Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

ชี้เป้า 10 พิกัด ล่าแสงเหนือ ที่สวยที่สุดในโลก ปี 2026 ไปประเทศอะไร เดือนไหนดีที่สุด?

7 กรกฎาคม 2569
YakTour Blog
ชี้เป้า 10 พิกัด ล่าแสงเหนือ ที่สวยที่สุดในโลก ปี 2026 ไปประเทศอะไร เดือนไหนดีที่สุด?

การออกเดินทางไป ล่าแสงเหนือ หรือ ปรากฏการณ์ออโรร่า (Aurora Borealis) คือทริปในฝันครั้งหนึ่งในชีวิตที่หลายคนอยากไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งค่ะ ยิ่งในปี 2026 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสุดๆ เพราะอยู่ในช่วงต่อเนื่องของปรากฏการณ์ Solar Maximum ทำให้อัตราการเกิดแสงเหนือนั้นบ่อยและมีความเข้มข้นของแสงสีเขียว สีม่วง สีแดงที่งดงามเคลื่อนไหวบนฟากฟ้าชัดเจนกว่าปีไหนๆ สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า แสงเหนือเกิดจากอะไร ปรากฏการณ์นี้เกิดจากอนุภาคของลมสุริยะปะทะกับก๊าซในชั้นบรรยากาศโลกค่ะ และหากคุณเริ่มวางแผนเที่ยวแต่ยังไม่มั่นใจว่า แสงเหนืออยู่ประเทศอะไร บ้าง หรือควรลางานไป แสงเหนือเดือนไหนดี วันนี้ยักษ์ทัวร์ขออาสามาสรุปข้อมูลที่ถูกต้องและอัปเดตที่สุด พร้อมชี้เป้า 10 พิกัดชมแสงเหนือระดับโลก เพื่อให้คุณเตรียมแพ็กกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์นี้พร้อมกันได้เลยค่ะ!


 

 

แสงเหนือเกิดจากอะไร? ไขความลับปรากฏการณ์มหัศจรรย์บนท้องฟ้า

แสงเหนือ หรือ ออโรร่า (Aurora Borealis) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่งดงามราวกับเวทมนตร์ แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว แสงเหนือเกิดจาก อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า (เช่น อิเล็กตรอนและโปรตอน) ที่ถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ หรือที่เรารู้จักกันในนาม "ลมสุริยะ" (Solar Wind) เดินทางผ่านอวกาศมาปะทะกับ "สนามแม่เหล็กโลก" และชั้นบรรยากาศโลกในระดับความสูงประมาณ 100-300 กิโลเมตรค่ะ

เมื่ออนุภาคเหล่านั้นชนเข้ากับก๊าซในชั้นบรรยากาศ พลังงานจากการชนจะกระตุ้นให้ก๊าซเรืองแสงออกมาเป็นสีสันต่างๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยสีที่เกิดจะขึ้นอยู่กับชนิดของก๊าซค่ะ เช่น สีเขียวและสีแดง เกิดจากก๊าซออกซิเจน ส่วน สีน้ำเงินและสีม่วง เกิดจากก๊าซไนโตรเจน ซึ่งจะมองเห็นได้ชัดเจนเฉพาะในพื้นที่แถบขั้วโลกเท่านั้นค่ะ

 


แสงเหนืออยู่ประเทศอะไรบ้าง? ชี้เป้า 10 พิกัดล่าแสงเหนือที่สวยที่สุดในโลก ฉบับอัปเดตปี 2026

ประเทศ

พิกัดไฮไลท์ระดับโลก

ช่วงเดือนล่าแสงเหนือที่ดีที่สุด

สวีเดน

อุทยานแห่งชาติอาบิสโก (Abisko)

ตุลาคม - มีนาคม

นอร์เวย์

เมืองทรอมโซ (Tromsø) และ คีร์เคนส์ (Kirkenes)

ปลายกันยายน - เมษายน

ไอซ์แลนด์

เมืองเรคยาวิก (Reykjavik) และรอบตัวเมือง

กันยายน - เมษายน

ฟินแลนด์

เมืองรูวาเนียมิ (Rovaniemi) เขตแลปแลนด์

กันยายน - มีนาคม

รัสเซีย

เมืองมูร์มันสค์ (Murmansk)

ปลายกันยายน - ต้นเมษายน

แคนาดา

เมืองเยลโลว์ไนฟ์ (Yellowknife)

