล่ะค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงที่สถานี Wong Tai Sin ทางออก B2 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที
10. วัดแชกงหมิว (Che Kung Temple)

เดินสายมูเตลูกันต่อแบบไม่พักที่ วัดแชกงหมิว หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "วัดกังหันลม" นั่นเองค่ะ มูขอคู่กันไปแล้วก็ต้องมามูขอความเฮงความรวยกันบ้าง ซึ่งที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาทั้งจากชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ภายในวัดโดดเด่นด้วยรูปปั้นท่านแชกงสีทองอร่ามและกังหันนำโชค โดยมีความเชื่อว่าหากได้มาหมุนกังหันที่วัดนี้จะช่วย "หมุน" นำพาโชคลาภ เงินทอง และสิ่งดีๆ เข้ามา พร้อมปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต วัดแชกงหมิวจึงจัดว่าเป็น ที่เที่ยวฮ่องกง ที่สายมูต้องมาปักหมุดเพื่อความปังรับปี 2026 นี้เลยค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tuen Ma Line (เดิมคือ Ma On Shan) มาลงที่สถานี Che Kung Temple หรือสถานี Tai Wai แล้วเดินต่อบนถนน Che Kung Miu อีกประมาณ 10 นาที
11. หาดรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay)

แวะมาเดินกินลมชมทะเลกันที่ หาดรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay) ชายหาดยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาวนุ่มและน้ำทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมทั้งมีร้านค้าและร้านอาหารริมหาดบรรยากาศดีมากมาย นอกจากนี้ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการไปกราบไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิม รวมถึงเทพเจ้าโชคลาภที่ตั้งอยู่บริเวณริมหาด ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องความมั่งคั่งและการมีบุตรกันเยอะมาก พิกัดนี้บอกเลยว่าต้องมีอยู่ในลิสต์ ที่เที่ยวฮ่องกง ปี 2026 ของทุกคนแน่นอนค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR ไปลงสถานี Central ทางออก A จากนั้นเดินต่อไปยังตึก Exchange Square เพื่อขึ้นรถบัสสาย 6, 6A, 6X หรือ 260 ไปลงที่ป้าย Repulse Bay Beach
12. ย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui)

มาถึงย่านที่เป็นศูนย์กลางแห่งสีสันอย่าง จิมซาจุ่ย แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดสำหรับคนมา เที่ยวฮ่องกง เลยค่ะ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยศูนย์การค้าสุดหรู ร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลก ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังและสตรีทฟู้ดรสเด็ดมากมาย หลังจากเดินช้อปปิ้งจนจุใจแล้ว แนะนำให้มาเดินเล่นรับลมเย็นๆ ที่ Tsim Sha Tsui Promenade ทางเดินริมน้ำเลียบอ่าววิกตอเรีย ซึ่งถือเป็นจุดพักผ่อนชมวิวตึกระฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ยิ่งถ้าได้มาเดินในช่วงเย็นรอชมโชว์แสงสีเสียง บอกเลยว่าฟินและได้รูปสวยๆ กลับไปเพียบแน่นอนค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tsuen Wan Line ไปลงที่สถานี Tsim Sha Tsui หรือสาย Tuen Ma Line ลงที่สถานี East Tsim Sha Tsui ได้เลย
13. ย่านมงก๊ก (Mong Kok)

สำหรับใครที่มองหาแหล่งละลายทรัพย์สุดคึกคัก ต้องมา ย่านมงก๊ก เลยค่ะ ที่นี่คือย่านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันตลอดทั้งวันทั้งคืน รวบรวมตลาดชื่อดังไว้อย่าง Ladies' Market และ Sneaker Street แหล่งรวมรองเท้าผ้าใบรุ่นฮิตจากทั่วโลก ในปี 2026 ย่านนี้ยังคงเสน่ห์ความสนุกคล้ายตลาดนัดกลางคืนบ้านเรา มีให้เลือกช้อปทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และสินค้าแฟชั่นล้ำสมัยในราคาสบายกระเป๋า แถมยังมีสตรีทฟู้ดร้านเด็ดให้เดินกินไปช้อปไปได้แบบไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Tsuen Wan Line หรือสาย Kwun Tong Line ไปลงที่สถานี Mong Kok
14. ย่านเคนเนดี้ ทาวน์ (Kennedy Town)

พิกัดนี้บอกเลยว่าจึ้งมาก! สำหรับใครที่มา เที่ยวฮ่องกง แล้วอยากสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่าง ต้องมาที่ Kennedy Town ย่านเก่าแก่ทางตะวันตกสุดของเกาะที่ผสมผสานความคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ไฮไลต์ที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาดคือการมาปักหมุดถ่ายรูปบริเวณ วิวถนนที่ทอดยาวไปจนสุดสายจนมองเห็นน้ำทะเลสีครามและท่าเรือผ่านช่องว่างระหว่างตึกแถวเก่าแก่ ซึ่งเป็นมุมมหาชนที่มีรถรางและรถบัสสองชั้นวิ่งผ่านเป็นระยะ สร้างบรรยากาศสตรีทผสมกลิ่นอายทะเลที่มีเอกลักษณ์สุดๆ ใครที่มองหาจุดถ่ายรูปสวยๆ ในปี 2026 ต้องตามไปตำพิกัดนี้ให้ได้เลยนะคะ
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Island Line ไปลงที่สถานี Kennedy Town ทางออก C แล้วเลี้ยวซ้ายเดินขึ้นบันไดไปยังสนามบาสด้านบนเพื่อหาจุดถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย
15. ถนนฮอลลีวู้ด (Hollywood Road)

ปิดท้ายทริปกันที่ ถนนฮอลลีวู้ด หนึ่งในย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะฮ่องกง ที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวฮ่องกง ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เพราะเป็นจุดที่ความคลาสสิกและความทันสมัยมาบรรจบกันได้อย่างลงตัว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของเก่าสุดฮิป แกลเลอรีศิลปะ ร้านอาหารเก๋ๆ และคาเฟ่สไตล์วินเทจ นอกจากนี้ยังมีสตรีทอาร์ตเท่ๆ ซ่อนตัวอยู่ตามมุมตึกให้สายถ่ายรูปได้เดินค้นหาและโพสต์ท่าชิลๆ กันได้ตลอดทั้งสายเลยทีเดียว
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ MTR สาย Island Line ไปลงที่สถานี Sheung Wan ทางออก A2 หรือสถานี Central ทางออก D2 แล้วเดินต่อมายังถนนฮอลลีวู้ดได้เลย
เห็นไหมคะว่าเกาะฮ่องกงในปี 2026 มีแลนด์มาร์กใหม่ๆและสถานที่น่าสนใจเยอะเลย ใครที่มีแพลนจะไป เที่ยวฮ่องกง สามารถเดินทางตามพิกัดที่ยักษ์ทัวร์ป้ายยาไว้ได้เลยค่ะ เพราะทั้ง 15 ที่เที่ยวฮ่องกง ในบทความนี้เราคัดมาให้แบบเน้นๆ ครบรสทั้งสายมู สายช้อป และสายถ่ายรูป บอกเลยว่าเที่ยวสนุกครบจบในทริปเดียวแน่นอน!
