Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

เที่ยวมาเลเซีย 2026 ปักหมุดพิกัดสุดฮิตที่สายเที่ยวห้ามพลาด!

9 กรกฎาคม 2569
YakTour Blog
เที่ยวมาเลเซีย 2026 ปักหมุดพิกัดสุดฮิตที่สายเที่ยวห้ามพลาด!

สำหรับใครที่กำลังอยากไป เที่ยวมาเลเซีย เพื่อสัมผัสสีสันใหม่ๆ ของประเทศเพื่อนบ้านในปี 2026 นี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะปักหมุดที่ไหน หรือควรเลือกเดินทาง เที่ยวมาเลเซีย เดือนไหนดี ถึงจะได้สภาพอากาศที่ฟินที่สุด วันนี้ยักษ์ทัวร์ได้คัดสรรลิสต์ ที่เที่ยวมาเลเซีย ระดับแลนด์มาร์กสุดฮิตที่บอกเลยว่าห้ามพลาด มาเริ่มออกเดินทางไปเช็กอินพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ

 

 

วางแผนก่อนเดินทาง! เที่ยวมาเลเซีย เดือนไหนดี ได้รูปสวย สภาพอากาศเป็นใจ

ก่อนจะออกเดินทางไปเช็กอิน สิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเรื่องของสภาพอากาศค่ะ แม้ว่ามาเลเซียจะเป็นประเทศเขตร้อนชื้นที่มีภูมิอากาศคล้ายกับภาคใต้ของประเทศไทย แต่ในแต่ละช่วงเดือนก็มีเสน่ห์และไฮไลต์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าควรจะเลือก เที่ยวมาเลเซีย เดือนไหนดี ยักษ์ทัวร์สรุปช่วงเวลาน่าเที่ยวมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

ตารางสรุปช่วงเวลาน่าเที่ยวมาเลเซียอัปเดตปี 2026

ช่วงเดือน

สภาพอากาศภาพรวม

ไฮไลต์และการท่องเที่ยว

ธันวาคม - กุมภาพันธ์(ช่วงโปรดของนักท่องเที่ยว)

อากาศเย็นสบายในพื้นที่สูง ท้องฟ้าโปร่ง ฝั่งตะวันตกฝนตกน้อย

เหมาะกับการไปรับลมหนาวที่เก็นติ้งไฮแลนด์ หรือชมไร่ชาที่คาเมรอนไฮแลนด์ และร่วมฉลองศริสต์มาส ปีใหม่ รวมถึงตรุษจีนในกัวลาลัมเปอร์

มีนาคม - พฤษภาคม(ช่วงหน้าร้อนแต่อากาศดี)

อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ฝนตกน้อย ทะเลฝั่งตะวันออกเริ่มเปิด

เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวเกาะฝั่งตะวันออก เช่น เกาะเรดัง (Redang) หรือเกาะเพอร์เฮนเทียน (Perhentian) ดำน้ำดูปะการังน้ำใสแจ๋ว

มิถุนายน - สิงหาคม(ช่วงเซลล์และผลไม้)

อากาศค่อนข้างแห้งและร้อนในตอนกลางวัน ฝนตกน้อยที่สุดในรอบปี

สายช้อปปิ้งต้องเลิฟเพราะเป็นช่วง Mega Sale ทั่วประเทศ และยังเป็นฤดูกาลของทุเรียนมูซังคิง (Musang King) ของแท้ที่ต้องไปชิมถึงถิ่น

กันยายน - พฤศจิกายน(ช่วงกรีนซีซั่น)

เริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม มีฝนตกบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงบ่ายและเย็น

เที่ยวฝั่งเมืองหลวงและสถาปัตยกรรมในร่มได้สบายๆ ข้อดีคือคนไม่แน่น และได้ตั๋วเครื่องบินรวมถึงที่พักในราคาที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ

 

 

 

อัปเดตลิสต์ 7 ที่เที่ยวมาเลเซีย ยอดฮิตปี 2026

1. ตึกเมอร์เดกา 118 (Merdeka 118)
 

ตึกเมอร์เดกา 118 มหานครกัวลาลัมเปอร์ สถาปัตยกรรมระดับโลก

มาเปิดพิกัดแรกด้วยแลนด์มาร์กตึกระฟ้าแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นตึกที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกเรียบร้อยค่ะ ไฮไลต์ของปี 2026 นี้คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของจุดชมวิว The View at 118 และห้างสรรพสินค้าสุดหรู 118 Mall ที่สายช้อปสายถ่ายรูปต้องร้องว้าว ใครที่มีแพลนมา เที่ยวมาเลเซีย บอกเลยว่าต้องบรรจุพิกัดนี้ไว้ในตารางเดินทางเป็นอันดับแรกเพื่อมาเก็บภาพความยิ่งใหญ่คู่กับตึกไอคอนิกแห่งใหม่นี้ค่ะ

 

2. เก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands)
 

กระเช้าลอยฟ้า Awana SkyWay สู่เก็นติ้งไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซี

 

หลบความวุ่นวายในเมืองหลวงแล้วเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาสูงเพื่อสัมผัสความบันเทิงระดับโลกท่ามกลางสายหมอก ที่นี่ถือเป็น ที่เที่ยวมาเลเซีย ยอดนิยมตลอดกาลเพราะมีสภาพอากาศที่เย็นสบายเฉลี่ย 15-22 องศาตลอดทั้งปี ด้านบนพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร ทั้งสวนสนุกขนาดใหญ่ สตูดิโอความบันเทิงระดับโลก คาสิโน และแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมราคาสุดคุ้ม เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันค่ะ

 

3. ถ้ำบาตู (Batu Caves)
 

บันไดหลากสีและรูปปั้นพระขันธกุมารสีทอง ณ ถ้ำบาตู

 

แลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดดเด่นด้วยรูปปั้นพระขันธกุมารสีทองอร่ามที่มีความสูงที่สุดในโลก ยืนตระหง่านอยู่เคียงข้างบันไดหลากสีสันจำนวน 272 ขั้น ซึ่งทอดยาวขึ้นไปสู่ถ้ำหินปูนด้านบน ด้านในเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมและมีฝูงลิงป่าคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว สำหรับใครที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมอันหลากหลายเมื่อมา เที่ยวมาเลเซีย ต้องไม่พลาดแวะมาเก็บภาพสวยๆ และสัมผัสความอลังการของสถานที่แห่งนี้ค่ะ


 

4. เมืองเก่าปีนัง (Penang)
 

ภาพวาดสตรีทอาร์ทเด็กปั่นจักรยานชื่อดัง ย่านจอร์จทาวน์ เมืองเก่าปีนัง

 

สวรรค์ของสายอาร์ตและเหล่านักกินที่หลงรักในกลิ่นอายย้อนยุค โดยเฉพาะในย่านจอร์จทาวน์ (George Town) เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสหลากสีสัน ไฮไลต์เด็ดคือการเดินตามหาภาพวาดสตรีทอาร์ทชื่อดังตามฝาผนังตึกเก่า และตระเวนชิมเมนูเด็ดอย่างก๋วยเตี๋ยวผัดฉ่าก๊วยเตี๋ยว (Char Kway Teow) หรือลักซา (Laksa) รสเข้มข้น การเดินทางมา เที่ยวมาเลเซีย รอบนี้จะสมบูรณ์แบบที่สุดหากได้มาเดินทอดน่องซึมซับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ค่ะ

 

5. เมืองมรดกโลกมะละกา (Melaka)
 

โบสถ์คริสต์มะละกาสีแดงอิฐ ณ จัตุรัสเนเธอร์แลนด์ เมืองมรดกโลกมะละกา

 

ย้อนเวลากลับไปสัมผัสหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองท่าโบราณที่ผสมผสานอารยธรรมตะวันตกและตะวันออกไว้ได้อย่างลงตัว เพลิดเพลินไปกับการเดินชมโบราณสถานสีแดงอิฐสไตล์ดัตช์ ณ จัตุรัสเนเธอร์แลนด์ (Dutch Square) ก่อนจะไปล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำมะละกาที่ให้อารมณ์คล้ายเมืองริมน้ำในยุโรป ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งของกินและของที่ระลึกพื้นเมืองที่ถนนคนเดินจอนเกอร์ (Jonker Street) นับเป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวมาเลเซีย ที่ช่วยเติมเต็มทริปพักผ่อนให้เต็มไปด้วยความทรงจำสุดคลาสสิกค่ะ

 

6. คาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands)
 

ทิวทัศน์ไร่ชาสีเขียวขจีท่ามกลางสายหมอก คาเมรอนไฮแลนด์

 

หลบมาสูดอากาศบริสุทธิ์บนที่ราบสูงซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกชาและสตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทันทีที่เดินทางมาถึงจะสัมผัสได้ถึงไอเย็นและทัศนียภาพของไร่ชาสีเขียวขจีที่โอบล้อมทั่วทั้งภูเขา ดึงดูดให้สายธรรมชาติเข้ามาเดินเล่นถ่ายรูป จิบชาคู่กับสโคนสูตรดั้งเดิมในคาเฟ่สไตล์อังกฤษ หรือจะเลือกเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติในป่ามอสส์ (Mossy Forest) ที่ดูลึกลับและสวยงามราวกับหลุดเข้าไปในเทพนิยาย ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อตัดสินใจมา เที่ยวมาเลเซีย ในปีนี้ค่ะ

