คามิโคจิ Kamikochi 2026 เช็กเลยเปิดเดือนไหน พร้อมวิธีเดินทางและจุดเที่ยวห้ามพลาด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความอลังการของ Kamikochi ดินแดนที่ได้รับฉายาว่าสวรรค์บนดินแห่งเจแปนแอลป์ที่คุณต้องไปสัมผัสสักครั้ง! สำหรับปี 2026 นี้ คามิโคจิ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่นักเดินทางทั่วโลกเฝ้ารอคอย ซึ่งคำถามยอดฮิตอย่าง คามิโคจิ เปิดเดือนไหน เรามีคำตอบอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว โดยในปีนี้อุทยานมีกำหนดเปิดให้เข้าชมความงามตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน ไปจนถึง 15 พฤศจิกายน 2569 ใครที่อยากเห็นสายน้ำสีมรกตตัดกับยอดเขาหิมะขาวโพลน ต้องรีบปักหมุดวางแผนด่วน!
Kamikochi คืออะไร? คามิโคจิ อยู่ที่ไหน ทำไมใครๆ ก็อยากไป?
คามิโคจิ (Kamikochi) คือ ดินแดนแห่งขุนเขาและสายน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือ (Japan Alps) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชูบุซังกาคุ (Chubu Sangaku National Park) จังหวัดนากาโนะ (Nagano) ความพิเศษของที่นี่คือเป็นที่ราบสูงทอดยาวไปตามแม่น้ำอาซุสะกว่า 15 กิโลเมตร บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร
ด้วยพิกัดที่ตั้งอยู่สูงขนาดนี้ ทำให้ คามิโคจิมีอากาศที่เย็นสบายตลอดปี แม้จะเป็นฤดูร้อนก็ยังเดินเที่ยวได้ชิลล์ๆ ที่นี่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้เขียวขจี ลำธารสีฟ้าใสราวกระจก และฉากหลังเป็นทิวเขาโฮทากะที่อลังการ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวรรค์บนดิน" ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติห้ามพลาดเด็ดขาด
คามิโคจิ เปิดเดือนไหน? เช็กวันเปิดอุทยานและช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด
Kamikochi เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดังของญี่ปุ่นที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะบางช่วงเท่านั้น เนื่องจากฤดูหนาววมีหิมะตกหนักและเส้นทางถูกปิดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งโดยปกติจะเปิดให้เข้าชมช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี สำหรับปี 2026 มีกำหนดเปิดอุทยานดังนี้
- วันที่ 17 เมษายน - 15 พฤศจิกายน 2569: ตั้งแต่วันเปิด ระบบขนส่งสาธารณะ รถบัส และเส้นทางเดินหลักจะเริ่มให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมธรรมชาติได้ตามปกติ
ทั้งนี้ วันเปิด–ปิดอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามสภาพอากาศและปริมาณหิมะในแต่ละปี แนะนำให้ตรวจสอบประกาศจากอุทยานก่อนเดินทางทุกครั้ง
Kamikochi ควรไปช่วงไหนดี?
สำหรับใครที่กำลังแพลนว่า คามิโคจิ เปิดเดือนไหน และควรไปช่วงไหนดีที่สุด ยักษ์ทัวร์สรุปจุดเด่นของแต่ละฤดูกาลมาให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ ดังนี้

- ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม): เริ่มตั้งแต่ช่วง เดือนเมษายน – พฤษภาคม ในช่วงแรกอาจจะมีหิมะให้เห็นบางเล็กน้อย อุณหภูมิในช่วงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1 – 19 องศาเซลเซียส ต้นไม้เขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง อาจจะเจอฝนบ้างในช่วงเดือนมิถุนายนค่ะ

ฤดูร้อน (มิถุนายน – กันยายน): สวรรค์ของคนหนีร้อน เพราะที่นี่อากาศเย็นสบายตลอดวัน (อุณหภูมิประมาณ 12 - 24 องศาเซลเซียส) ป่าไม้เขียวขจีสมบูรณ์ที่สุด เหมาะกับการเดินป่าและทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบชิลล์ๆ

ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม – พฤศจิกายน): ช่วงเวลา "Golden Period" ที่สวยที่สุดของ Kamikochi ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง แดง ทั่วทั้งหุบเขา อากาศจะเริ่มกลับมาหนาวเย็น อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 4 – 14 องศาเซลเซียส ใครอยากเห็นวิวสีทองต้องมาช่วงนี้เลย

- ฤดูหนาว (กลางพฤศจิกายน – กลางเมษายน): เป็นช่วงที่อุทยานจะ "ปิดทำการ" เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและป้องกันอันตรายจากหิมะที่ตกหนัก จึงไม่สะดวกในการเข้าชมนั่นเองค่ะ
ไม่ว่าคุณจะเลือกมาแบบเช้าเย็นกลับ หรืออยากจะพักผ่อนท่ามกลางหุบเขาแบบค้างคืน ในอุทยานก็มีโรงแรมระดับพรีเมียมไว้คอยต้อนรับ แต่ต้องกระซิบว่าควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือนนะค่ะ เพราะเต็มไวมาก!
พิกัดยอดฮิตใน Kamikochi ที่ต้องไปเช็กอินให้ครบ!

1.แม่น้ำอาซุสะ (Azusa River)
แม่น้ำสายหลักที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ไหลผ่านใจกลางหุบเขาจนเปรียบเสมือนหัวใจของ Kamikochi ความโดดเด่นของแม่น้ำแห่งนี้คือน้ำที่ใสสะอาดจนมองเห็นโขดหินด้านล่าง และมีสีฟ้าอมเขียวมรกตที่สวยงามมาก
ไฮไลท์ : มีเส้นทางเดินเท้าเลียบขนานไปกับลำธารตลอดทาง ให้คุณได้เดินสูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมฟังเสียงน้ำไหลเพลินๆ เป็นจุดพักสายตาที่ทำให้รู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ

2.สะพานคัปปะ (Kappa Bridge)
ถ้ามา คามิโคจิ แล้วไม่ได้ถ่ายรูปบนสะพานไม้แห่งนี้ถือว่ามาไม่ถึง! สะพานคัปปะคือแลนด์มาร์กอันดับหนึ่งที่เป็นสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำอาซุสะ
ไฮไลท์ : จากบนสะพานคุณจะได้เห็นวิวพาโนรามาของเทือกเขาโฮทากะ (Hotaka) และยอดเขายาเกะดาเกะ (Mt. Yakedake) เป็นจุดที่สวยที่สุดในการเก็บภาพที่ระลึก นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ยังมีร้านขายของที่ระลึกและซอฟต์เสิร์ฟแสนอร่อยให้ลองชิมกันด้วยค่ะ

3.บึงไทโช (Taisho Pond)
หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามและเงียบสงบที่มาพร้อมกับภาพสะท้อนของภูเขาและต้นไม้บนผิวน้ำ บึงนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟยาเกะดาเกะ (Mt.Yakedake) เมื่อปี ค.ศ. 1915 ทำให้เราเห็นเศษไม้ที่ผุพังบ้าง แต่บรรยากาศโดยรวมถือว่างดงามเกินบรรยายจริงๆ
ไฮไลท์ : ในเช้าวันที่อากาศเป็นใจ ผิวน้ำของบึงไทโชจะนิ่งสนิทจนสะท้อนภาพเทือกเขาแอลป์ราวกับกระจกเงา เป็นจุดที่นักถ่ายภาพนิยมมาเฝ้ารอแสงแรกกันมากที่สุด

4. บึงเมียวจิน (Myojin Pond)
หากคุณมีเวลาเดินเท้าต่อจากสะพานคัปปะประมาณ 1 ชั่วโมง คุณจะได้พบกับบึงน้ำที่เงียบสงบและมีบรรยากาศขรึมขลังศักดิ์สิทธิ์ เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ของ ศาลเจ้าโฮทากะ (Hotaka Shrine) บึงแห่งนี้ล้อมรอบด้วยป่าสนและขุนเขา น้ำใสจนเห็นฝูงปลาว่ายวนไปมา
ไฮไลท์ : ทุกวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี จะมีเทศกาล โอฟุเนะมัตสึริ (Ofune Matsuri) ซึ่งจะมีการนำเรือโบราณตกแต่งอย่างประณีตมาลอยในบึงเพื่อประกอบพิธีขอบคุณเทพเจ้า เป็นภาพที่หาดูยากและมีสีสันทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากค่ะ

5. บึงทะชิโระ (Tashiro Marshland)
จุดเช็กอินที่ตั้งอยู่ระหว่างทางเดินเชื่อมจากบึงไทโชไปยังสะพานคัปปะ ที่นี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำกว้างใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยวิวทิวเขาแบบพาโนรามา ให้บรรยากาศที่โล่งโปร่งและถ่ายรูปสวยมาก
ไฮไลท์ : ความสวยงามของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม จะเป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง ทั้ง ดอกซาเลีย (Azalea) สีส้มสดใส และ ดอกซากิสุเกะ (Cottongrass) ที่มีปุยสีขาวนุ่มนวลกระจายเต็มทุ่ง ส่วนใน ฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้าแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็น สีเหลืองทองสว่างไสว ตัดกับสีท้องฟ้าและยอดเขาหิมะ เป็นพิกัดที่สายถ่ายภาพห้ามพลาดเด็ดขาด
การเดินทางไป คามิโคจิ (Kamikochi) ฉบับปี 2026
1. เดินทางโดยรถบัส (สะดวกที่สุด)
- จากโตเกียว: ขึ้นรถบัสสายตรงที่ สถานีชินจูกุ (Shinjuku Bus Terminal) ยิงยาวถึง Kamikochi Bus Terminal ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 7 ชั่วโมง แนะนำให้จองล่วงหน้าเท่านั้น เพราะที่นั่งเต็มเร็วมาก
- จากโอซาก้า: มีรถบัสทางด่วนให้บริการโดยตรงจาก สถานี Shin-Osaka หรือ สถานี Umeda ไปยังคามิโคจิ ใช้เวลาประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง เหมาะสำหรับคนอยากนอนยาวๆ มาสว่างที่อุทยาน
2. เดินทางโดยรถไฟ
- นั่งรถไฟด่วนพิเศษ Azusa จากสถานีชินจูกุ ไปลงที่ สถานีมัตสึโมโตะ (Matsumoto Station) (ประมาณ 2 ชม. 40 นาที)
- จากนั้นต่อรถบัส หรือนั่งรถไฟสายท้องถิ่นไปต่อบัสที่สถานี Shin-Shimashima เพื่อเข้าสู่คามิโคจิ (อีกประมาณ 1 ชม. 50 นาที)
3. เดินทางโดยเช่ารถส่วนตัว (มีข้อควรระวัง!)
ใครที่อยากขับรถเที่ยวเองจากโตเกียวหรือโอซาก้า ต้องทราบว่า "ห้ามนำรถส่วนตัวเข้าอุทยานคามิโคจิ 100%"
- จากโตเกียว: ขับรถใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
- จากโอซาก้า: ขับรถใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง
- จุดจอดรถ: คุณต้องนำรถไปจอดที่ ลานจอดรถ Sawando หรือ Hirayu Onsen แล้วต่อรถบัส Shuttle Bus หรือแท็กซี่ของอุทยานเข้าไปเท่านั้น!
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลอัปเดตล่าสุดของการมาเที่ยว Kamikochi 2026 ที่เราสรุปมาให้แบบครบถ้วนเพื่อให้เพื่อนๆ วางแผนตามได้ง่ายที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคามิโคจิเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความละเอียดอ่อนเรื่องสภาพอากาศและระบบขนส่ง ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเช็กตารางรถบัสและพยากรณ์อากาศล่วงหน้า รวมถึงรีบจองที่พักหากต้องการนอนค้างคืนท่ามกลางธรรมชาติ เพราะที่นี่เต็มไวมาก!
แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนการเดินทางที่วุ่นวายให้เป็นเรื่องง่าย และอยากสัมผัสความมหัศจรรย์ของเจแปนแอลป์แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการจองตั๋วหรือหลงทาง ยักษ์ทัวร์ พร้อมพาคุณออกเดินทางไปสัมผัสสวรรค์บนดินแห่งนี้ด้วยโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ที่คัดสรรมาอย่างดี เราดูแลคุณตั้งแต่วันแรกจนจบจบทริป แล้วไปเช็กอิน Kamikochi 2026 ด้วยกันนะคะ
