จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวช่วงไหนสวยที่สุด? อัปเดตพิกัดไฮไลท์ห้ามพลาด

คำพูดที่ว่า “หากได้ลองมาชมภูเขา ลำธารที่จิ่วจ้ายโกว ก็ไม่ต้องไปชมที่ไหนอีกแล้ว” นั้นไม่เกินจริง เพราะความงดงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ย้อมหุบเขาเป็นเฉดแดง–ทองตัดกับน้ำสีมรกต ทำให้ที่นี่งดงามราวกับดินแดนสวรรค์ มรดกโลกระดับ 5A แห่งนี้เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ช่วงที่ฮอตที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง หลายคนจึงมักถามว่า จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหน สวยที่สุด วันนี้ยักษ์ทัวร์จะพาทุกท่านไปรู้จักจิ่วจ้ายโกวให้ลึกขึ้น ทั้งวิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และไฮไลท์ที่ห้ามพลาด รวมคำตอบทั้งหมดไว้ที่นี่แล้ว ตามไปดูกันเลย!
จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหนดีสุด
ช่วงที่ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี สวยที่สุดคือ ช่วงกลางตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิลดลงพอดี ทำให้ผืนป่าและใบไม้ทั่วทั้งหุบเขาเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง เหลืองแบบครบเฉด โดยในแต่ละสัปดาห์จะให้บรรยากาศและทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันไป ดังนี้
ตารางเปรียบเทียบไฮไลท์ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ในแต่ละสัปดาห์
หากถามว่า “จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหนดีที่สุด” คำตอบคือ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม คือช่วงที่สวยพีคที่สุดทั้งสีของใบไม้และน้ำใสประดุจกระจก เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายรูปและเดินเที่ยวชมธรรมชาติในอุทยาน
📌 ข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยว: เนื่องจากช่วงสัปดาห์สุดท้ายของตุลาคมเป็นช่วงพีคที่สุด จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาหนาแน่นมาก แนะนำให้วางแผนจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือเลือกเดินทางกับทัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อป้องกันตั๋วเต็มค่ะ
10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีจิ่วจ้ายโกวที่ห้ามพลาด!
1. ทะเลสาบ 5 สี (Five Flower Lake)

หากมาเที่ยวจีนที่จิ่วจ้ายโกว ที่นี่คือจุดเช็กอินอันดับหนึ่งที่ต้องมาเยือน! ทะเลสาบ 5 สี ได้ชื่อว่าเป็น "ดวงตาแห่งจิ่วจ้ายโกว" เพราะสีของน้ำจะงดงามแปลกตาและไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะตอนที่แดดส่องกระทบผิวน้ำ เราจะเห็นสีน้ำสะท้อนออกมาถึง 5 เฉดสี ทั้งเขียว ขาว เทา น้ำเงิน และม่วง ซึ่งสีเหล่านี้เกิดจากแร่ธาตุและสาหร่ายที่อยู่ใต้น้ำ แต่ที่พีคสุด ๆ คือช่วงจิ่วจ้ายโกวใบไม้เปลี่ยนสี ป่ารอบ ๆ ทะเลสาบจะกลายเป็นสีแดงกับสีทองอร่ามไปหมด แล้วภาพสะท้อนของใบไม้หลากสีพวกนี้ก็จะตกลงบนผิวน้ำใส ๆ อีกที ทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยเหมือนภาพวาดเลยทีเดียว
2. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoals Waterfall)

มาต่อกันที่แลนด์มาร์กสำคัญอย่าง น้ำตกธารไข่มุก น้ำตกที่มีชื่อเสียงและมีความอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานจิ่วจ้ายโกว (และยังเป็นฉากหลังในซีรีส์ระดับตำนานอย่างไซอิ๋วด้วย) จุดเด่นของที่นี่คือสายน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินปูนที่แข็งตัวจนกลายเป็นรูปทรงคล้ายพัดยาวกว่า 310 เมตร ยิ่งตอนที่มีแสงแดดส่องลงมากระทบผิวน้ำ สายน้ำจะดูระยิบระยับเหมือนกับเส้นไข่มุก
สำหรับใครที่มา จิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แล้วแวะมาเช็กอินที่นี่ วิวจะสวยตาแตกมาก! รอบๆ น้ำตกจะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสันที่ตั้งสลับซับซ้อนตามผาหินที่ลดหลั่นตามชั้นของน้ำตก มอบภาพที่ยิ่งใหญ่และงดงามแปลกตาแบบหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
3. ทะเลสาบยาว (Long Lake)

หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานจิ่วจ้ายโกว คือ ทะเลสาบยาว ตัวทะเลสาบทอดตัวโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รองรับน้ำสีฟ้าครามใสที่ไหลมาจากหิมะบนภูเขาที่ละลายลงมา และถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยต้นสนซีดาร์และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์โดยรวมมีความงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดในนิยายจีนโบราณ เมื่อจิ่วจ้ายโกว เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของผืนน้ำสีฟ้าสดที่ตัดกับแถบสีแดง ส้ม เหลือง ของต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมภูเขายาวเหยียด ภาพความอลังการของสีสันธรรมชาติที่สลับซับซ้อนนี้ทำให้ทะเลสาบยาวเป็นจุดที่มีวิวสวยงามน่าถ่ายรูปอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด
4. ทะเลสาบแรด (Rhino Lake)

อีกหนึ่งจุดที่ไม่อยากให้พลาด คือ ทะเลสาบแรด ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอุทยาน รองจากทะเลสาบยาว และมีชื่อเสียงในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงามเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจที่สุดคือ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี เมื่อผืนป่ารอบทะเลสาบถูกย้อมด้วยสีส้ม สีแดง และสีเหลืองอย่างพร้อมเพรียง ความพิเศษของทะเลสาบแรดคือ ผิวน้ำที่นิ่งสงบราวกับแผ่นกระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเงาของต้นไม้หลากสีบนผืนน้ำได้อย่างคมชัดและสมบูรณ์แบบที่สุด
5. ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake)

เช็กอินกันต่อที่ ทะเลสาบนกยูง โดดเด่นด้วยรูปร่างที่คล้ายกับนกยูงรำแพนหาง อันเป็นที่มาของชื่อเรียกนั่นเองค่ะ สีของน้ำในทะเลสาบนั้นเป็นสีฟ้าครามไล่เฉดไปจนถึงน้ำเงินเข้มตามความลึก และยังคงความใสราวกับคริสตัลที่ส่องประกายอีกด้วย ที่นี่จะสวยงามมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้สีทอง สีแดง และสีส้มจากต้นไม้โดยรอบร่วงหล่นลงบนผืนน้ำใส จะเกิดเป็นลวดลายที่แผ่กระจายออกไปบนผิวน้ำ คล้ายกับภาพวาดของ นกยูงกำลังรำแพนหาง ที่แต่งแต้มด้วยสีสันอันจัดจ้านตามธรรมชาติ หากใครได้มาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อย่าลืมแวะมาชมทัศนียภาพของทะเลสาบแห่งนี้กันด้วยนะคะ
6. ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake)

เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี กันต่อที่ ทะเลสาบกระจก ในช่วงเวลาที่อากาศสงบและผิวน้ำนิ่งสนิท ทะเลสาบแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็น กระจกเงาบานยักษ์ สะท้อนภาพทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงภูเขาสูงใหญ่และผืนป่าที่ถูกแต่งแต้มสีสันสวยงาม จะสะท้อนลงบนผิวน้ำสีครามใส สวยงามตระการตาสุด ๆ การมาเยือนทะเลสาบกระจกในช่วงนี้จึงมอบประสบการณ์การชมวิวที่น่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยานเลยค่ะ
7.น้ำตก Arrow Bamboo (Arrow Bamboo Waterfall)

อีกหนึ่งความสวยงามที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานจิ่วจ้ายโกว น้ำตก Arrow Bamboo น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเรียกตามลักษณะของพืชพรรณโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วย ป่าไผ่ลูกศร ที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โดยสายน้ำที่ไหลลงมาจากทะเลสาบ Arrow Bamboo Lake จะลดหลั่นเป็นชั้นหินอย่างอ่อนโยน ก่อให้เกิดเป็นฉากน้ำตกที่ไม่สูงชันแต่มีความกว้างและความใสบริสุทธิ์ ในช่วงที่ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี น้ำตกแห่งนี้จะมีความงดงามเป็นพิเศษ เนื่องจากป่าโดยรอบจะเปลี่ยนเป็น สีเหลืองทองอร่าม ตัดกันอย่างลงตัวกับสีน้ำที่ใสราวกับคริสตัล การได้ชมความงามของสายน้ำที่ไหลผ่านป่าไผ่สีทองในฤดูใบไม้ร่วงนี้ จึงมอบความรู้สึกที่สงบเงียบและแตกต่างจากจุดชมวิวอื่น ๆ ในหุบเขาเลยล่ะค่ะ
8. ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake)

