จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ชมสีสันธรรมชาติสุดตระการตาแห่งแดนมังกร

คำพูดที่ว่า “หากได้ลองมาชมภูเขา ลำธารที่จิ่วจ้ายโกว ก็ไม่ต้องไปชมที่ไหนอีกแล้ว” นั้นไม่เกินจริง เพราะความงดงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ย้อมหุบเขาเป็นเฉดแดง–ทองตัดกับน้ำสีมรกต ทำให้ที่นี่งดงามราวกับดินแดนสวรรค์ มรดกโลกระดับ 5A แห่งนี้เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ช่วงที่ฮอตที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง หลายคนจึงมักถามว่า จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหน สวยที่สุด วันนี้ยักษ์จะพาทุกท่านไปรู้จักจิ่วจ้ายโกวให้ลึกขึ้น ทั้งวิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และไฮไลท์ที่ห้ามพลาด รวมคำตอบทั้งหมดไว้ที่นี่แล้ว ตามไปดูกันเลย!
🍂 คู่มือเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี 2026
จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหนดีสุด?
ช่วงที่ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี สวยที่สุดคือ กลางตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิลดลงพอดี ทำให้ใบไม้ทั่วทั้งหุบเขาเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง เหลืองแบบครบเฉด แต่ละสัปดาห์ให้บรรยากาศแตกต่างกันไป ดังนี้
- ต้น - กลางตุลาคม :ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีบางส่วน ได้โทนเขียว เหลือง ส้ม ทำให้ได้ภาพการไล่เฉดสีที่หลากหลาย เหมาะกับคนที่อยากเห็นหลายเฉดสีในทริปเดียว
- ปลายตุลาคม ช่วงพีคที่สุด : สีแดงและสีทองจะเด่นชัดที่สุดทั่วทั้งอุทยาน เป็นช่วงที่ภาพสะท้อนในน้ำจะงดงามตระการตาที่สุด
- ต้นพฤศจิกายน : ยังสวยมาก แต่บางพื้นที่เริ่มมีใบไม้ร่วงบ้าง ทำให้ได้อารมณ์โรแมนติกแบบฤดูใบไม้ร่วงเต็มๆ และมีโอกาสที่จะได้เห็นหิมะแรกตกในพื้นที่สูง
หากถามว่า “จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหนดีสุด” คำตอบคือ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม คือช่วงที่สวยพีคที่สุดทั้งสีของใบไม้และน้ำใสประดุจกระจก เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายรูปและเดินเที่ยวทุกเส้นทางในอุทยาน แต่ควรเตรียมตัวเรื่องการจองล่วงหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด
10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีจิ่วจ้ายโกวที่ห้ามพลาด!
1. ทะเลสาบ 5 สี (Five Flower Lake)

หากมาเที่ยวจีนที่จิ่วจ้ายโกว ที่นี่คือจุดเช็กอินอันดับหนึ่งที่ต้องมาเยือน! ทะเลสาบ 5 สี ได้ชื่อว่าเป็น "ดวงตาแห่งจิ่วจ้ายโกว" เพราะสีของน้ำจะงดงามแปลกตาและไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะตอนที่แดดส่องกระทบผิวน้ำ เราจะเห็นสีน้ำสะท้อนออกมาถึง 5 เฉดสี ทั้งเขียว ขาว เทา น้ำเงิน และม่วง ซึ่งสีเหล่านี้เกิดจากแร่ธาตุและสาหร่ายที่อยู่ใต้น้ำ แต่ที่พีคสุด ๆ คือช่วงจิ่วจ้ายโกวใบไม้เปลี่ยนสี ป่ารอบ ๆ ทะเลสาบจะกลายเป็นสีแดงกับสีทองอร่ามไปหมด แล้วภาพสะท้อนของใบไม้หลากสีพวกนี้ก็จะตกลงบนผิวน้ำใส ๆ อีกที ทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยเหมือนภาพวาดเลยทีเดียว
2. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoals Waterfall)