ปลายสิงหาคม - เมษายน

อเมริกา

เมืองแฟร์แบงก์ (Fairbanks) รัฐอลาสกา

ปลายสิงหาคม - เมษายน

นอร์เวย์ (ขั้วโลก)

เมืองลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) สฟาลบาร์ด

ปลายตุลาคม - กุมภาพันธ์

สกอตแลนด์

หมู่เกาะเชตแลนด์ (Shetland)

พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์

 

 

1. อุทยานแห่งชาติอาบิสโก (Abisko National Park), ประเทศสวีเดน
 

เต็นท์ลาววูสีส้มเปิดไฟอบอุ่นท่ามกลางหิมะขาวโพลนในอุทยานแห่งชาติอาบิสโกที่มีกิจกรรม ล่าแสงเหนือ ยอดฮิต

 

อุทยานแห่งชาติอาบิสโกตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศสวีเดน มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 78 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในจุดชมแสงเหนือที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากมีภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาและมีทะเลสาบขนาดใหญ่ช่วยกันกระแสลม ทำให้ท้องฟ้าของอาบิสโกมีความปลอดโปร่ง เคลียร์ใส และมีมลภาวะทางแสงต่ำมากค่ะ ยิ่งตัวอุทยานตั้งอยู่ห่างไกลจากแสงไฟในเมืองใหญ่ ยิ่งช่วยให้เรามองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจน เต็มตา และสวยงามที่สุดค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: หากคุณไม่ชอบอากาศที่หนาวจัดจนเกินไป ยักษ์ทัวร์แนะนำให้เดินทางมาในช่วง ตุลาคมถึงพฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) ค่ะ เพราะนอกจากอากาศจะกำลังเย็นสบายแล้ว คุณจะได้เห็นภาพป่าไม้เปลี่ยนสีเป็นทองตัดกับหิมะแรก และยังมีโอกาสได้ถ่ายภาพแสงเหนือสะท้อนบนผืนน้ำทะเลสาบโทเนทราสก์ (Lake Torneträsk) ที่ยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ซึ่งเป็นมุมมหาชนที่ช่างภาพทั่วโลกอยากมาเก็บภาพในปี 2026 นี้ค่ะ ส่วนใครที่อยากได้ฟีลลิ่งล่าแสงเหนือท่ามกลางหิมะขาวโพลน แนะนำเป็นช่วง ธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งภายในอุทยานจะมีกิจกรรมฤดูหนาวให้ทำร่วมด้วยมากมาย เช่น การนั่งรถลากเลื่อนสุนัขฮัสกี้ หรือการลองตกปลาน้ำแข็งค่ะ


 

2. ทรอมโซ (Tromsø), ประเทศนอร์เวย์
 

สถานีชมวิวดาดฟ้าบนยอดเขาหิมะเปิดไฟสีส้มตัดกับทัศนียภาพแสงออโรร่าสีเขียวพาดผ่านเมืองทรอมโซ

 

เมืองทรอมโซตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ และได้ฉายาว่าเป็น “ประตูสู่อาร์กติก” (Gateway to the Arctic) ที่นี่ถือเป็นพิกัดยอดฮิตอันดับต้นๆ ของเหล่านักล่าแสงเหนือทั่วโลก เพราะเป็นเมืองใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เดินทางสะดวก มีสนามบินในตัว และที่สำคัญคือตั้งอยู่ตรงใจกลางวงแหวนออโรรา (Aurora Oval) พอดี ทำให้มีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นแสงเหนือเต้นรำบนท้องฟ้าค่ะ ยิ่งในปี 2026 นี้ ทรอมโซยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่คึกคักและระบบการพาไปล่าแสงเหนือด้วยทัวร์ท้องถิ่นมีมาตรฐานสูงมากค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนเมษายน
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: เมืองทรอมโซมีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามตระการตา ล้อมรอบด้วยฟยอร์ด (Fjord) และเทือกเขาสูง กิจกรรมไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ การนั่งกระเช้าลอยฟ้า Fjellheisen ขึ้นไปบนยอดเขาสตอร์สไตเนน (Storsteinen) เพื่อชมวิวพาโนรามาของเมืองที่เปิดไฟระยิบระยับตัดกับหิมะขาวโพลน และหากโชคดีก็สามารถยืนชมแสงเหนือจากบนยอดเขาได้เลยค่ะ นอกจากนี้ในตัวเมืองยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามน่ารัก เช่น มหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral) ให้เดินถ่ายรูปสวยๆ และมีกิจกรรมยอดนิยมอย่างการล่องเรือใบเนวิเกชันชมแสงเหนือท่ามกลางฟยอร์ดอีกด้วยนะคะ