มาต่อกันที่ ทะเลสาบแพนด้า เป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยตำนานเล่าขานว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำที่หมีแพนด้าป่ามักจะลงมาดื่มน้ำและหาอาหารริมทะเลสาบ แม้ในปัจจุบันหมีแพนด้าจะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนบ่อยนัก แต่ความงามของทะเลสาบแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าประทับใจ ทะเลสาบแพนด้ามีความลึกเฉลี่ยถึง 14 เมตร ผิวน้ำมีสีเขียวและน้ำเงินสลับกัน และมีความใสมากจนสามารถมองเห็นท่อนไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำได้อย่างชัดเจน ช่วง จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ป่าสนโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ตัดกับแนวต้นไม้ผลัดใบที่เป็นสีแดงและสีส้มเข้ม สะท้อนลงบนผืนน้ำสีครามใส กลายเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่งดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งในหุบเขาเลยค่ะ
9. หมู่บ้านซูเจิ้ง (Shuzheng Village)

หมู่บ้านซูเจิ้ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดชมวิวธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น หมู่บ้านทิเบตดั้งเดิมขนาดใหญ่ที่สุด ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตอุทยานจิ่วจ้ายโกว การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสทั้งความงามของทิวทัศน์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวทิเบตไปพร้อม ๆ กัน เมื่อเข้าสู่ช่วง จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ภาพของบ้านเรือนสไตล์ทิเบตที่มีสีสันสดใส และเจดีย์ทิเบตที่ตั้งเรียงราย จะมีฉากหลังเป็นภูเขาที่ถูกย้อมไปด้วยเฉดสีแดง สีส้ม และสีทองอร่ามอย่างสมบูรณ์แบบ ทัศนียภาพของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเปลี่ยนสีตัดกับท้องฟ้าสีคราม และใกล้กับทะเลสาบซูเจิ้ง (Shuzheng Lake) นั้น งดงามและน่าประทับใจราวกับโปสการ์ด การถ่ายภาพที่จุดนี้จึงเป็นการผสมผสานความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัวที่สุด
10. ทะเลสาบซูเจิ้ง (Shuzheng Lake)

ปิดทริปเที่ยว จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ ทะเลสาบซูเจิ้ง ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านซูเจิ้งที่เพิ่งกล่าวถึงไป ทะเลสาบแห่งนี้มีความพิเศษคือเป็นกลุ่มทะเลสาบที่ถูกคั่นด้วยแนวต้นไม้ที่เติบโตอยู่กลางน้ำ ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพของผืนน้ำสีฟ้าครามที่ลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ราวกับขั้นบันได และมีต้นไม้ขึ้นเป็นแนวแบ่งแยกอย่างชัดเจน ช่วงฤดูใบไม้ร่วงทะเลสาบซูเจิ้งสวยงามจับตา เมื่อผืนป่าโดยรอบและต้นไม้ที่ขึ้นอยู่กลางน้ำพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามและสีแดงสด รวมถึงการได้เห็นเจดีย์ทิเบตอยู่ไกล ๆ เป็นฉากหลัง ทำให้ทะเลสาบซูเจิ้งเป็นอีกจุดที่มอบความรู้สึกสงบและงดงามในแบบที่ผสมผสานธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ได้อย่างลงตัว
การเดินทางไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว อัปเดตล่าสุด
เมื่อได้วันเดินทางที่แน่นอนสำหรับการไปชมความงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี แล้ว มาวางแผนการเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวให้ราบรื่นที่สุดกันค่ะ
เริ่มต้นด้วยการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ซึ่งสามารถเลือกบินไปลงได้ทั้ง สนามบินนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่ (TFU) หรือ สนามบินนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว (CTU) จากนั้นคุณสามารถเลือกเดินทางต่อไปยังจิ่วจ้ายโกวได้ 3 วิธีหลักๆ ดังนี้ค่ะ
1. เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (วิธีที่นิยมและสะดวกที่สุด)
ปัจจุบันการเดินทางไปจิ่วจ้ายโกวง่ายและประหยัดเวลาขึ้นมาก ด้วยการนั่ง รถไฟความเร็วสูง จากสถานีรถไฟในเมืองเฉิงตู (เช่น สถานี East หรือ South) ยิงตรงไปลงที่ สถานีหวงหลงจิ่วไจ้ (Huanglongjiuzhai Railway Station) ใช้เวลาเพียงประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นสามารถต่อรถบัสท่องเที่ยว (Airport/Railway Bus) หรือรถแท็กซี่ตรงเข้าสู่อุทยานจิ่วจ้ายโกวได้เลย เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้ในปัจจุบันค่ะ
2. เดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศ (บินต่อสลับรถ)
สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว สามารถเลือกบินภายในประเทศจากเฉิงตู ไปลงยัง ท่าอากาศยานนานาชาติหวงหลง (Jiuzhai Huanglong Airport) จากนั้นใช้บริการรถบัสรับส่งสนามบิน (Zhuna Airport Bus) หรือเหมาแท็กซี่ตรงไปยังหน้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว โดยใช้เวลาเดินทางต่อบนรถอีกประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง (หากเดินทางกันหลายคน การหารค่าแท็กซี่จะช่วยประหยัดและสะดวกกว่านะคะ)
3. เดินทางกับบริษัททัวร์ (สะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุด)
อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้บริการบริษัททัวร์ ที่มีให้บริการทัวร์จีน ทัวร์จิ่วจ้ายโกว เพราะทางบริษัทจะมีรถมารับที่สนามบินเลย พานั่งรถบัสเที่ยวตลอดทริป สะดวกและง่ายมากๆ ไม่ต้องแย่งรถกับนักเดินทางในประเทศและชาวต่างชาติที่ไปในช่วงเวลาเดียวกัน ที่สำคัญ ประหยัดงบ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารและวางแผนการเที่ยวเลยค่ะ เพราะทางบริษัทจัดการให้หมดเลยค่ะ
❓คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี
Q: เที่ยวจิ่วจ้ายโกวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องเตรียมเสื้อผ้าอย่างไร?
A: ช่วงปลายเดือนตุลาคม อุณหภูมิในอุทยานจะค่อนข้างเย็นจัด อยู่ที่ประมาณ 5°C ถึง 15°C และอาจลดต่ำลงกว่านี้ได้อีกในตอนกลางคืนหรือพื้นที่สูง แนะนำให้จัดเต็มชุดกันหนาว เสื้อโค้ตกันลม ลองจอน ถุงมือ ถุงเท้าหนาๆ และที่สำคัญคือ รองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย เพราะในอุทยานต้องเดินชมธรรมชาติตลอดทั้งวันค่ะ
Q: ไปจิ่วจ้ายโกวช่วงพีค (ปลายตุลาคม) ต้องจองล่วงหน้านานแค่ไหน?
A: แนะนำให้วางแผนและจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน ค่ะ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่นที่สวยที่สุด ทั้งตั๋วรถไฟความเร็วสูง ที่พัก และตั๋วเข้าอุทยาน (ซึ่งจำกัดจำนวนคนเข้าต่อวัน) จะเต็มไวมาก การเลือกไปกับทัวร์จะช่วยการันตีตั๋วเข้าชมได้ชัวร์ที่สุดค่ะ
Q: เที่ยวจิ่วจ้ายโกว มีปัญหาเรื่องอาการแพ้ความสูง (AMS) ไหม?
A: พื้นที่ในอุทยานจิ่วจ้ายโกวอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 - 3,100 เมตร ซึ่งบางคนอาจมีอาการมึนหัวหรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ แนะนำให้เดินช้าๆ ไม่วิ่ง ดื่มน้ำเยอะๆ และสามารถพกถังออกซิเจนพกพา (หาซื้อได้ง่ายที่จีน) ติดตัวไว้ระหว่างเดินเที่ยวเพื่อความอุ่นใจได้ค่ะ
หลังจากที่ได้ทำความรู้จักและดื่มด่ำกับความสวยงามตระการตาของอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ซึ่งได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งเทพนิยาย” แล้ว ความงดงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เราได้นำเสนอไปนั้น ยืนยันเลยค่ะว่านี่คือประสบการณ์ชีวิตที่คุณต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้ง! หากคุณกำลังวางแผนเดินทาง และสงสัยว่าจิ่วจ้ายโกวช่วงไหนสวยที่สุด ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางได้เป็นอย่างดีแน่นอนค่ะ
สำหรับใครที่สนใจอยากไปชมความมหัศจรรย์ของจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แบบสบายๆ ประหยัดงบ และไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารหรือวางแผนการเดินทางเอง แนะนำให้ไปกับ Yaktour (ยักษ์ทัวร์) ได้เลยนะคะ เพราะเราพร้อมดูแลและจัดการให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มวางแผนทริปไปจนถึงเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัยเลยค่ะ สามารถลองเลือกดู โปรแกรมทัวร์จีนเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ของเรากันก่อนได้เลยนะคะ มีโปรแกรมดีๆ ให้เลือกเยอะแยะมากมายเลยค่ะ!
