Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวช่วงไหนสวยที่สุด? อัปเดตพิกัดไฮไลท์ห้ามพลาด

18 มิถุนายน 2569
YakTour Blog
จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวช่วงไหนสวยที่สุด? อัปเดตพิกัดไฮไลท์ห้ามพลาด

คำพูดที่ว่า “หากได้ลองมาชมภูเขา ลำธารที่จิ่วจ้ายโกว ก็ไม่ต้องไปชมที่ไหนอีกแล้ว” นั้นไม่เกินจริง เพราะความงดงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ย้อมหุบเขาเป็นเฉดแดง–ทองตัดกับน้ำสีมรกต ทำให้ที่นี่งดงามราวกับดินแดนสวรรค์ มรดกโลกระดับ 5A แห่งนี้เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ช่วงที่ฮอตที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง หลายคนจึงมักถามว่า จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหน สวยที่สุด วันนี้ยักษ์ทัวร์จะพาทุกท่านไปรู้จักจิ่วจ้ายโกวให้ลึกขึ้น ทั้งวิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และไฮไลท์ที่ห้ามพลาด รวมคำตอบทั้งหมดไว้ที่นี่แล้ว ตามไปดูกันเลย!


 

 

จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหนดีสุด

ช่วงที่ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี สวยที่สุดคือ ช่วงกลางตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิลดลงพอดี ทำให้ผืนป่าและใบไม้ทั่วทั้งหุบเขาเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง เหลืองแบบครบเฉด โดยในแต่ละสัปดาห์จะให้บรรยากาศและทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันไป ดังนี้

ตารางเปรียบเทียบไฮไลท์ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ในแต่ละสัปดาห์
 

ช่วงเวลา

ลักษณะสีสันของใบไม้

บรรยากาศและไฮไลท์ที่น่าสนใจ

ต้น - กลางตุลาคม

โทนเขียว เหลือง และส้ม

เริ่มเปลี่ยนสีบางส่วน ได้ภาพการไล่เฉดสีที่หลากหลาย เหมาะกับคนชอบความแปลกใหม่

ปลายตุลาคม (Peak)

สีแดงและสีทองเด่นชัดทั่วอุทยาน

ช่วงที่สวยที่สุด ภาพสะท้อนผิวน้ำงดงามตระการตาและสมบูรณ์แบบที่สุดในการถ่ายรูป

ต้นพฤศจิกายน

สีแดง ทอง สลับใบไม้ร่วง

ได้อารมณ์โรแมนติกแบบฤดูใบไม้ร่วงเต็มๆ และมีโอกาสลุ้นเจอ หิมะแรก ในพื้นที่สูง

 

หากถามว่า “จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหนดีที่สุด” คำตอบคือ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม คือช่วงที่สวยพีคที่สุดทั้งสีของใบไม้และน้ำใสประดุจกระจก เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายรูปและเดินเที่ยวชมธรรมชาติในอุทยาน

📌 ข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยว: เนื่องจากช่วงสัปดาห์สุดท้ายของตุลาคมเป็นช่วงพีคที่สุด จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาหนาแน่นมาก แนะนำให้วางแผนจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือเลือกเดินทางกับทัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อป้องกันตั๋วเต็มค่ะ


 

 

10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีจิ่วจ้ายโกวที่ห้ามพลาด!

1. ทะเลสาบ 5 สี (Five Flower Lake)
 

จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ทะเลสาบ 5 สี ทัศนียภาพน้ำใสสะท้อนเงาป่าเปลี่ยนสีแดงทอง

 

หากมาเที่ยวจีนที่จิ่วจ้ายโกว ที่นี่คือจุดเช็กอินอันดับหนึ่งที่ต้องมาเยือน! ทะเลสาบ 5 สี ได้ชื่อว่าเป็น "ดวงตาแห่งจิ่วจ้ายโกว" เพราะสีของน้ำจะงดงามแปลกตาและไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะตอนที่แดดส่องกระทบผิวน้ำ เราจะเห็นสีน้ำสะท้อนออกมาถึง 5 เฉดสี ทั้งเขียว ขาว เทา น้ำเงิน และม่วง ซึ่งสีเหล่านี้เกิดจากแร่ธาตุและสาหร่ายที่อยู่ใต้น้ำ แต่ที่พีคสุด ๆ คือช่วงจิ่วจ้ายโกวใบไม้เปลี่ยนสี ป่ารอบ ๆ ทะเลสาบจะกลายเป็นสีแดงกับสีทองอร่ามไปหมด แล้วภาพสะท้อนของใบไม้หลากสีพวกนี้ก็จะตกลงบนผิวน้ำใส ๆ อีกที ทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยเหมือนภาพวาดเลยทีเดียว


