ไปญี่ปุ่นเตรียมอะไรบ้าง? รวม 10 เช็กลิสต์เที่ยวญี่ปุ่น 2569 มือใหม่ก็ไปได้สบาย

ญี่ปุ่น คือหนึ่งในปลายทางยอดฮิตตลอดกาลของนักท่องเที่ยวไทย เพราะตอบโจทย์ครบทุกสไตล์ ทั้งอาหารอร่อยถูกปาก ระบบขนส่งที่สะดวก บ้านเมืองสวยงาม และปลอดภัย เหมาะทั้งมือใหม่และสายเที่ยวตัวจริง
สำหรับใครที่กำลังวางแผน เที่ยวญี่ปุ่น 2569 และกำลังสงสัยว่า ไปญี่ปุ่นเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้ทริปราบรื่นไม่สะดุด วันนี้ ยักษ์ทัวร์ ขอพาไปอัปเดตข้อมูลสำคัญแบบครบจบในที่เดียว
ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นยังคงเปิด ฟรีวีซ่าให้คนไทย สามารถพำนักเพื่อการท่องเที่ยวได้นานสูงสุด 15 วัน ทำให้การเดินทางง่ายและสะดวกกว่าเดิม แต่ถึงจะไม่ต้องขอวีซ่า ก็ยังมีหลายอย่างที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เรามาเช็กกันเลยว่า เช็กลิสต์เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นฉบับอัปเดตล่าสุด มีอะไรบ้าง เพื่อให้ทริปนี้เที่ยวสนุก ฟิน และผ่านทุกขั้นตอนได้แบบสบายใจ
10 เช็กลิสต์ ไปญี่ปุ่นต้องเตรียมอะไรบ้าง วางแผนให้พร้อม เที่ยวสนุกไร้กังวล
การเตรียมตัวก่อนเดินทางคือหัวใจสำคัญของการ เที่ยวญี่ปุ่น 2569 ให้ราบรื่น บทความนี้สรุปทุกอย่างที่ต้องมี ตั้งแต่เอกสาร การเงิน อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงประกันการเดินทาง ครบ จบ ใช้ได้จริง
1. พาสปอร์ต (Passport) และมาตรการเข้าประเทศ
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ พาสปอร์ต โดยต้องเป็นเล่มที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันที่เดินทาง และต้องเป็นพาสปอร์ตที่มี IC Chip (สังเกตสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมเล็กๆ หน้าเล่ม) เท่านั้นจึงจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า

- มาตรการฟรีวีซ่า 15 วัน: สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ยังคงได้รับสิทธิ์เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน (หากมีแผนอยู่นานกว่านั้น หรือเดินทางไปเพื่อทำงาน/เรียน ต้องขอวีซ่าตามประเภทให้ถูกต้อง)
อัปเดตระบบ JESTA (ระบบคัดกรองออนไลน์): ปัจจุบันทางการญี่ปุ่นมีแผนเตรียมปรับใช้ระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวล่วงหน้าในชื่อ JESTA เพื่อยกระดับความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการหรือแผนที่ชัดเจนว่าจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันไหน ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัคร ข้อมูลส่วนตัวที่ต้องใช้ รวมถึงระบบการทำงานทั้งหมด จะถูกเปิดเผยเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงวันเปิดใช้งานจริง ดังนั้นควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทางค่ะ
คำแนะนำเพิ่มเติม: แนะนำให้ถ่ายสำเนาพาสปอร์ตและบัตรประชาชนเก็บแยกไว้ หรือเซฟไฟล์ไว้ในมือถือ/อีเมล เผื่อกรณีสูญหายจะช่วยให้การติดต่อประสานงานทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
2. กรอกข้อมูล ตม. ผ่านเว็บไซต์ Visit Japan Web

Visit Japan Web คือแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยให้การไปญี่ปุ่นสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เว็บไซต์นี้เปิดให้เรากรอกข้อมูลใบตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และใบสำแดงศุลกากรล่วงหน้าในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนและประหยัดเวลาเมื่อเดินทางถึงสนามบิน
อัปเดตใหม่ล่าสุด: ปัจจุบันระบบได้รวม QR Code ของ ตม. และศุลกากรเข้าด้วยกันเป็นอันเดียวแล้ว ช่วยให้การผ่านด่านทำได้รวดเร็วเพียงแค่สแกนครั้งเดียว
คำแนะนำในการกรอก: เราสามารถลงทะเบียนข้อมูลได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง แต่แนะนำให้เริ่มกรอกหลังจากที่คุณจองตั๋วเครื่องบินและที่พักเรียบร้อยแล้ว เพื่อความแม่นยำของข้อมูล ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นอย่างน้อย 24-72 ชั่วโมง หรือ 1 สัปดาห์ ก่อนวันเดินทาง เพื่อเช็กความเรียบร้อยก่อนเตรียมตัว เที่ยวญี่ปุ่น 2569 อย่างไร้กังวล
เคล็ดลับ: เมื่อกรอกเสร็จแล้ว อย่าลืมแคปภาพหน้าจอ QR Code เก็บไว้ในมือถือ เผื่อกรณีที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่สนามบินไม่เสถียร
3. ตั๋วเครื่องบิน

การเลือกจอง ตั๋วเครื่องบิน เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการวางแผน ไปญี่ปุ่น เพราะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของทริป แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 เดือนเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด หรือหากใครที่มีแผนการเดินทางที่แน่นอนแล้ว การจองล่วงหน้าข้ามปีในช่วงโปรโมชั่นสายการบินก็เป็นทางเลือกที่ดีมาก
เทคนิคการเลือก: ปัจจุบันมีตัวเลือกทั้งสายการบิน Full Service ที่รวมน้ำหนักกระเป๋าและอาหาร หรือสายการบิน Low Cost สำหรับสายประหยัด นอกจากนี้หากคุณกำลังเช็กว่า ไปญี่ปุ่นเตรียมอะไรบ้าง อย่าลืมพิจารณาเรื่องเมืองที่จะลง (เช่น ไปทางโตเกียว หรือกลับทางโอซาก้า) เพื่อช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเดินทางข้ามโซน
ข้อควรระวัง: ก่อนกดจอง ควรตรวจสอบนโยบายการเลื่อนตั๋วหรือการคืนเงินให้ถี่ถ้วน เพื่อรองรับเหตุไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้
4. จองโรงแรมและที่พัก

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่ห้ามลืมคือการจองโรงแรมล่วงหน้า เพราะชื่อและที่อยู่ของที่พักเป็นข้อมูลจำเป็นที่ต้องใช้กรอกในระบบ Visit Japan Web เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม. เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้การจองที่พักล่วงหน้ายังช่วยให้คุณอุ่นใจได้ว่าจะมีที่พักทำเลดีในราคาประหยัด ไม่ต้องไปลุ้นหาเอาดาบหน้า ซึ่งอาจทำให้งบบานปลายได้ สำหรับการวางแผนไปญี่ปุ่น แนะนำให้เลือกที่พักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟสายหลัก เพื่อความสะดวกในการลากกระเป๋าเดินทาง และควรเลือกจองผ่านแพลตฟอร์มที่มีนโยบาย "ยกเลิกฟรี" เพื่อความยืดหยุ่นหากมีการปรับเปลี่ยนแผนเที่ยว
5. เงินเยน บัตรเครดิต หรือบัตร Travel Card

สำหรับการใช้จ่ายในการไปญี่ปุ่น แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่การพกเงินสดติดตัวไว้บ้างยังคงจำเป็นสำหรับร้านค้าท้องถิ่นขนาดเล็ก หรือวัดบางแห่งที่ยังไม่รองรับการจ่ายผ่านระบบดิจิทัล อย่างไรก็ตาม เทรนด์การใช้จ่ายสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น 2569 นั้นเปลี่ยนไปมาก โดยเน้นความสะดวกและประหยัดค่าธรรมเนียมเป็นหลัก
- บัตร Travel Card: เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพราะสามารถแลกเงินเยนเก็บไว้ในแอปฯ เมื่อเรทเงินดี และใช้แตะจ่ายตามร้านค้าหรือถอนเงินสดจากตู้ ATM ที่ญี่ปุ่นได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%
- บัตรเครดิต: แนะนำให้เลือกใช้บัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายต่างประเทศ (FX Fee) หรือบัตรที่สะสมแตะ/ไมล์ได้คุ้มค่า เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ในระหว่างทริป
สแกนจ่าย: ปัจจุบันในญี่ปุ่นเริ่มรองรับการสแกนจ่ายผ่านแอปฯ ธนาคารไทยในบางเครือข่ายแล้ว อย่าลืมตรวจสอบโปรโมชั่นและร้านค้าที่ร่วมรายการก่อนเดินทาง
6. ซิมอินเทอร์เน็ต (SIM Card / eSIM)

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการวางแผนไปญี่ปุ่น คือการเตรียมตัวเรื่องอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการค้นหาข้อมูลการเดินทาง เปิดแผนที่ Google Maps เช็กรอบรถไฟ หรือใช้แอปฯ แปลภาษาเพื่อสื่อสารกับคนท้องถิ่น หากขาดอินเทอร์เน็ตไปอาจทำให้ทริปของคุณสะดุดได้
- eSIM: ปัจจุบันเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องถอดซิมเดิมออก เพียงแค่สแกน QR Code ก็ใช้งานได้ทันที (สำหรับมือถือรุ่นที่รองรับ)
- SIM Card: สำหรับใครที่ถนัดใช้ซิมการ์ดแบบเดิม สามารถหาซื้อล่วงหน้าจากไทยไปเปลี่ยนที่เครื่องได้เลย ซึ่งมักจะมีราคาประหยัดและสัญญาณเสถียร
- Pocket Wi-Fi: ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีหากคุณเดินทางไปเป็นกลุ่มหลายคนและต้องการแชร์สัญญาณร่วมกัน
7. การจัดทำแผนการเที่ยว

การวางแผนการเดินทางที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการไปญี่ปุ่น เพราะจะช่วยให้คุณบริหารจัดการเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเริ่มต้นจากการลิสต์สถานที่ที่อยากไป แล้วนำมาจัดลงในตารางท่องเที่ยวตามเส้นทางที่ใกล้กัน เพื่อลดเวลาในการเดินทาง
- ความยืดหยุ่น: แผนเที่ยวที่ดีไม่ควรแน่นจนเกินไป ควรเผื่อเวลาสำหรับการพักผ่อนหรือการหลงทางไว้บ้าง เพื่อให้ทริปไม่เหนื่อยจนเกินไป
- ตัวช่วยดิจิทัล: ปัจจุบันมีตัวช่วยในการจัดแผนเที่ยวมากมาย เช่น การปักหมุดสถานที่ใน Google Maps หรือการใช้แอปพลิเคชันจัดตารางเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้คุณเช็กเส้นทางและตารางเวลาเดินรถไฟได้แบบเรียลไทม์ ทำให้คุณเที่ยวได้ครบตามที่ใจต้องการ
8. เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับฤดูกาล

ประเทศญี่ปุ่นมีสภาพอากาศที่หลากหลายและแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการไปญี่ปุ่น เพราะจะช่วยให้คุณเดินเที่ยวได้อย่างคล่องตัวและไม่เจ็บป่วย โดยควรเช็กพยากรณ์อากาศล่วงหน้าก่อนจัดกระเป๋าเสมอ เพื่อให้การ เที่ยวญี่ปุ่น 2569 ของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด
- ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.): ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวที่กันลมได้ดี เสื้อลองจอน ถุงมือ หมวกไหมพรม และแผ่นแปะความร้อน เพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่อาจติดลบ
- ฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง (มี.ค. – พ.ค. / ก.ย. – พ.ย.): อากาศเย็นสบายกำลังดี แนะนำให้แต่งกายแบบเลเยอร์ (Layering) เช่น เสื้อยืดสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหรือคาดิแกน เผื่อถอดออกได้เมื่อเดินเยอะแล้วร้อน
- ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.): อากาศญี่ปุ่นช่วงนี้ร้อนชื้นคล้ายไทย ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี พกร่มกันแดด และครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว
9. แผนที่และแอปพลิเคชันสำหรับการเดินทาง

การเดินทางในญี่ปุ่นอาจดูซับซ้อนด้วยโครงข่ายรถไฟที่หนาแน่น แต่หากคุณรู้ว่า ไปญี่ปุ่นเตรียมอะไรบ้างในส่วนของแอปพลิเคชันมือถือ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปทันที! การดาวน์โหลดแอปฯ สำคัญไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางและคำนวณเวลาเดินทางได้อย่างแม่นยำ
- Google Maps: เครื่องมือหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับการเช็กเส้นทางเดินเท้าและรถไฟแบบเรียลไทม์
- Japan Transit Planner (Jorudan) / Navitime: แอปฯ ยอดฮิตที่คนไปญี่ปุ่นต้องมีติดเครื่อง เพราะให้ข้อมูลละเอียดถึงขั้นบอกเลขชานชาลา (Platform) และตำแหน่งตู้รถไฟที่ใกล้ทางออกที่สุด
- Google Translate & Google Lens: ใช้สำหรับแปลป้ายบอกทางหรือเมนูอาหารภาษาญี่ปุ่นได้ทันทีเพียงแค่ใช้กล้องสแกน
- แอปฯ เช็กพยากรณ์อากาศ: เช่น AccuWeather หรือแอปฯ เฉพาะกิจอย่าง Sakura Navi (สำหรับผู้ที่ไปดูซากุระปี 2569) เพื่อวางแผนการแต่งกายในแต่ละวันให้เหมาะสมค่ะ
10. ประกันการเดินทาง

การซื้อ ประกันการเดินทาง เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่ไม่ควรมองข้ามในการวางแผนไปญี่ปุ่น เพราะอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน เที่ยวบินดีเลย์ หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การมีประกันจะช่วยให้คุณอุ่นใจและไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่าค่อนข้างแพง
- ครอบคลุมทุกความเสี่ยง: ควรเลือกแผนประกันที่คุ้มครองทั้งเรื่องสุขภาพและทรัพย์สิน รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
- เช็กเงื่อนไข: ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมกิจกรรมที่คุณวางแผนจะทำ เช่น การเล่นสกี หรือกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่างๆ
ก่อนออกเดินทางไปญี่ปุ่น การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความกังวลและทำให้ทริปของคุณสนุกได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับใครที่งานยุ่ง ไม่สะดวก หรือไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งเช็กลิสต์ทุกอย่างด้วยตัวเอง การเลือกไปเที่ยวกับทัวร์ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุดค่ะ เพราะเพียงแค่มีพาสปอร์ตเล่มเดียว ยักษ์ทัวร์ก็พร้อมดูแลจัดการส่วนที่เหลือให้คุณทั้งหมด!
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
