อัปเดต 2026 ยาห้ามนําเข้าญี่ปุ่น 11 ชนิด รู้ไว้ถ้าไม่อยากติด ตม.

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 ให้ราบรื่นไม่มีสะดุด! ต้องระวังเรื่อง ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ให้ดีนะคะ เพราะประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมยาและสารเสพติด (Stimulants Control Law) ที่เข้มงวดมาก การพกยาที่มีส่วนประกอบต้องห้าม แม้จะเป็นยาแก้หวัดทั่วไปในประเทศอื่น อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายร้ายแรงหรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองได้
ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้ประกาศเตือนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ 11 รายชื่อยาต้องห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เนื่องจากมีส่วนผสมของสารกระตุ้นระบบประสาทหรือสารตั้งต้นยาเสพติด แม้ยาหลายชนิดในกลุ่มนี้จะหาซื้อไม่ได้ในไทยแล้ว หรือไม่คุ้นหูนักเดินทางทั่วไป แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดพี่ยักษ์จะพาไปเช็กกันชัดๆ ว่ายาตัวไหนบ้างที่ห้ามพกใส่กระเป๋า ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย
11 ยาห้ามนําเข้าญี่ปุ่น รู้ไว้ถ้าไม่อยากติด ตม.
ในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น มีกลุ่มยาและสารประกอบที่ต้องระวังเป็นพิเศษดังนี้ค่ะ

- ยาที่มีส่วนประกอบของสารเสพติด: เช่น ยาเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) และยาที่มีส่วนผสมของสารแอมเฟตามีน (Amphetamine) ถูกห้ามนำเข้าญี่ปุ่นเด็ดขาด รวมถึงสารเสพติดประเภทมอร์ฟีน (Morphine), โคเคน (Cocaine) และเฮโรอีน (Heroin) ด้วยเช่นกัน
- ยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติดในระดับต่ำ: เช่น โคเดอีน (Codeine) ที่มักพบในยาแก้ไอหรือยาบรรเทาอาการปวดบางชนิด ซึ่งอาจถูกห้ามหรือต้องขออนุญาตพิเศษก่อนนำเข้า
- ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroids): ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์บางชนิดอาจถูกห้ามนำเข้า หรือต้องผ่านการขออนุญาตพิเศษก่อน
- ยาที่มีส่วนประกอบของ Pseudoephedrine: ยาแก้คัดจมูกและยาแก้หวัดบางชนิดที่มีส่วนผสมของสารนี้ อาจถูกห้ามนำเข้าหรือต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษตามกฎหมายญี่ปุ่น
คำแนะนำเพิ่มเติม : ในปี 2026 หากคุณไม่แน่ใจว่ายาประจำตัวมีส่วนผสมเหล่านี้หรือไม่ "ห้ามแกะยาออกจากบรรจุภัณฑ์เดิม" ที่มีชื่อยาระบุชัดเจน และพี่ยักษ์แนะนำให้พก "ใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ" ที่ระบุชื่อโรคและรายละเอียดการใช้ยาไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม. เพื่อความบริสุทธิ์ใจและช่วยให้การเดินทางราบรื่นที่สุดค่ะ
ตารางสรุปรายชื่อยาต้องห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น (อัปเดต 2026)
จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่ายาต้องห้ามส่วนใหญ่มักเป็นยาใกล้ตัวที่เราคุ้นเคยกันดี ดังนั้นเพื่อให้ทริปญี่ปุ่นปี 2026 ของคุณราบรื่นที่สุด พี่ยักษ์มีสรุปข้อควรปฏิบัติสั้นๆ มาฝากดังนี้
- หลีกเลี่ยงยาต้องห้าม: หากยาสามัญที่เตรียมไว้มีชื่อตรงกับตารางด้านบน แนะนำให้หลีกเลี่ยงและเปลี่ยนไปใช้ตัวยาอื่นที่ไม่มีส่วนผสมต้องห้ามแทน
- คงสภาพบรรจุภัณฑ์เดิม: ห้ามแกะยาออกจากแผงหรือขวดบรรจุภัณฑ์แท้ที่มีชื่อยาระบุชัดเจนเด็ดขาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ง่าย
- เตรียมเอกสารภาษาอังกฤษ: สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรพกใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ฉบับภาษาอังกฤษที่ระบุชื่อโรคและรายละเอียดการใช้ยาไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม. เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ
- ตรวจสอบปริมาณ: ยาสามัญทั่วไปพกได้ไม่เกินปริมาณการใช้ 30 วัน หากจำเป็นต้องใช้มากกว่านั้นต้องดำเนินการขออนุญาตล่วงหน้าตามระเบียบของญี่ปุ่น
เจาะลึกรายละเอียดกลุ่ม ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ยาที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีน จำพวกยาแก้หวัด แก้แพ้ ลดน้ำมูก
1.TYLENOL COLD
2.SUDAFED
3.ADVIL COLD & SINUS
4.ACTIFED
5.DRISTAN COLD/ “NO DROWSINESS”
6.DRISTAN SINUS
7.DRIXORAL SINUS
กลุ่มที่ 2 ยาแก้หวัดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย
1.NYQUIL
2.NYQUIL LIQUICAPS
3.VICKS INHALER
กลุ่ม 3 ยาแก้ท้องเสีย ที่มีการยกเลิกการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว
1.LOMOTIL
คำแนะนำจาก อย. ในการนำยาติดตัวไปญี่ปุ่น
สำหรับยาที่ไม่ถูกห้ามแต่มีความจำเป็นในการเดินทาง คุณสามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้ แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและข้อกำหนดดังนี้
1.ยาใช้ส่วนตัวในปริมาณเล็กน้อย
ยาสามัญที่ใช้ส่วนตัว เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด และยารักษาโรคทั่วไป สามารถนำเข้าประเทศได้ในปริมาณที่ใช้สำหรับการเดินทาง (ไม่เกิน 1 เดือน)
2.ขออนุญาตนำเข้ายาพิเศษ (Yakkan Shoumei)
- หากต้องการนำเข้ายาในปริมาณมากกว่าที่กำหนด หรือยาที่มีข้อกำหนดพิเศษ คุณจะต้องขออนุญาตนำเข้ายา (Yakkan Shoumei) จากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น
- เตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น ใบสั่งยาจากแพทย์ และใบรับรองการใช้ยา
- ส่งเอกสารและคำขออนุญาตนำเข้ายาล่วงหน้าไปยังสำนักงานยาของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น
3.การเตรียมเอกสารที่จำเป็น
- นำสำเนาใบสั่งยาจากแพทย์ที่ระบุรายละเอียดของยา ปริมาณ และวิธีการใช้
- นำเอกสารรับรองจากแพทย์ที่ระบุว่า ยาที่นำเข้ามีความจำเป็นสำหรับการรักษาโรคของคุณ
รู้แบบนี้แล้วเพื่อนๆ ที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น ต้องศึกษาข้อมูลเรื่อง ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ให้ดีนะคะ เพื่อจะได้ไม่ทำให้หมดสนุกทริปล่มเพราะติด ตม. เผลอๆอาจถูกดำเนินคดีอีกด้วย แต่ถ้าจองทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศกับพี่ยักษ์เราพร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบทริปเลยค่ะ
การเตรียมตัวและขั้นตอนการนำยาเข้าประเทศญี่ปุ่น (ฉบับอัปเดต 2026)
หากยาที่คุณจำเป็นต้องใช้ "ไม่ใช่ยาต้องห้าม" หรือ “ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น” แต่มีปริมาณมากหรือเป็นยาเฉพาะทาง คุณสามารถนำเข้าได้โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ
1.ยาสามัญสำหรับใช้ส่วนตัวปริมาณน้อย
ยาลดไข้ ยาแก้ปวด หรือยารักษาโรคทั่วไป สามารถนำเข้าได้ในปริมาณที่ใช้สำหรับการเดินทาง (ไม่เกิน 30 วัน) โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าค่ะ
2.การขออนุญาตนำเข้ายาพิเศษ (Yunyu Kakunin-sho / Yakkan Shoumei)
หากต้องนำยาเข้า มากกว่าปริมาณที่กำหนด (เกิน 1 เดือน) หรือเป็นยาที่มีข้อกำหนดพิเศษ คุณต้องยื่นขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นก่อนเดินทาง
- เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น ใบสั่งยาจากแพทย์ (Prescription) และใบรับรองการใช้ยาที่ระบุรายละเอียดปริมาณและวิธีการใช้อย่างชัดเจน
- ส่งคำขออนุญาตล่วงหน้าไปยังสำนักงานยาของญี่ปุ่น เพื่อรับใบรับรองสำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
3.การเตรียมเอกสารที่จำเป็น
ควรพกสำเนาใบสั่งยาจากแพทย์ และใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ ที่ระบุว่ายานั้นมีความจำเป็นต่อการรักษาโรคของคุณ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบค่ะ
รู้แบบนี้แล้ว เพื่อนๆ ที่วางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องศึกษาข้อมูลเรื่อง ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ให้ดีนะคะ เพื่อจะได้เที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องเสี่ยงทริปล่มเพราะติด ตม. หรือเผลอทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าจองทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศกับพี่ยักษ์ รับรองว่าอุ่นใจแน่นอน เพราะเราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มต้นเตรียมตัวจนจบการเดินทาง ให้ทริปญี่ปุ่นปี 2026 ของคุณมีแต่ความประทับใจและราบรื่นที่สุดค่ะ!