 

3. เรคยาวิก (Reykjavik), ประเทศไอซ์แลนด์
 

มหาวิหารหินทรงสูงตระหง่านสไตล์โกธิคเปิดไฟสวยงามภายใต้ฟากฟ้าที่มีปรากฏการณ์ออโรร่าสีเขียวที่เรคยาวิก (โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา)

 

เมืองหลวงของไอซ์แลนด์แห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของเหล่านักล่าแสงเหนือทั่วโลกค่ะ จุดเด่นของเรคยาวิกคือความสะดวกสบายในการเดินทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โรงแรมที่พักและร้านอาหารชั้นเยี่ยมมากมาย สำหรับใครที่อยากชมแสงเหนือในเมือง ก็สามารถไปเช็กอินตามสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ไร้มลภาวะทางแสง หรือหากอยากได้ความเงียบสงบและฉากหลังทางธรรมชาติที่อลังการ ก็สามารถเดินทางออกไปรอบๆ เมือง เช่น อุทยานแห่งชาติซิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park) หรือบริเวณชายหาดแถบคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) ซึ่งห่างจากแสงไฟในเมืองใหญ่ รับรองว่าจะได้เห็นแสงเหนือเต้นรำสะท้อนเงาผืนน้ำอย่างงดงามแน่นอนค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: ไอซ์แลนด์ในปี 2026 นี้ มีบริการทัวร์ล่าแสงเหนือท้องถิ่นให้เลือกหลากหลายรูปแบบมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ด้วยรถบัสขนาดใหญ่ รถซูเปอร์จี๊ป (Super Jeep) สำหรับลุยหิมะ หรือแม้กระทั่งการล่องเรือออกไปชมแสงเหนือกลางทะเลจากท่าเรือเรคยาวิก ซึ่งช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชมแสงเหนือโดยไม่มีแสงไฟรบกวนเลยค่ะ นอกจากนี้ก่อนออกไปล่าแสงเหนือตอนกลางคืน ช่วงกลางวันคุณยังสามารถแวะไปแช่น้ำแร่ร้อนๆ สบายตัวที่ บลูลากูน (Blue Lagoon) หรือสกายลากูน (Sky Lagoon) แลนด์มาร์กชื่อดังได้อีกด้วยนะคะ


 

4. เมืองรูวาเนียมิ (Rovaniemi), ประเทศฟินแลนด์
 

ทัศนียภาพม่านแสงออโรร่าสีเขียวและม่วงบนท้องฟ้าสว่างไสวเหนือรีสอร์ทบ้านพักโดมกระจกอิกลูท่ามกลางป่าสนหิมะที่เมืองรูวาเนียมิ

 

ดินแดนแห่งความฝันอันหนาวเย็นในเขตแลปแลนด์ (Lapland) ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะ "บ้านเกิดอย่างเป็นทางการของซานตาคลอส" (Official Hometown of Santa Claus) และยังเป็นพิกัดล่าแสงเหนือระดับท็อปที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันอยากมาเยือนสักครั้งค่ะ ด้วยความที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ทำให้เมืองนี้ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์และท้องฟ้าที่มืดสนิทในฤดูหนาว เหมาะแก่การรอชมแสงเหนือเป็นที่สุดค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงมีนาคม
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: ความฟินระดับสิบที่เป็นไฮไลท์ของการมาเยือนรูวาเนียมิในปี 2026 นี้ คือการได้เข้าพักใน "กระจกอิกลู" (Glass Igloo) ซึ่งเป็นรีสอร์ทโดมกระจกปรับอุณหภูมิให้อุ่นสบาย ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถนอนมองดูแสงเหนือระยิบระยับเต้นรำบนท้องฟ้าได้จากบนเตียงนอนโดยไม่ต้องทนหนาวเลยค่ะ ส่วนกิจกรรมช่วงกลางวันก็จัดเต็มและน่ารักมากๆ ทั้งการไปเยี่ยมชมหมู่บ้านซานตาคลอสเพื่อถ่ายรูปคู่กับซานตาคลอสตัวจริง, การนั่งรถเลื่อนที่ลากโดยสุนัขฮัสกี้ผู้น่ารัก หรือการลองขี่กวางเรนเดียร์ลุยหิมะค่ะ

 


5. เมืองมูร์มันสค์ (Murmansk), ประเทศรัสเซีย
 

ทิวทัศน์ป่าสนขั้วโลกเหนือที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะใต้กลุ่มม่านแสงออโรร่าสีเขียวสะบัดเต็มท้องฟ้าเมืองมูร์มันสค์

 

มูร์มันสค์ เป็นเมืองท่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศรัสเซีย ความโดดเด่นของเมืองนี้คือการเป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) มากที่สุด จึงทำให้นี่เป็นพิกัดเดียวในรัสเซียที่คุณสามารถมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือได้อย่างงดงามตระการตาค่ะ ข้อดีของการมาล่าแสงเหนือที่มูร์มันสค์คือค่าครองชีพที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับแถบสแกนดิเนเวีย ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์นี้ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้นค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนเมษายน
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: นอกจากการเฝ้ารอชมแสงเหนือในเวลากลางคืนแล้ว มูร์มันสค์ในปี 2026 นี้ ยังมีกิจกรรมฤดูหนาวสไตล์รัสเซียที่น่าตื่นตาตื่นใจให้ร่วมสนุกมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์นั่งรถเลื่อนที่ลากโดยกวางเรนเดียร์ของชาวซามิ (Sami) ชนเผ่าพื้นเมืองโบราณ, การเดินป่าหิมะสัมผัสธรรมชาติอันหนาวเย็น และไฮไลต์สำคัญคือการล่องเรือชมธารน้ำแข็งอันยิ่งใหญ่ รวมถึงการไปเยือนหมู่บ้านเทริเบอร์กา (Teriberka) เมืองชายฝั่งทะเลอาร์กติกที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยแปลกตาค่ะ

 


6. เมืองเยลโลว์ไนฟ์ (Yellowknife), ประเทศแคนาดา
 

ลำแสงออโรร่าสีเขียวและฟ้าพาดผ่านเทือกเขาหิมะและถนนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ในเมืองเยลโลว์ไนฟ์

 

เมืองเยลโลว์ไนฟ์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ (Northwest Territories) ประเทศแคนาดา ที่นี่ได้รับการยกย่องจากเหล่านักเดินทางว่าเป็นหนึ่งในจุดชมแสงเหนือที่ดีที่สุดในโลก และขึ้นชื่อที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือค่ะ เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่ใต้เส้นวงแหวนออโรรา (Aurora Oval) พอดี เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของปรากฏการณ์นี้ ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้บ่อยครั้ง มีความคมชัดสูง และท้องฟ้าเปิดเคลียร์มากจนแทบไม่มีอะไรมาบดบังเลยค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนเมษายน
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: ความพิเศษของการมาล่าแสงเหนือที่เยลโลว์ไนฟ์ในปี 2026 นี้ คือที่นี่มีฤดูกาลชมแสงเหนือที่ยาวนานมากค่ะ หากคุณมาในช่วงปลายสิงหาคมถึงตุลาคม จะได้เห็นแสงเหนือเต้นรำสะท้อนบนผืนน้ำทะเลสาบเกรตสเลฟ (Great Slave Lake) อันกว้างใหญ่ แต่หากมาในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ธันวาคมเป็นต้นไป ทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งหนาจนเปิดเป็นถนนน้ำแข็ง (Ice Road) ให้เราได้ลงไปทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น การนั่งรถเลื่อนสุนัขฮัสกี้ลุยหิมะ และการตกปลาน้ำแข็งท่ามกลางบรรยากาศหนาวสะใจค่ะ

 


7. เมืองแฟร์แบงก์ (Fairbanks), รัฐอลาสกา, สหรัฐอเมริกา
 

ทิวสนขั้วโลกเหนือเรียงรายปกคลุมด้วยหิมะขาวภายใต้ท้องฟ้ามืดมิดที่มีแถบแสงออโรร่าสีเขียวส่องสว่างเมืองแฟร์แบงก์

 

เมืองแฟร์แบงก์ ตั้งอยู่ใจกลางดินแดนแห่งหิมะอันกว้างใหญ่ในรัฐอลาสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมมา ชมแสงเหนือ กันมากค่ะ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ภายใต้เส้นวงแหวนออโรรา (Aurora Oval) เช่นเดียวกับแคนาดา ทำให้อัตราการพบเห็นแสงเหนือที่นี่สูงลิ่ว และหากคุณพักอยู่ในเมืองนี้ติดต่อกันอย่างน้อย 3 คืน ก็มีโอกาสเห็นแสงเหนือเคลื่นไหวบนท้องฟ้าสูงถึง 90% เลยทีเดียวค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนเมษายน
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: เสน่ห์ของการมาล่าแสงเหนือที่แฟร์แบงก์ในปี 2026 นี้ คือการผสมผสานทริปดูแสงเหนือเข้ากับกิจกรรมพักผ่อนระดับพรีเมียมค่ะ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยคือการไปแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติกลางแจ้งที่ "เชนาฮอตสปริงส์" (Chena Hot Springs Resort) นอนแช่น้ำอุ่นๆ ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบและหิมะขาวโพลนรอบตัว และในช่วงค่ำก็รอชมแสงเหนือพาดผ่านฟากฟ้าจากบริเวณรีสอร์ทได้เลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนั่งรถเลื่อนสุนัขฮัสกี้ รวมถึงการเข้าชมพิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (Aurora Ice Museum) และพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นเมืองอลาสกาที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วยนะคะ

 


8. ลองเยียร์เบียน (Longyearbyen), หมู่เกาะสฟาลบาร์ด, ประเทศนอร์เวย์
 

บ้านกระท่อมไม้ซุง Log Cabin ท่ามกลางทุ่งหิมะและม่านแสงออโรร่าสีเขียวอมม่วงที่ลองเยียร์เบียน

 

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ล่าแสงเหนือที่แปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร ยักษ์ทัวร์ขอแนะนำ "ลองเยียร์เบียน" ศูนย์กลางการปกครองของหมู่เกาะสฟาลบาร์ด ประเทศนอร์เวย์ค่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองตั้งถิ่นฐานถาวรที่อยู่ "เหนือสุดของโลก" ตั้งอยู่ในหุบเขาริมฝั่งฟยอร์ดที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงชันและธารน้ำแข็งอันยิ่งใหญ่ บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบ ธรรมชาติยังคงบริสุทธิ์และสมบูรณ์มากๆ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพิกัดชมแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งเลยค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: ความพิเศษสุดๆ ของลองเยียร์เบียนในปี 2026 นี้ คือในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม) จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Polar Night" หรือช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดสนิทตลอด 24 ชั่วโมงยาวนานหลายสัปดาห์ค่ะ ซึ่งข้อดีคือทำให้เรามีโอกาส ชมแสงเหนือ ได้ตั้งแต่ช่วงกลางวันเลยค่ะ! ส่วนกิจกรรมท้าความหนาวก็มีให้เลือกทำเยอะมาก ทั้งการนั่งรถเลื่อนสุนัขฮัสกี้ลุยราตรีกาล, การล่องเรือชมธารน้ำแข็งและวาฬในมหาสมุทรอาร์กติก รวมถึงการแวะไปเช็กอินที่พิพิธภัณฑ์สฟาลบาร์ดเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของดินแดนขั้วโลกเหนือแห่งนี้ค่ะ

 


9. เมืองคีร์เคนส์ (Kirkenes), ประเทศนอร์เวย์
 

กระท่อมทรงโดมหลังคาสูงสไตล์ชนเผ่าพื้นเมืองตั้งอยู่ริมหุบเขาและม่านแสงออโรร่าสีเขียวโค้งมนที่เมืองคีร์เคนส์ (Snowhotel Kirkenes)

 

เมืองคีร์เคนส์ เป็นเมืองท่าและเมืองเหมืองแร่เก่าเล็กๆ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสุดขอบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศนอร์เวย์ โดยมีอาณาเขตติดกับชายแดนประเทศรัสเซียค่ะ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งพิกัดในนอร์เวย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในการมา ล่าแสงเหนือ เนื่องจากตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือปรากฏบนท้องฟ้าบ่อยครั้งท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ และทัศนียภาพของเมืองที่สวยงามคลาสสิกราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดในเทพนิยายเลยค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: ไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของการมาเยือนคีร์เคนส์ในปี 2026 คือการเข้าพักใน "โรงแรมน้ำแข็ง" (Snowhotel Kirkenes) ที่สร้างและแกะสลักขึ้นจากน้ำแข็งและหิมะอย่างงดงามตระการตา ซึ่งจะมีโซนห้องพักแบบอบอุ่นและแบบโดมกระจกที่ทำให้คุณสามารถชมแสงเหนือจากในห้องพักได้เลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมยอดฮิตอย่าง "King Crab Safari" หรือการนั่งรถเลื่อนหิมะออกไปเจาะน้ำแข็งเพื่อจับปูยักษ์แอตแลนติกเรดคิงแคร็บบนทะเลสาบน้ำแข็ง นำมาปรุงสดๆ ทานกันแบบฟินๆ อีกด้วยนะคะ