มาต่อกันที่แลนด์มาร์กสำคัญอย่าง น้ำตกธารไข่มุก หรือที่เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกนู่รือหลาง น้ำตกนี้ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดของอุทยานจิ่วจ้ายโกว จุดเด่นของที่นี่คือมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตกที่ไหลลงมาตรง ๆ แต่สายน้ำจะไหลผ่านชั้นหินปูนที่แข็งตัวจนกลายเป็นรูปทรงคล้ายพัดยาวกว่า 310 เมตร ยิ่งตอนที่มีแสงแดดส่องลงมากระทบผิวน้ำ สายน้ำจะดูระยิบระยับเหมือนกับ เส้นไข่มุก สำหรับใครที่มา จิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แล้วแวะมาเช็กอินที่นี่ บอกเลยว่าวิวสวยตาแตกมาก! รอบๆ น้ำตกจะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสัน ที่ตั้งสลับซับซ้อนตามโขดหินและผาหินที่ลดหลั่นตามชั้นของน้ำตก ทำให้ได้ภาพน้ำตกที่ดูยิ่งใหญ่ อลังการ และสวยงามแปลกตาแบบหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
3. ทะเลสาบยาว (Long Lake)

หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานจิ่วจ้ายโกว คือ ทะเลสาบยาว ตัวทะเลสาบทอดตัวโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รองรับน้ำสีฟ้าครามใสที่ไหลมาจากหิมะบนภูเขาที่ละลายลงมา และถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยต้นสนซีดาร์และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์โดยรวมมีความงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดในนิยายจีนโบราณ เมื่อจิ่วจ้ายโกว เข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของผืนน้ำสีฟ้าสดที่ตัดกับแถบสีแดง ส้ม เหลือง ของต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมภูเขายาวเหยียด ภาพความอลังการของสีสันธรรมชาติที่สลับซับซ้อนนี้ทำให้ทะเลสาบยาวเป็นจุดที่มีวิวสวยงามน่าถ่ายรูปอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด
4. ทะเลสาบแรด (Rhino Lake)

อีกหนึ่งจุดที่ไม่อยากให้พลาด คือ ทะเลสาบแรด ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอุทยาน รองจากทะเลสาบยาว และมีชื่อเสียงในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงามเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจที่สุดคือ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี เมื่อผืนป่ารอบทะเลสาบถูกย้อมด้วยสีส้ม สีแดง และสีเหลืองอย่างพร้อมเพรียง ความพิเศษของทะเลสาบแรดคือ ผิวน้ำที่นิ่งสงบราวกับแผ่นกระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเงาของต้นไม้หลากสีบนผืนน้ำได้อย่างคมชัดและสมบูรณ์แบบที่สุด
5. ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake)

เช็กอินกันต่อที่ ทะเลสาบนกยูง โดดเด่นด้วยรูปร่างที่คล้ายกับนกยูงรำแพนหาง อันเป็นที่มาของชื่อเรียกนั่นเองค่ะ สีของน้ำในทะเลสาบนั้นเป็นสีฟ้าครามไล่เฉดไปจนถึงน้ำเงินเข้มตามความลึก และยังคงความใสราวกับคริสตัลที่ส่องประกายอีกด้วย ที่นี่จะสวยงามมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้สีทอง สีแดง และสีส้มจากต้นไม้โดยรอบร่วงหล่นลงบนผืนน้ำใส จะเกิดเป็นลวดลายที่แผ่กระจายออกไปบนผิวน้ำ คล้ายกับภาพวาดของ นกยูงกำลังรำแพนหาง ที่แต่งแต้มด้วยสีสันอันจัดจ้านตามธรรมชาติ หากใครได้มาเที่ยวจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อย่าลืมแวะมาชมทัศนียภาพของทะเลสาบแห่งนี้กันด้วยนะคะ
6. ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake)

เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี กันต่อที่ ทะเลสาบกระจก ในช่วงเวลาที่อากาศสงบและผิวน้ำนิ่งสนิท ทะเลสาบแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็น กระจกเงาบานยักษ์ สะท้อนภาพทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงภูเขาสูงใหญ่และผืนป่าที่ถูกแต่งแต้มสีสันสวยงาม จะสะท้อนลงบนผิวน้ำสีครามใส สวยงามตระการตาสุด ๆ การมาเยือนทะเลสาบกระจกในช่วงนี้จึงมอบประสบการณ์การชมวิวที่น่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยานเลยค่ะ
7. น้ำตก Arrow Bamboo (Arrow Bamboo Waterfall)

อีกหนึ่งความสวยงามที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานจิ่วจ้ายโกว น้ำตก Arrow Bamboo น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเรียกตามลักษณะของพืชพรรณโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วย ป่าไผ่ลูกศร ที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โดยสายน้ำที่ไหลลงมาจากทะเลสาบ Arrow Bamboo Lake จะลดหลั่นเป็นชั้นหินอย่างอ่อนโยน ก่อให้เกิดเป็นฉากน้ำตกที่ไม่สูงชันแต่มีความกว้างและความใสบริสุทธิ์ ในช่วงที่ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี น้ำตกแห่งนี้จะมีความงดงามเป็นพิเศษ เนื่องจากป่าโดยรอบจะเปลี่ยนเป็น สีเหลืองทองอร่าม ตัดกันอย่างลงตัวกับสีน้ำที่ใสราวกับคริสตัล การได้ชมความงามของสายน้ำที่ไหลผ่านป่าไผ่สีทองในฤดูใบไม้ร่วงนี้ จึงมอบความรู้สึกที่สงบเงียบและแตกต่างจากจุดชมวิวอื่น ๆ ในหุบเขาเลยล่ะค่ะ
8. ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake)

มาต่อกันที่ ทะเลสาบแพนด้า เป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยตำนานเล่าขานว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำที่หมีแพนด้าป่ามักจะลงมาดื่มน้ำและหาอาหารริมทะเลสาบ แม้ในปัจจุบันหมีแพนด้าจะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนบ่อยนัก แต่ความงามของทะเลสาบแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าประทับใจ ทะเลสาบแพนด้ามีความลึกเฉลี่ยถึง 14 เมตร ผิวน้ำมีสีเขียวและน้ำเงินสลับกัน และมีความใสมากจนสามารถมองเห็นท่อนไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำได้อย่างชัดเจน ช่วง จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ป่าสนโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ตัดกับแนวต้นไม้ผลัดใบที่เป็นสีแดงและสีส้มเข้ม สะท้อนลงบนผืนน้ำสีครามใส กลายเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่งดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งในหุบเขาเลยค่ะ
9. หมู่บ้านซูเจิ้ง (Shuzheng Village)

หมู่บ้านซูเจิ้ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดชมวิวธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น หมู่บ้านทิเบตดั้งเดิมขนาดใหญ่ที่สุด ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตอุทยานจิ่วจ้ายโกว การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสทั้งความงามของทิวทัศน์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวทิเบตไปพร้อม ๆ กัน เมื่อเข้าสู่ช่วง จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ภาพของบ้านเรือนสไตล์ทิเบตที่มีสีสันสดใส และเจดีย์ทิเบตที่ตั้งเรียงราย จะมีฉากหลังเป็นภูเขาที่ถูกย้อมไปด้วยเฉดสีแดง สีส้ม และสีทองอร่ามอย่างสมบูรณ์แบบ ทัศนียภาพของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเปลี่ยนสีตัดกับท้องฟ้าสีคราม และใกล้กับทะเลสาบซูเจิ้ง (Shuzheng Lake) นั้น งดงามและน่าประทับใจราวกับโปสการ์ด การถ่ายภาพที่จุดนี้จึงเป็นการผสมผสานความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัวที่สุด
10. ทะเลสาบซูเจิ้ง (Shuzheng Lake)

ปิดทริปเที่ยว จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ ทะเลสาบซูเจิ้ง ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านซูเจิ้งที่เพิ่งกล่าวถึงไป ทะเลสาบแห่งนี้มีความพิเศษคือเป็นกลุ่มทะเลสาบที่ถูกคั่นด้วยแนวต้นไม้ที่เติบโตอยู่กลางน้ำ ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพของผืนน้ำสีฟ้าครามที่ลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ราวกับขั้นบันได และมีต้นไม้ขึ้นเป็นแนวแบ่งแยกอย่างชัดเจน ช่วงฤดูใบไม้ร่วงทะเลสาบซูเจิ้งสวยงามจับตา เมื่อผืนป่าโดยรอบและต้นไม้ที่ขึ้นอยู่กลางน้ำพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามและสีแดงสด รวมถึงการได้เห็นเจดีย์ทิเบตอยู่ไกล ๆ เป็นฉากหลัง ทำให้ทะเลสาบซูเจิ้งเป็นอีกจุดที่มอบความรู้สึกสงบและงดงามในแบบที่ผสมผสานธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ได้อย่างลงตัว
การเดินทางไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว
เมื่อคุณได้วันที่แน่นอนในการไปชมความงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี แล้ว มาวางแผนการเดินทางเพื่อไปยังอุทยานแห่งชาติให้ถึงที่หมายอย่างราบรื่นที่สุดกันค่ะ
- เริ่มต้นด้วยการนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ สนามบินนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว (CTU) หรือสนามบินนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่ (TFU) ซึ่งเป็นจุดแวะพักหลักในมณฑลเสฉวน
- ใช้บริการเที่ยวบินภายในประเทศไปลงยัง ท่าอากาศยานนานาชาติหวงหลง (Jiuzhai Huanglong Airport)
นั่งรถบัส Zhuna Airport Bus สาย 3 ไปลงยังป้าย Jiuzhaigou Scenic Spot สุดท้ายก็นั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร
แต่หากใครอยากจะเหมาแท็กซี่ตรงไปยังจิ่วจ้ายโกวเลยก็ได้นะคะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง มีเพื่อนเยอะ ไปกันหลายคน หารกันจะประหยัดและสะดวกกว่าค่ะ - อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้บริการบริษัททัวร์ ที่มีให้บริการ ทัวร์จีน ทัวร์จิ่วจ้ายโกว เพราะทางบริษัทจะมีรถมารับที่สนามบินเลย พานั่งรถบัสเที่ยวตลอดทริป สะดวกและง่ายมากๆ ไม่ต้องแย่งรถกับนักเดินทางในประเทศและชาวต่างชาติที่ไปในช่วงเวลาเดียวกัน ที่สำคัญ ประหยัดงบ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารและวางแผนการเที่ยวเลยค่ะ เพราะทางบริษัทจัดการให้หมดเลย ลองเลือกดู โปรแกรมทัวร์จีนไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว กันได้เลยค่ะ
หลังจากที่ได้ทำความรู้จักและดื่มด่ำกับความสวยงามตระการตาของอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ซึ่งได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งเทพนิยาย” แล้ว ความงดงามของ จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เราได้นำเสนอไปนั้น ยืนยันว่านี่คือประสบการณ์ที่คุณต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง! หากคุณกำลังวางแผนเดินทาง และสงสัยว่า จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหน ที่จะสวยที่สุด ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางได้ดีที่เดียว
ใครสนใจ ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ไปกับยักษ์ทัวร์ได้เลย ประหยัดงบ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสารและวางแผนการเที่ยว เพราะบริษัทดูแลและจัดการให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่วางแผน จนไปถึงเดินทางกลับถึงประเทศไทย เลือกดู โปรแกรมทัวร์จีนไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว กันก่อนได้ มีให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