 

7. ตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers)
 

แสงสีตึกแฝดปิโตรนาสยามค่ำคืนและน้ำพุหน้าห้าง Suria KLCC ไฮไลต์ห้ามพลาดเมื่อมา เที่ยวมาเลเซีย

 

ปิดท้ายลิสต์ด้วยไอคอนิกตลอดกาลที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงงดงามและทรงคุณค่า ตึกแฝดแห่งนี้เคยครองสถิติตึกที่สูงที่สุดในโลกและปัจจุบันยังคงเป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลกอยู่ค่ะ สถาปัตยกรรมด้านนอกสะท้อนลายเส้นอันอ่อนช้อยของศิลปะอิสลาม ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการขึ้นไปยืนบนสะพานเชื่อมตึก (Skybridge) ชั้น 41 เพื่อชมวิวเมืองแบบพาโนรามา และตระเวนถ่ายรูปจากมุมสวนสาธารณะ KLCC ด้านล่างในช่วงค่ำคืนที่มีการแสดงน้ำพุระบำแสงสีเสียง เรียกได้ว่าเป็นจุดเช็กอินที่การันตีว่าคุณได้มาเดินทาง เที่ยวมาเลเซีย อย่างเป็นทางการแล้วค่ะ


 

 

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวมาเลเซีย (FAQ)

Q: คนไทยเดินทางไปเที่ยวมาเลเซียต้องใช้ วีซ่า (Visa) ไหม?

A: พาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวมาเลเซียได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่า ค่ะ และสามารถพำนักท่องเที่ยวได้นานสูงสุดถึง 30 วัน (อย่าลืมเช็กให้อายุพาสปอร์ตเหลือมากกว่า 6 เดือนก่อนเดินทางนะคะ)

Q: เที่ยวมาเลเซียใช้สกุลเงินอะไร และควรเตรียมงบประมาณเท่าไหร่?

A: มาเลเซียใช้สกุลเงิน ริงกิต (MYR) ค่ะ สำหรับงบประมาณทั่วไปหากเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 3,000 บาทต่อวัน (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) ขึ้นอยู่กับรูปแบบการกินดื่มและการช้อปปิ้ง แต่ถ้าเลือกเดินทางกับทัวร์จะสามารถควบคุมงบประมาณได้นิ่งและคุ้มค่ากว่าค่ะ

Q: ไปเที่ยวมาเลเซียต้องเตรียมปลั๊กไฟแบบไหน?

A: ปลั๊กไฟที่ประเทศมาเลเซียส่วนใหญ่เป็น ปลั๊กสามขาแบน (Type G) ซึ่งไม่เหมือนกับประเทศไทย แนะนำให้นักท่องเที่ยวพกอะแดปเตอร์แปลงไฟ (Universal Adapter) ติดตัวไปด้วยทุกครั้งค่ะ

Q: ระบบขนส่งสาธารณะในมาเลเซียเดินทางสะดวกไหม?

A: ในเมืองหลวงอย่างกัวลาลัมเปอร์มีระบบรถไฟฟ้า (LRT, MRT, Monorail) ที่ครอบคลุมและเดินทางสะดวกมากค่ะ นอกจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Grab ที่เรียกง่ายและราคาไม่แพง แต่หากต้องการเดินทางข้ามเมืองหรือขึ้นที่สูงอย่างเก็นติ้งไฮแลนด์ การเลือกใช้บริการรถตู้หรือรถบัสท่องเที่ยวของบริษัททัวร์จะให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

 

ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทยในยุค 2026 นี้อย่างแท้จริงค่ะ ด้วยระยะเวลาเดินทางที่สั้น มีสถาปัตยกรรมระดับโลก อาหารการกินที่หลากหลาย และธรรมชาติที่สมบูรณ์งดงาม หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการวางแผนเส้นทางหรือการจองตั๋วสถานที่เที่ยวต่างๆ ให้ ยักษ์ทัวร์ ร่วมเป็นเพื่อนร่วมทางดูแลคุณในทริปนี้นะคะ เรามีโปรแกรมทัวร์มาเลเซียคอยต้อนรับทุกท่านตลอดทั้งปี ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ของเราได้เลยค่ะ!

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/10589

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved