เที่ยวเวียดนามเหนือ 2026 รวมที่เที่ยวเวียดนามเหนือยอดฮิต เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

วางแผน เที่ยวเวียดนามเหนือ 2026 ปีนี้ต้องบอกเลยว่าภูมิภาคนี้ไม่ได้มีดีแค่เมืองสายหมอกอย่างซาปา แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของกรุงฮานอยที่ผสมผสานความวินเทจและความทันสมัยได้อย่างลงตัว รวมถึงธรรมชาติระดับโลกอย่างนิงบิงห์เจ้าของฉายา “ฮาลองบก” บทความนี้เราจึงรวม ที่เที่ยวเวียดนามเหนือ ยอดฮิตที่คัดมาแล้วว่าสวยและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูปหรือสายพักผ่อนก็ประทับใจแน่นอน พร้อมคำตอบอัปเดตล่าสุดว่าควร เที่ยวเวียดนามเหนือ เดือนไหนดี เพื่อให้คุณวางแผนทริปปี 2569 ได้อย่างแม่นยำและสัมผัสช่วงที่อากาศดีที่สุดของแต่ละเมืองค่ะ
เที่ยวเวียดนามเหนือ เดือนไหนดี?
เวียดนามเหนือ เป็นภูมิภาคที่มี 4 ฤดูกาลชัดเจน ซึ่งแต่ละช่วงจะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พี่ยักษ์สรุปไฮไลต์ของแต่ละฤดูมาให้แล้วค่ะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – เมษายน): เป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ย 15-22 องศา ดอกไม้เมืองหนาวและดอกไม้ป่าจะบานสะพรั่งทั่วทั้งหุบเขา เหมาะสำหรับสายชิลที่ชอบถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้และท้องฟ้าใสๆ ค่ะ
- ฤดูร้อน (พฤษภาคม – สิงหาคม): อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและมีฝนตกบ้าง แต่ข้อดีคือคุณจะได้เห็นนาขั้นบันไดที่ซาปาเป็นสีเขียวขจีดูสดชื่นที่สุด เหมาะสำหรับสายเดินป่า (Trekking) ที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบเขียวชอุ่มค่ะ
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม): นี่คือช่วงที่สวยที่สุดของปี อากาศเริ่มกลับมาเย็นตัวลง ไฮไลต์คือนาขั้นบันไดจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว หากใครอยากเห็นภาพซาปาในฝัน ต้องมาช่วงนี้เลยค่ะ
- ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์): เตรียมเสื้อกันหนาวจัดเต็มมาได้เลย เพราะอากาศจะหนาวจัด อุณหภูมิอาจลดลงถึงเลขตัวเดียว และบนยอดเขาฟานซิปันอาจมีลุ้นเจอแม่คะนิ้งหรือหิมะตกในบางปีด้วยค่ะ
หากคุณต้องการมา เที่ยวเวียดนามเหนือ ให้ได้บรรยากาศฟินที่สุดและถ่ายรูปสวยทุกมุม พี่ยักษ์แนะนำช่วง เดือนกันยายนถึงตุลาคม หรือ เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ค่ะ
12 ที่เที่ยวเวียดนามเหนือ ที่ต้องเช็กอินปี 2026
กรุงฮานอย (Hanoi)

1. วัดหงอกเซิน (Ngoc Son Temple)
วัดหงอกเซิน (Ngoc Son Temple) หรือ วัดเนินหอย หรือ วัดเนินหอย วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบคืนดาบ โดดเด่นด้วย สะพานเทฮุก (The Huc) สีแดงสดที่ทอดยาวข้ามน้ำ เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่สะท้อนศิลปะแบบเวียดนามดั้งเดิม ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานตะพาบยักษ์สตัฟฟ์ที่เป็นตำนานศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองฮานอยอีกด้วย

2. สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Mausoleum)
แลนด์มาร์กสำคัญทางประวัติศาสตร์และ ที่เที่ยวเวียดนามเหนือ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาเยือนสักครั้ง ตัวอาคารหินอ่อนดีไซน์เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางจัตุรัสบาดิงห์ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานร่างของ "ลุงโฮ" ผู้นำที่ชาวเวียดนามเคารพรักสูงสุดไว้ภายในโลงแก้วอย่างสงบและมีทหารกองเกียรติยศเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังมีสวนดอกไม้ที่ตกแต่งอย่างประณีต รวมถึงพิพิธภัณฑ์และบ้านพักไม้หลังเดิมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันสมถะ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและขรึมขลังที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วค่ะ

3. มหาวิหารเซนต์โจเซฟ (St. Joseph's Cathedral)
โบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในฮานอย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอกอทิก ซึ่งถอดแบบความวิจิตรมาจากมหาวิหารนอร์เทรอดามในปารีสอย่างประณีต เอกลักษณ์ที่สะกดสายตานักท่องเที่ยวคือผนังหินสีเทาเข้มที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะตัวตามกาลเวลา บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าร้อยปีได้อย่างทรงเสน่ห์ ภายในถูกตกแต่งด้วยกระจกสีสันสวยงามและหน้าต่างโค้งแหลมที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างลงตัว บริเวณลานด้านหน้ายังเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมที่คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวเมืองฮานอยมานั่งพักผ่อนและจิบกาแฟริมทางท่ามกลางบรรยากาศยุโรปใจกลางเอเชีย เป็นพิกัดที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูคลาสสิกและได้กลิ่นอายความวินเทจแบบสุดๆ เลยค่ะ

4. ทะเลสาบคืนดาบ (Hoan Kiem Lake)
ปอดสีเขียวใจกลางเมือง รอบๆ ต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นและทางเดินเท้ากว้างขวาง ไฮไลต์คือการชมแสงไฟระยิบระยับยามเย็นจาก หอคอยเต่า (Turtle Tower) ที่ส่องสว่างกระทบและสะท้อนลงบนผิวน้ำอย่างงดงาม ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บริเวณนี้ยังถูกเปลี่ยนเป็นถนนคนเดินที่คึกคักไปด้วยการแสดงดนตรีและร้านค้าพื้นเมือง เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวฮานอยได้อย่างใกล้ชิดที่สุดค่ะ
เมืองฮาลอง (Halong)

5. อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
มรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ล่องเรือสำราญผ่านเทือกเขาหินปูนนับพันเกาะ ท่ามกลางน้ำทะเลสีมรกต ภายในอ่าวยังมีถ้ำหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแสงสีไว้อย่างอลังการ รวมถึงเกาะทิพทอป (Ti Top Island) จุดชมวิวพาโนรามาที่ให้คุณได้เห็นโค้งน้ำอ่าวฮาลองแบบ 360 องศา บอกเลยว่าใครมาทางสายธรรมชาติห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ

6. นั่งกระเช้า 2 ชั้น Queen Cable Car ข้ามอ่าวฮาลอง
ยกระดับความตื่นเต้นในการ เที่ยวเวียดนามเหนือ ด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่ได้รับบันทึกสถิติกินเนสส์บุ๊กถึง 2 รายการ ทั้งในเรื่องของความจุผู้โดยสารต่อคูหา และเสาเคเบิลที่สูงที่สุดในโลก กระเช้านี้จะพาคุณข้ามผ่านอ่าวฮาลองเพื่อไปยังยอดเขา Ba Deo
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการดื่มด่ำกับทัศนียภาพของเมืองท่าและหมู่เกาะหินปูนจากมุมสูงแบบพาโนรามา ยิ่งถ้ามาในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองของท้องฟ้าจะยิ่งขับให้วิวเมืองและขุนเขาดูสวยสะกดสายตา มอบความรู้สึกตื่นตาตื่นใจที่แตกต่างจากการล่องเรือแบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิงค่ะ
เมืองซาปา (Sapa)

7. ยอดเขาฟานซิปัน (Fansipan)
พิชิต "หลังคาแห่งอินโดจีน" ด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้าผ่านม่านหมอกขึ้นสู่ความสูง 3,143 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไฮไลต์คือการได้มองเห็น รถไฟไต่เขา (Funicular) ขบวนสีแดงสด วิ่งลัดเลาะมุ่งหน้าสู่ลานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างสงบเงียบท่ามกลางม่านหมอกและทิวเขาเขียวขจีในเมืองซาปา บนยอดเขามีสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาที่งดงามและจุดชมวิวที่มองเห็นเทือกเขาฮว่างเหลียนเซินได้สุดสายตา ในช่วงฤดูหนาวค่ะ เพราะบนยอดเขานี้จะมีอากาศเย็นจัดและมีลุ้นเจอหิมะตกในบางปีด้วยค่ะ

8. หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village)
สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้งดำท่ามกลางหุบเขาและนาขั้นบันไดที่สวยงามดั่งภาพวาด หมู่บ้านแห่งนี้เป็น ที่เที่ยวเวียดนามเหนือ ยอดนิยมที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาด โดยเฉพาะมุมถ่ายรูปสุดชิคบริเวณริมลำธารที่มีอาคารไม้ดีไซน์พื้นเมืองเอกลักษณ์เฉพาะตัวตั้งโดดเด่นสลับซับซ้อนกันอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวมักจะมาเช่าชุดพื้นเมืองสีสันสดใสเดินถ่ายรูปเล่นกับน้ำตก ลำธาร และกังหันน้ำโบราณ ตลอดทางเดินในหมู่บ้านยังมีร้านขายของที่ระลึกงานแฮนด์เมดเก๋ๆ ให้ได้ช้อปปิ้งกันเพลินๆ อีกด้วยค่ะ

9. โมอาน่า ซาปา (Moana Sapa)
จุดเช็กอินที่กำลังมาแรงที่สุดของการ เที่ยวเวียดนามเหนือ ด้วยการจำลองมุมถ่ายรูปสวยๆ จากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว โดยมีฉากหลังเป็นหุบเขาเมืองซาปาที่กว้างขวาง ไฮไลต์อยู่ที่รูปปั้นหญิงสาวขนาดใหญ่ในท่วงท่าประคองดอกไม้ ซึ่งตั้งตระหง่านท้าสายหมอกและขุนเขาเขียวขจี นอกจากนี้ยังมีเปียโนสีขาวกลางสายหมอกที่รอให้คุณไปโพสต์ท่าชิคๆ บอกเลยว่ามาที่นี่ที่เดียวได้รูปอัปลงโซเชียลไปยาวๆ ทั้งปีแน่นอนค่ะ

10. สะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May)
ท้าความเสียวเหนือระดับน้ำทะเลที่สะพานกระจกใสที่สูงที่สุดในเวียดนาม ตั้งอยู่บริเวณยอดเขา O Quy Ho มอบประสบการณ์สุดตื่นเต้นในการเดินบนกระจกใสที่ยื่นออกมาจากหน้าผา ให้คุณมองทะลุลงไปเห็นความสูงชันและเส้นทางถนนที่คดเคี้ยวลัดเลาะตามไหล่เขาเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน การมาเที่ยวเวียดนามเหนือแล้วได้มายืนรับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวพาโนรามาบนสะพานแห่งนี้ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆจริงๆ เลยค่ะ
เมืองนิงห์บิงห์ (Ninh Binh)

11. ตามก๊ก (Tam Coc) หรือ ฮาลองบก
สัมผัสความงามของ "อ่าวฮาลองบนแผ่นดิน" แห่งเมืองนิงห์บิงห์ ด้วยการนั่งเรือพายลัดเลาะแม่น้ำงอด็องชมวิวยอดเขาหินปูนกว่า 99 ยอดอันเป็นเอกลักษณ์ ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการนั่งเรือพายลอดผ่านถ้ำหินปูนในตามก๊ก สัมผัสบรรยากาศลึกลับและสวยงามภายในโถงถ้ำที่มีน้ำใสสะท้อนแสงไฟระยิบระยับอย่างใกล้ชิด หากมาในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม จะได้เห็นทุ่งนาสีเขียวสดใส แต่ถ้าเป็นช่วงมิถุนายน – สิงหาคม ทุ่งนาจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามรับฤดูเก็บเกี่ยว เป็นพิกัดที่รวมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ
เมืองหมกโจว (Moc Chau)

12. สะพานกระจกบาจลอง (Bach Long Glass Bridge)
ปิดท้ายทริปด้วยการเช็กอินที่สะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการรับรองจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ตัวสะพานทอดยาวเลาะไปตามหน้าผาสูงชันและข้ามหุบเขาด้วยความยาวกว่า 632 เมตร พื้นสะพานใช้กระจกนิรภัยใสพิเศษที่ทำให้คุณมองเห็นเหวลึกด้านล่างได้อย่างชัดเจน ใครที่ชอบความท้าทายและการถ่ายรูปมุมโดรนที่ดูอลังการ การมา เที่ยวเวียดนามเหนือ แล้วแวะมาที่เมืองหมกโจวเพื่อเดินบน "มังกรขาว" ตัวนี้ จะเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดแน่นอนค่ะ
เวียดนามเหนือ ในปี 2026 นี้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าและมอบประสบการณ์ที่หลากหลายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิลเดินชมเมืองเก่าในฮานอย สายลุยพิชิตยอดเขาฟานซิปันที่ซาปา หรือสายถ่ายรูปสุดอลังการบนสะพานกระจกที่หมกโจว ทุกพิกัดที่เราคัดมาให้นั้นการันตีความสวยจึ้งและได้สัมผัสเสน่ห์ของเวียดนามอย่างแท้จริงแน่นอนค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการเที่ยวเวียดนามเหนือ
Q: เที่ยวเวียดนามเหนือ เดือนไหนดีที่สุด?
A: ช่วงที่แนะนำที่สุดคือ กันยายน – ตุลาคม หากต้องการเห็นนาขั้นบันไดสีทองที่ซาปา และช่วง ธันวาคม – กุมภาพันธ์ สำหรับใครที่อยากสัมผัสอากาศหนาวจัดและลุ้นหิมะบนยอดเขาค่ะ
Q: ไปเที่ยวเวียดนามเหนือต้องขอวีซ่าไหม?
A: สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องขอวีซ่า ค่ะ สามารถถือหนังสือเดินทาง (Passport) เข้าไปท่องเที่ยวได้นานถึง 30 วัน เหมาะสำหรับการจัดทริปสั้นๆ หรือทริปยาวแบบไม่ต้องเตรียมตัวเยอะ
Q: สกุลเงินที่ใช้ในเวียดนามคืออะไร และแลกเงินที่ไหนดี?
A: เวียดนามใช้สกุลเงิน ดอง (VND) แนะนำให้แลกจากไทยไปบางส่วน หรือแลกเป็นเงิน USD เพื่อไปแลกเป็นเงินดองที่ร้านทองหรือธนาคารในเวียดนามเพื่อให้ได้เรทที่ดีค่ะ
Q: แต่งตัวอย่างไรเมื่อไปเที่ยวเวียดนามเหนือ?
A: เนื่องจากอากาศมีความหลากหลาย แนะนำให้เตรียม เสื้อกันหนาว (โดยเฉพาะถ้าไปซาปาหรือฟานซิปัน) และรองเท้าที่เดินสบาย เพราะบางสถานที่อย่างหมู่บ้านกั๊ตกั๊ตหรือตามก๊กต้องมีการเดินเท้าพอสมควรค่ะ