 

2. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoals Waterfall)
 

น้ำตกธารไข่มุก แผ่กว้างอลังการตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีส้มแดงและฉากหลังภูเขาหิมะ

 

มาต่อกันที่แลนด์มาร์กสำคัญอย่าง น้ำตกธารไข่มุก น้ำตกที่มีชื่อเสียงและมีความอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานจิ่วจ้ายโกว (และยังเป็นฉากหลังในซีรีส์ระดับตำนานอย่างไซอิ๋วด้วย) จุดเด่นของที่นี่คือสายน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินปูนที่แข็งตัวจนกลายเป็นรูปทรงคล้ายพัดยาวกว่า 310 เมตร ยิ่งตอนที่มีแสงแดดส่องลงมากระทบผิวน้ำ สายน้ำจะดูระยิบระยับเหมือนกับเส้นไข่มุก

สำหรับใครที่มา จิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แล้วแวะมาเช็กอินที่นี่ วิวจะสวยตาแตกมาก! รอบๆ น้ำตกจะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสันที่ตั้งสลับซับซ้อนตามผาหินที่ลดหลั่นตามชั้นของน้ำตก มอบภาพที่ยิ่งใหญ่และงดงามแปลกตาแบบหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว


 

3. ทะเลสาบยาว (Long Lake)
 

ทะเลสาบยาว ผืนน้ำสีฟ้าครามใสโอบล้อมด้วยแนวทิวเขาและต้นไม้ผลัดสีส้มเหลือง

 

หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานจิ่วจ้ายโกว คือ ทะเลสาบยาว ตัวทะเลสาบทอดตัวโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รองรับน้ำสีฟ้าครามใสที่ไหลมาจากหิมะบนภูเขาที่ละลายลงมา และถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยต้นสนซีดาร์และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์โดยรวมมีความงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดในนิยายจีนโบราณ เมื่อจิ่วจ้ายโกว เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของผืนน้ำสีฟ้าสดที่ตัดกับแถบสีแดง ส้ม เหลือง ของต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมภูเขายาวเหยียด ภาพความอลังการของสีสันธรรมชาติที่สลับซับซ้อนนี้ทำให้ทะเลสาบยาวเป็นจุดที่มีวิวสวยงามน่าถ่ายรูปอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด


 

4. ทะเลสาบแรด (Rhino Lake)
 

ทะเลสาบแรด ผิวน้ำนิ่งสนิทราวกับกระจกเงาสะท้อนภาพภูเขาและป่าไม้สีทองสมบูรณ์แบบ

 

อีกหนึ่งจุดที่ไม่อยากให้พลาด คือ ทะเลสาบแรด ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอุทยาน รองจากทะเลสาบยาว และมีชื่อเสียงในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงามเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจที่สุดคือ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี เมื่อผืนป่ารอบทะเลสาบถูกย้อมด้วยสีส้ม สีแดง และสีเหลืองอย่างพร้อมเพรียง ความพิเศษของทะเลสาบแรดคือ ผิวน้ำที่นิ่งสงบราวกับแผ่นกระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเงาของต้นไม้หลากสีบนผืนน้ำได้อย่างคมชัดและสมบูรณ์แบบที่สุด


 

5. ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake)
 

ทะเลสาบนกยูง น้ำใสสีฟ้าคริสตัลเห็นท่อนไม้ใต้น้ำพร้อมทางเดินไม้ชมวิวป่าสีทอง

 

เช็กอินกันต่อที่ ทะเลสาบนกยูง โดดเด่นด้วยรูปร่างที่คล้ายกับนกยูงรำแพนหาง อันเป็นที่มาของชื่อเรียกนั่นเองค่ะ สีของน้ำในทะเลสาบนั้นเป็นสีฟ้าครามไล่เฉดไปจนถึงน้ำเงินเข้มตามความลึก และยังคงความใสราวกับคริสตัลที่ส่องประกายอีกด้วย ที่นี่จะสวยงามมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้สีทอง สีแดง และสีส้มจากต้นไม้โดยรอบร่วงหล่นลงบนผืนน้ำใส จะเกิดเป็นลวดลายที่แผ่กระจายออกไปบนผิวน้ำ คล้ายกับภาพวาดของ นกยูงกำลังรำแพนหาง ที่แต่งแต้มด้วยสีสันอันจัดจ้านตามธรรมชาติ หากใครได้มาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อย่าลืมแวะมาชมทัศนียภาพของทะเลสาบแห่งนี้กันด้วยนะคะ


 

6. ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake)
 

นักท่องเที่ยวผู้หญิงยืนชมวิวที่ทะเลสาบกระจก สะท้อนเงาแนวเขาป่าเปลี่ยนสีเหลืองทองอร่าม

 

เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี กันต่อที่ ทะเลสาบกระจก ในช่วงเวลาที่อากาศสงบและผิวน้ำนิ่งสนิท ทะเลสาบแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็น กระจกเงาบานยักษ์ สะท้อนภาพทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงภูเขาสูงใหญ่และผืนป่าที่ถูกแต่งแต้มสีสันสวยงาม จะสะท้อนลงบนผิวน้ำสีครามใส สวยงามตระการตาสุด ๆ การมาเยือนทะเลสาบกระจกในช่วงนี้จึงมอบประสบการณ์การชมวิวที่น่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยานเลยค่ะ


 

7.น้ำตก Arrow Bamboo (Arrow Bamboo Waterfall)
 

น้ำตก Arrow Bamboo สายน้ำไหลลดหลั่นเป็นชั้นหินอย่างอ่อนโยนผ่านป่าไผ่สีเหลืองทอง

 

อีกหนึ่งความสวยงามที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานจิ่วจ้ายโกว น้ำตก Arrow Bamboo น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเรียกตามลักษณะของพืชพรรณโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วย ป่าไผ่ลูกศร ที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โดยสายน้ำที่ไหลลงมาจากทะเลสาบ Arrow Bamboo Lake จะลดหลั่นเป็นชั้นหินอย่างอ่อนโยน ก่อให้เกิดเป็นฉากน้ำตกที่ไม่สูงชันแต่มีความกว้างและความใสบริสุทธิ์ ในช่วงที่ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี น้ำตกแห่งนี้จะมีความงดงามเป็นพิเศษ เนื่องจากป่าโดยรอบจะเปลี่ยนเป็น สีเหลืองทองอร่าม ตัดกันอย่างลงตัวกับสีน้ำที่ใสราวกับคริสตัล การได้ชมความงามของสายน้ำที่ไหลผ่านป่าไผ่สีทองในฤดูใบไม้ร่วงนี้ จึงมอบความรู้สึกที่สงบเงียบและแตกต่างจากจุดชมวิวอื่น ๆ ในหุบเขาเลยล่ะค่ะ


 

8. ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake)
 

ทะเลสาบแพนด้า วิวผืนน้ำกว้างสีครามใสสลับเขียวมรกตตัดกับภูเขาผลัดสีส้มเข้ม

 

มาต่อกันที่ ทะเลสาบแพนด้า เป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยตำนานเล่าขานว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำที่หมีแพนด้าป่ามักจะลงมาดื่มน้ำและหาอาหารริมทะเลสาบ แม้ในปัจจุบันหมีแพนด้าจะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนบ่อยนัก แต่ความงามของทะเลสาบแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าประทับใจ ทะเลสาบแพนด้ามีความลึกเฉลี่ยถึง 14 เมตร ผิวน้ำมีสีเขียวและน้ำเงินสลับกัน และมีความใสมากจนสามารถมองเห็นท่อนไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำได้อย่างชัดเจน ช่วง จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ป่าสนโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ตัดกับแนวต้นไม้ผลัดใบที่เป็นสีแดงและสีส้มเข้ม สะท้อนลงบนผืนน้ำสีครามใส กลายเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่งดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งในหุบเขาเลยค่ะ


 

9. หมู่บ้านซูเจิ้ง (Shuzheng Village)
 

หมู่บ้านซูเจิ้ง อาคารเรือนไม้สไตล์ทิเบตดั้งเดิมตั้งเรียงรายท่ามกลางหุบเขาและป่าเปลี่ยนสี

 

หมู่บ้านซูเจิ้ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดชมวิวธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น หมู่บ้านทิเบตดั้งเดิมขนาดใหญ่ที่สุด ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตอุทยานจิ่วจ้ายโกว การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสทั้งความงามของทิวทัศน์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวทิเบตไปพร้อม ๆ กัน เมื่อเข้าสู่ช่วง จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ภาพของบ้านเรือนสไตล์ทิเบตที่มีสีสันสดใส และเจดีย์ทิเบตที่ตั้งเรียงราย จะมีฉากหลังเป็นภูเขาที่ถูกย้อมไปด้วยเฉดสีแดง สีส้ม และสีทองอร่ามอย่างสมบูรณ์แบบ ทัศนียภาพของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเปลี่ยนสีตัดกับท้องฟ้าสีคราม และใกล้กับทะเลสาบซูเจิ้ง (Shuzheng Lake) นั้น งดงามและน่าประทับใจราวกับโปสการ์ด การถ่ายภาพที่จุดนี้จึงเป็นการผสมผสานความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัวที่สุด


 

10. ทะเลสาบซูเจิ้ง (Shuzheng Lake)
 

กลุ่มทะเลสาบซูเจิ้ง สายน้ำสีฟ้าครามไหลผ่านแนวต้นไม้กลางน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม

 

ปิดทริปเที่ยว จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ ทะเลสาบซูเจิ้ง ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านซูเจิ้งที่เพิ่งกล่าวถึงไป ทะเลสาบแห่งนี้มีความพิเศษคือเป็นกลุ่มทะเลสาบที่ถูกคั่นด้วยแนวต้นไม้ที่เติบโตอยู่กลางน้ำ ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพของผืนน้ำสีฟ้าครามที่ลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ราวกับขั้นบันได และมีต้นไม้ขึ้นเป็นแนวแบ่งแยกอย่างชัดเจน ช่วงฤดูใบไม้ร่วงทะเลสาบซูเจิ้งสวยงามจับตา เมื่อผืนป่าโดยรอบและต้นไม้ที่ขึ้นอยู่กลางน้ำพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามและสีแดงสด รวมถึงการได้เห็นเจดีย์ทิเบตอยู่ไกล ๆ เป็นฉากหลัง ทำให้ทะเลสาบซูเจิ้งเป็นอีกจุดที่มอบความรู้สึกสงบและงดงามในแบบที่ผสมผสานธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ได้อย่างลงตัว
 

 

 

การเดินทางไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว อัปเดตล่าสุด

เมื่อได้วันเดินทางที่แน่นอนสำหรับการไปชมความงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี แล้ว มาวางแผนการเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวให้ราบรื่นที่สุดกันค่ะ

เริ่มต้นด้วยการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ซึ่งสามารถเลือกบินไปลงได้ทั้ง สนามบินนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่ (TFU) หรือ สนามบินนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว (CTU) จากนั้นคุณสามารถเลือกเดินทางต่อไปยังจิ่วจ้ายโกวได้ 3 วิธีหลักๆ ดังนี้ค่ะ

1. เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (วิธีที่นิยมและสะดวกที่สุด)

ปัจจุบันการเดินทางไปจิ่วจ้ายโกวง่ายและประหยัดเวลาขึ้นมาก ด้วยการนั่ง รถไฟความเร็วสูง จากสถานีรถไฟในเมืองเฉิงตู (เช่น สถานี East หรือ South) ยิงตรงไปลงที่ สถานีหวงหลงจิ่วไจ้ (Huanglongjiuzhai Railway Station) ใช้เวลาเพียงประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นสามารถต่อรถบัสท่องเที่ยว (Airport/Railway Bus) หรือรถแท็กซี่ตรงเข้าสู่อุทยานจิ่วจ้ายโกวได้เลย เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้ในปัจจุบันค่ะ

2. เดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศ (บินต่อสลับรถ)

สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว สามารถเลือกบินภายในประเทศจากเฉิงตู ไปลงยัง ท่าอากาศยานนานาชาติหวงหลง (Jiuzhai Huanglong Airport) จากนั้นใช้บริการรถบัสรับส่งสนามบิน (Zhuna Airport Bus) หรือเหมาแท็กซี่ตรงไปยังหน้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว โดยใช้เวลาเดินทางต่อบนรถอีกประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง (หากเดินทางกันหลายคน การหารค่าแท็กซี่จะช่วยประหยัดและสะดวกกว่านะคะ)

3. เดินทางกับบริษัททัวร์ (สะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุด)

อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้บริการบริษัททัวร์ ที่มีให้บริการทัวร์จีน ทัวร์จิ่วจ้ายโกว เพราะทางบริษัทจะมีรถมารับที่สนามบินเลย พานั่งรถบัสเที่ยวตลอดทริป สะดวกและง่ายมากๆ ไม่ต้องแย่งรถกับนักเดินทางในประเทศและชาวต่างชาติที่ไปในช่วงเวลาเดียวกัน ที่สำคัญ ประหยัดงบ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารและวางแผนการเที่ยวเลยค่ะ เพราะทางบริษัทจัดการให้หมดเลยค่ะ

 

 


❓คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี                                            

Q: เที่ยวจิ่วจ้ายโกวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องเตรียมเสื้อผ้าอย่างไร?

A: ช่วงปลายเดือนตุลาคม อุณหภูมิในอุทยานจะค่อนข้างเย็นจัด อยู่ที่ประมาณ 5°C ถึง 15°C และอาจลดต่ำลงกว่านี้ได้อีกในตอนกลางคืนหรือพื้นที่สูง แนะนำให้จัดเต็มชุดกันหนาว เสื้อโค้ตกันลม ลองจอน ถุงมือ ถุงเท้าหนาๆ และที่สำคัญคือ รองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย เพราะในอุทยานต้องเดินชมธรรมชาติตลอดทั้งวันค่ะ

Q: ไปจิ่วจ้ายโกวช่วงพีค (ปลายตุลาคม) ต้องจองล่วงหน้านานแค่ไหน?

A: แนะนำให้วางแผนและจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน ค่ะ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่นที่สวยที่สุด ทั้งตั๋วรถไฟความเร็วสูง ที่พัก และตั๋วเข้าอุทยาน (ซึ่งจำกัดจำนวนคนเข้าต่อวัน) จะเต็มไวมาก การเลือกไปกับทัวร์จะช่วยการันตีตั๋วเข้าชมได้ชัวร์ที่สุดค่ะ

Q: เที่ยวจิ่วจ้ายโกว มีปัญหาเรื่องอาการแพ้ความสูง (AMS) ไหม?

A: พื้นที่ในอุทยานจิ่วจ้ายโกวอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 - 3,100 เมตร ซึ่งบางคนอาจมีอาการมึนหัวหรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ แนะนำให้เดินช้าๆ ไม่วิ่ง ดื่มน้ำเยอะๆ และสามารถพกถังออกซิเจนพกพา (หาซื้อได้ง่ายที่จีน) ติดตัวไว้ระหว่างเดินเที่ยวเพื่อความอุ่นใจได้ค่ะ

 

 


หลังจากที่ได้ทำความรู้จักและดื่มด่ำกับความสวยงามตระการตาของอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ซึ่งได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งเทพนิยาย” แล้ว ความงดงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เราได้นำเสนอไปนั้น ยืนยันเลยค่ะว่านี่คือประสบการณ์ชีวิตที่คุณต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้ง! หากคุณกำลังวางแผนเดินทาง และสงสัยว่าจิ่วจ้ายโกวช่วงไหนสวยที่สุด ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางได้เป็นอย่างดีแน่นอนค่ะ

สำหรับใครที่สนใจอยากไปชมความมหัศจรรย์ของจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แบบสบายๆ ประหยัดงบ และไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารหรือวางแผนการเดินทางเอง แนะนำให้ไปกับ Yaktour (ยักษ์ทัวร์) ได้เลยนะคะ เพราะเราพร้อมดูแลและจัดการให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มวางแผนทริปไปจนถึงเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัยเลยค่ะ สามารถลองเลือกดู โปรแกรมทัวร์จีนเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ของเรากันก่อนได้เลยนะคะ มีโปรแกรมดีๆ ให้เลือกเยอะแยะมากมายเลยค่ะ!

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved