เที่ยวญี่ปุ่น 2026 รวม 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่นยอดฮิต พร้อมบอกเที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี

อยากไป เที่ยวญี่ปุ่น แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี?
ปี 2026 ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทาง ด้วยแลนด์มาร์กใหม่ เทศกาลตามฤดูกาล และ ที่เที่ยวญี่ปุ่น ยอดฮิตที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ
สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลว่า เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี ให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง หรือสงสัยว่า เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ถึงจะได้เห็นซากุระสวยๆ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะฟูๆ บทความนี้เรารวมคำตอบไว้ให้ครบ จบในที่เดียว พร้อมอัปเดต 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ที่ต้องไปเช็กอินจริง วางแผนเที่ยวตามได้ทันที!
วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี? อัปเดตฤดูกาลเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2026
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) | ซากุระ & Golden Week
ช่วงยอดนิยมที่สุดของการ เที่ยวญี่ปุ่น อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 2 – 25 องศาเซลเซียสและเป็นฤดูกาลที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วประเทศ
ไฮไลท์ปี 2026: คาดการณ์ว่าซากุระในโตเกียวจะเริ่มบาน (First Bloom) ประมาณวันที่ 19-21 มีนาคม 2026 และบานเต็มที่ (Full Bloom) ในช่วงปลายเดือนมีนาคม
ข้อควรระวัง: ช่วง Golden Week 2026 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นวันหยุดยาวที่คนญี่ปุ่นเที่ยวกันเยอะมาก หากใครจะไปช่วงนี้ต้องจองที่พักและตั๋วรถไฟล่วงหน้าค่ะ
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): เทศกาลดอกไม้ไฟและทุ่งลาเวนเดอร์
แม้จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนใกล้เคียงกับไทย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 17 – 32 องศาเซลเซียส บางปีอุณหภูมิอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว แต่ก็เป็นช่วงที่มีสีสันที่สุดในด้านวัฒนธรรมและงานรื่นเริง
ไฮไลท์ปี 2026: ใครที่ชอบงานเทศกาลห้ามพลาด Tenjin Matsuri ที่โอซาก้า (24-25 กรกฎาคม) และถ้าอยากหนีร้อน แนะนำให้ขึ้นเหนือไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ที่ ฮอกไกโด ซึ่งจะสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมค่ะ
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): ใบไม้เปลี่ยนสีและ Silver Week
ช่วงเวลาสุดโรแมนติกที่เที่ยวญี่ปุ่นหลายแห่งจะกลายเป็นสีส้ม แดง และเหลือง อากาศเริ่มกลับมาเย็นสบายอีกครั้ง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 8 – 27 องศาเซลเซียส ใส่ชุดแฟชั่นกันหนาวบางๆ เดินถ่ายรูปได้ฟินสุดๆ เลยค่ะ
ไฮไลท์ปี 2026: เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี (Momiji) ตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงพฤศจิกายน ทั่วทั้งญี่ปุ่นจะมีงานเทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่น งานประดับไฟ (Illumination) ที่ สวนริคุกิเอน (Rikugien Garden) ในโตเกียว ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมความงามของใบไม้สีแดงยามค่ำคืน สวยจนลืมหายใจเลยล่ะค่ะ
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): สวรรค์ของคนรักหิมะและสกี
สำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไป เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี ในช่วงปลายปี ฤดูหนาวคือคำตอบค่ะ ช่วงหน้าหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 0 – 10 องศาเซลเซียส ยิ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนืออย่างซัปโปโร อุณหภูมิอาจติดลบจนแม่น้ำเป็นน้ำแข็งเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันเยอะมาก นอกจากจะมีหิมะ และได้เล่นสกีแล้ว ก็ยังมีเทศกาลฤดูหนาวหลายงานเลยค่ะ
ไฮไลท์ปี 2026: เทศกาลหิมะซัปโปโร 2026 (Sapporo Snow Festival) คาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 4 - 11 กุมภาพันธ์ 2569 เตรียมตัวไปชมประติมากรรมน้ำแข็งระดับโลกกันได้เลย
อัปเดต 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2026
1. ภูเขาไฟฟูจิ และ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Mt. Fuji & Lake Kawaguchiko) – ยามานาชิ

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของการ เที่ยวญี่ปุ่น ชมวิว ภูเขาไฟฟูจิ แบบพาโนรามา ณ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ได้รับความนิยมสูงเพราะเดินทางง่าย มีกิจกรรมทั้งการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าและล่องเรือชมวิวได้ตลอดทั้งปี ไฮไลต์ใหม่ 2026 / 2569 คือการเพิ่มเส้นทางจักรยานไฟฟ้ารอบทะเลสาบ นักท่องเที่ยวจะได้ปั่นหามุมถ่ายรูปฟูจิซังแบบไม่ซ้ำใครได้อย่างสะดวกสบาย และคาเฟ่เปิดใหม่ที่หันหน้าเข้าหาภูเขาไฟฟูจิ ให้คุณได้ซึมซับบรรยากาศวิวหลักล้านได้แบบเต็มตา
2. หมู่บ้านน้ำใส โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) – ยามานาชิ

หมู่บ้านน้ำใส ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 บ่อ แนะนำมาตอนเช้าๆ เพื่อชมวิวฟูจิซังสะท้อนน้ำ พร้อมชิมสตรีทฟู้ดท้องถิ่นอย่างโมจิย่าง ดื่มน้ำพุธรรมชาติเย็นชื่นใจ และชมบ้านทรงโบราณ ท่ามกลางไอหมอกและแสงแดดอ่อนๆ ที่สวยเหมือนภาพวาด
3. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) – โอซาก้า

คำตอบของคำถามว่าโซนคันไซ เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี ต้องไม่พลาด ปราสาทโอซาก้า แลนด์มาร์กชื่อดังอันมีความงามของสถาปัตยกรรมสีขาวสลับทองเป็นเอกลักษณ์ ปี 2026 ภายใน ปราสาทโอซาก้า มีการจัดแสดงประวัติศาสตร์แบบมัลติมีเดีย โดยนำเทคโนโลยีสื่อประสมมาใช้ในการจัดแสดงประวัติศาสตร์ ช่วยให้การเรียนรู้เรื่องราวในอดีตสนุกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบปราสาทยังเป็นจุดชมดอกซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของภูมิภาคคันไซอีกด้วย
4. วัดเซนโซจิ หรือ วัดอาซากุสะ (Sensoji Temple) – โตเกียว

วัดพุทธเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว โด่งดังในเรื่องการไหว้พระขอพรเจ้าแม่กวนอิมให้สมหวัง ไฮไลต์ของที่นี่คือ โคมแดงขนาดยักษ์ ณ ประตูคามินาริมง และถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยขนมและของที่ระลึก อบอวลด้วยเสน่ห์ของกลิ่นอายย้อนยุคที่ผสมผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบวัดได้อย่างลงตัว ในช่วงค่ำมีการเปิดไฟประดับที่ตัววัดมอบความประทับใจที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน
5. ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) – เกียวโต

แลนด์มาร์กสุดไอคอนิกที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้นที่เรียงรายยาวไปตามเนินเขาอินาริอย่างสวยงาม ที่นี่คือ ที่เที่ยวญี่ปุ่น ระดับตำนานที่นักถ่ายภาพห้ามพลาด เพราะสีแดงสดของเสาตัดกับสีเขียวของป่ารอบข้างให้ภาพที่ดูขลังและมีเสน่ห์ และยังมีร้านน้ำชาโบราณให้แวะพักระหว่างทาง แนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่เพื่อสัมผัสบรรยากาศอันสงบเงียบและถ่ายรูปกับอุโมงค์เสาแดงได้แบบไม่มีผู้คนร่วมเฟรมภาพเลยล่ะค่ะ
6. สวนป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) – เกียวโต

อีกหนึ่งพิกัดสุดโรแมนติกที่ใครมา เที่ยวญี่ปุ่น ต้องแวะมาเดินทอดน่องท่ามกลางอุโมงค์ต้นไผ่สีเขียวขจีที่สูงเสียดฟ้า ที่นี่คือ “สวนป่าไผ่อาราชิยามะ” ทางเดินธรรมชาติแห่งนี้มอบบรรยากาศที่เงียบสงบพร้อมเสียงลำต้นไผ่เสียดสีกันตามสายลม ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
ในปี 2026 พื้นที่โดยรอบอาราชิยามะยังเต็มไปด้วยร้านเช่าชุดกิโมโนสวยๆ ให้คุณได้ใส่มาเดินถ่ายรูปเช็กอินให้เข้ากับบรรยากาศ นอกจากป่าไผ่แล้ว อย่าลืมแวะไปถ่ายรูปที่สะพานโทเก็ตสึเคียวที่อยู่ใกล้กัน เพื่อชมวิวแม่น้ำและภูเขาที่สวยงามทุกฤดูกาลด้วยนะคะ
7.หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) – กิฟุ

หมู่บ้านกระท่อมชาวนาแบบกัสโชโซคุริหลังคาทรงสูงที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก ในปี 2026 นี้ยังคงรักษาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโบราณที่โอบล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาลอย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่หิมะสีขาวปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน จะให้บรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกเหมือนหลุดออกมาจากโลกนิยาย ใครที่มีโอกาสมาเยือนอย่าลืมขึ้นไปที่จุดชมวิวโอกิมาจิ เพื่อเก็บภาพมุมสูงของหมู่บ้านที่ถือเป็นมุมซิกเนเจอร์ที่สวยที่สุดค่ะ
8. ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Shrine) – ฮิโรชิม่า

สัมผัสความมหัศจรรย์ของ "เสาโทริอิสีแดงกลางน้ำ" ที่ ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ แลนด์มาร์กสำคัญที่ใครมา เที่ยวญี่ปุ่น โซนตะวันตกต้องแวะมาเยือนสักครั้ง ตัวศาลเจ้าถูกสร้างยื่นออกไปในทะเลอย่างประณีต เมื่อเวลาน้ำขึ้นจะดูเหมือนศาลเจ้าลอยอยู่บนผืนน้ำ เป็นภาพที่งดงามและหาชมได้ยาก แนะนำให้นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาในช่วงบ่ายเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดินหลังเสาโทริอิยักษ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามมากทีเดียว
9. ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm) – ฮอกไกโด

สวรรค์ของคนรักดอกไม้ที่ห้ามพลาดเมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงหน้าร้อน โดยเฉพาะทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสที่บานสะพรั่งเต็มหุบเขา ในปี 2026 นี้ ฟาร์มโทมิตะ ยังคงเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตด้วยการจัดสวนดอกไม้หลากสีสันเรียงรายเป็นแถวสวยงามราวกับสายรุ้งบนพื้นดิน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงดอกไม้ชนิดต่างๆ พร้อมชิมซอฟต์เสิร์ฟลาเวนเดอร์รสชาติละมุนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่ นอกจากความสวยงามของดอกไม้แล้ว ยังมีโรงกลั่นน้ำมันหอมระเหยและร้านขายของที่ระลึกจากลาเวนเดอร์ให้เลือกช้อปปิ้งกันอีกด้วย
10. สวนดอกไม้ฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค (Hitachi Seaside Park) – อิบารากิ

หากคุณกำลังมองหาว่าจะเลือก เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี สวนดอกไม้ฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค คือพิกัดที่ห้ามพลาดเด็ดขาด สวนแห่งนี้โดดเด่นด้วยเนินเขามิฮาราชิที่จะเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ทั้งทุ่งดอกเนโมฟีลาสีฟ้าสดใสในเดือนเมษายน และพุ่มโคเชียสีแดงกลมมนในเดือนตุลาคม ในปี 2026 นี้ ทางสวนยังคงจัดเต็มด้วยทุ่งดอกไม้หลากสายพันธุ์ที่หมุนเวียนให้ชมตลอดปี พร้อมเส้นทางปั่นจักรยานชมวิวรับลมทะเลสุดสดชื่น นอกจากทุ่งดอกไม้แล้ว ภายในสวนยังมีโซนสวนสนุกขนาดเล็กและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ เหมาะสำหรับการมาเที่ยวแบบครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
11. สวนอุโมงค์ดอกวิสทีเรีย (Kawachi Fuji Garden) – ฟุกุโอกะ

สัมผัสความสวยงามราวกับเดินอยู่ในอุโมงค์แห่งความฝันกันที่ สวนอุโมงค์ดอกวิสทีเรีย ที่นี่มีดอกวิสทีเรียกว่า 22 สายพันธุ์ห้อยระย้าลงมาอย่างวิจิตรงดงาม พิกัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องอุโมงค์ดอกไม้สีม่วง ขาว และชมพูที่ยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งจะบานสะพรั่งให้ชมเพียงปีละครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ทางสวนมีมาตรการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวันด้วยการจองตั๋วล่วงหน้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและถ่ายรูปได้สวยที่สุด เป็นจุดเช็กอินที่สายถ่ายภาพและคนรักธรรมชาติต้องลิสต์ไว้ในแผนการเดินทางเลยล่ะค่ะ
12. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (Universal Studios Japan) – โอซาก้า

ในปี 2026 “ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน” ยังคงครอบตำแหน่งที่เที่ยวญี่ปุ่นที่คึกคักที่สุดในภูมิภาคคันไซ แฟนคลับนินเทนโดห้ามพลาดกับโซน Donkey Kong Country ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมเครื่องเล่นสุดระทึกในรูปแบบรถรางเหมือง นอกจากโซนใหม่แล้ว พิกัดยอดนิยมอย่างโลกเวทมนตร์ Harry Potter และเหล่ามินเนี่ยนตัวแสบยังคงมีโชว์พิเศษที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้มาเยือนเสมอ แนะนำให้ซื้อบัตร Express Pass ล่วงหน้าเพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นยอดฮิตได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องเสียเวลารอคิวนานค่ะ
13. โตเกียว ดิสนีย์ซี (Tokyo Disney Sea)

ปี 2026 / 2559 ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ต้องไปสัมผัสอาณาจักรแห่งเทพนิยายสุดอลังการใน โซนใหม่ล่าสุดของ โตเกียว ดิสนีย์ซี ที่จำลองโลกของ Frozen, Tangled และ Peter Pan ออกมาได้อย่างสมจริง พร้อมเครื่องเล่นและร้านอาหารที่ถอดแบบมาจากในภาพยนตร์ แนะนำให้จอง Standby Pass ผ่านแอปพลิเคชันทันทีที่เข้าสวนสนุกเพื่อรักษาสิทธิ์เข้าชม
14. เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) – ฮอกไกโด

ปี 2026 / 2559 “เทศกาลหิมะซัปโปโร” ยังคงจัดเต็มความยิ่งใหญ่ของประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งแกะสลักระดับโลก ทั้ง 3 โซนหลัก ได้แก่ สวนสาธารณะโอโดริ ย่านซูซูกิโนะ และโดมสึโดเมะ ไฮไลต์คือการแสดงแสงสีเสียงบนรูปปั้นหิมะขนาดมหึมาในช่วงค่ำคืนที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอย่างมาก นอกจากความสวยงามของน้ำแข็งแล้ว ภายในงานยังมีบูธอาหารท้องถิ่นของฮอกไกโดให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บอีกด้วย
15. ชิบูย่า สกาย (SHIBUYA SKY) – โตเกียว

มาเที่ยวญี่ปุ่น ต้องชมวิวเมืองโตเกียวแบบ 360 องศา ที่ ชิบูย่า สกาย ไฮไลต์เด็ดคือมุม Sky Edge ที่ให้คุณยืนถ่ายรูปริมขอบตึกกระจกใส โดยมีฉากหลังเป็นห้าแยกชิบูย่าและโตเกียวทาวเวอร์ที่สวยงามสะดุดตา ใครอยากมาเช็กอินที่นี่แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น เพราะรอบเวลาช่วงพระอาทิตย์ตกดินจะเต็มเร็วมากเป็นพิเศษค่ะ บรรยากาศด้านบนมีทั้งโซน Outdoor รับลมเย็นๆ และโซน Indoor ที่มีคาเฟ่และงานศิลปะดิจิทัลให้เดินชมอย่างเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวัน
16. ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) – โอซาก้า

ศูนย์รวมร้านอาหารชื่อดังและสตรีทฟู้ดมากมายภายใต้แสงสีจากป้ายไฟนีออน ถ่ายรูปคู่กับป้ายกูลิโกะริมคลอง ชมความอลังการของป้ายร้านค้าที่เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ขนาดมหึมา ล่องเรือชมวิวแม่น้ำโดทงโบริ ชิมของอร่อยอย่างทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิ ช้อปปิ้งร้านค้าปลอดภาษีใตลอดทั้งคืน
17. สวนสนุกโปเกพาร์ค คันโต (PokéPark KANTO)

โปรเจกต์สวนสนุกแห่งใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก โดยเนรมิตพื้นที่ใน สวนสนุกโยมิอุริแลนด์ ให้กลายเป็นโลกของโปเกมอนที่ทุกคนใฝ่ฝัน สัมผัสประสบการณ์การผจญภัยในป่าลึกเพื่อตามหาเหล่าโปเกมอนในธรรมชาติ พร้อมเครื่องเล่นสุดทันสมัยที่นำเทคโนโลยี AR มาใช้ให้คุณได้ร่วมแบตเทิลอย่างสมจริง มีโซนถ่ายรูปและร้านขายสินค้าลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น เป็นจุดเช็กอินที่แฟนๆ โปเกมอนต้องไม่ควรพลาดเลยทีเดียว!
18. โตเกียว ดรีม พาร์ค (TOKYO DREAM PARK)

แลนด์มาร์กความบันเทิงแห่งใหม่ริมอ่าวโตเกียว รวบรวมทั้งสวนสนุกในร่ม โรงละคร และโซนกิจกรรมดิจิทัลไว้อย่างครบวงจร โดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเนรมิตพื้นที่พักผ่อนให้กลายเป็นโลกแห่งจินตนาการ พร้อมการแสดงมัลติมีเดียสุดตระการตาที่จัดแสดงให้ชมตลอดทั้งวัน ภายในยังมีโซนสตรีทฟู้ดทันสมัยและแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมชั้นนำ ทำให้ในปี 2026 ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบยอดฮิตแห่งใหม่ที่ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออกก็เที่ยวได้ไม่มีสะดุด!
19. โรงแรมโฮชิโนยะ นารา พริซัน (Hoshinoya Nara Prison) – (เปิดใหม่ 2026)

สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใครในโรงแรมหรูที่รีโนเวทมาจากเรือนจำเก่าแก่ยุคเมจิที่ โรงแรมโฮชิโนยะ นารา พริซัน ซึ่งเป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นแห่งใหม่ที่น่าจับตามองที่สุด สถาปัตยกรรมอิฐแดงอันทรงพลังถูกรักษาไว้อย่างดี พร้อมปรับปรุงภายในให้กลายเป็นห้องพักระดับไฮเอนด์ที่ผสมผสานความประวัติศาสตร์และความทันสมัย ในปี 2026 นี้ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงที่พักเท่านั้น แต่ยังมีโซนพิพิธภัณฑ์และร้านอาหารเลิศรสที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้ามาเยี่ยมชมความสวยงาม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนนารา ทำให้คุณสามารถเดินเล่นชมกวางและไหว้พระวัดโทไดจิได้อย่างสะดวกสบาย ถือเป็นจุดเช็กอินที่สร้างความแปลกใหม่ให้การเดินทาง
20. ย่านฮาราจูกุ และคาวาอี้ มอนสเตอร์ แลนด์ (Harajuku & Kawaii Monster Land)

ศูนย์รวมแฟชั่นสุดล้ำพร้อมการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของร้านอาหารธีมสุดแฟนตาซีในโฉมใหม่ หากคุณกำลังมองหาความสนุกและสีสันแบบหลุดโลกและไม่รู้ว่าจะไป เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี พิกัดนี้คือจุดหมายที่รวบรวมความ "คาวาอี้" ไว้แบบจัดเต็ม ในปี 2026 ย่านฮาราจูกุได้ยกระดับพื้นที่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมเปิดโซนรวมคาเฟ่แปลกใหม่และร้านค้าสุดครีเอทีฟที่หาชมได้ยากจากที่อื่น ปิดท้ายทริปด้วยการเดินช้อปปิ้งที่ถนนทาเคชิตะและแวะถ่ายรูปกับงานศิลปะกราฟิตี้สุดชิค เป็นการจบทริปเที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 ได้อย่างน่าประทับใจที่สุด
สรุป
ปี 2026 ถือเป็นปีทองของการ เที่ยวญี่ปุ่น อย่างแท้จริง เพราะอัดแน่นไปด้วยแลนด์มาร์กเปิดใหม่ระดับโลก ผสานกับเสน่ห์ของ ที่เที่ยวญี่ปุ่น ตามฤดูกาลที่สวยงามตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นสายธรรมชาติ สายสวนสนุก หรือสายถ่ายรูป การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ทริปสนุกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น หากคุณยังลังเลว่า เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี ลิสต์ 20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ที่เราคัดมา คือคำตอบครบจบในที่เดียว รับรองว่าทุกวันหยุดจะเต็มไปด้วยความประทับใจแน่นอนค่ะ
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