 

10. หมู่เกาะเชตแลนด์ (Shetland), ประเทศสกอตแลนด์
 

เรือประมงชายฝั่งจอดเรียงรายริมทะเลสาบสะท้อนเงาแนวแสงออโรร่าสีเขียวจางๆ บนเส้นขอบฟ้าหมู่เกาะเชตแลนด์

 

ปิดท้ายพิกัดล่าแสงเหนือสุดท้ายที่ยักษ์ทัวร์ภูมิใจนำเสนอ แม้ว่าสหราชอาณาจักร (UK) อาจไม่ใช่จุดหมายแรกที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงออโรร่า แต่ขอบอกเลยว่า "หมู่เกาะเชตแลนด์" ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศสกอตแลนด์ เป็นพิกัดลับที่มหัศจรรย์มากค่ะ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับแถบสแกนดิเนเวีย หากวันไหนที่ทัศนวิสัยดี ท้องฟ้ามืดสนิทและไร้เมฆหมอก ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นแสงเหนือเต้นระบำพาดผ่านปราสาทโบราณและโขดหินชายฝั่งทะเล ซึ่งชาวท้องถิ่นที่นี่จะเรียกแสงเหนือด้วยชื่อสุดน่ารักว่า "Mirrie Dancers" ค่ะ

  • ช่วงเดือนที่แนะนำสำหรับการล่าแสงเหนือ: ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์
  • ไฮไลท์อัปเดตปี 2026: ความโดดเด่นของการมาชมแสงเหนือที่หมู่เกาะเชตแลนด์ในปี 2026 นี้ คือการได้ภาพถ่ายแสงเหนือที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยการมีฉากหน้าเป็นภูมิประเทศแบบหุบเขาชายฝั่งทะเลสไตล์สก็อตแลนด์ ประภาคารโบราณ หรือฝูงม้าแคระเชตแลนด์ (Shetland Ponies) สุดน่ารัก ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ไร้มลภาวะทางแสงจากเมืองใหญ่ ถือเป็นพิกัดลับที่สายถ่ายภาพและนักเดินทางยุคใหม่ตามหากันมากในปีนี้ค่ะ

 


 

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องน่ารู้ก่อนไปล่าแสงเหนือ

Q: แสงเหนือเกิดจากอะไร มีกี่สี และทำไมถึงมองเห็นได้แค่บางพื้นที่? 

A: แสงเหนือเกิดจาก อนุภาคไฟฟ้าจากลมสุริยะที่ถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ เดินทางมาปะทะกับสนามแม่เหล็กและก๊าซในชั้นบรรยากาศโลกค่ะ พลังงานจากการชนนี้ทำให้ก๊าซเรืองแสงออกมาเป็นสีสันต่างๆ บนท้องฟ้า โดยก๊าซออกซิเจนจะให้ สีเขียว (พบเห็นได้บ่อยที่สุด) และ สีแดง ส่วนก๊าซไนโตรเจนจะให้ สีชมพู มะปราง และสีม่วง ค่ะ และที่มองเห็นได้แค่บางพื้นที่ เพราะสนามแม่เหล็กโลกจะดึงดูดอนุภาคเหล่านี้เข้าสู่บริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้เท่านั้น ปรากฏการณ์นี้จึงเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศแถบละติจูดสูงๆ ค่ะ

Q: แสงเหนืออยู่ประเทศอะไรบ้าง และพิกัดไหนเดินทางง่าย สะดวกสบายที่สุด?

A: หากถามว่า แสงเหนืออยู่ประเทศอะไร บ้าง ประเทศยอดนิยมในเขตวงแหวนออโรรา (Aurora Oval) ที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจน ได้แก่ นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์, ฟินแลนด์, สวีเดน, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา (อลาสกา) และรัสเซีย ค่ะ ซึ่งถ้าเน้นเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีทัวร์ท้องถิ่นรองรับมาตรฐานสูง ยักษ์ทัวร์ขอแนะนำ เมืองทรอมโซ (นอร์เวย์), เมืองเรคยาวิก (ไอซ์แลนด์) และเมืองรูวาเนียมิ (ฟินแลนด์) เป็นพิกัดแรกๆ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั่วไปและครอบครัวมากที่สุดค่ะ

Q: วางแผนไปล่าแสงเหนือเดือนไหนดีที่สุด และมีนาคมยังทันไหม?

A: หากอยากรู้ว่าควรไป แสงเหนือเดือนไหนดี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน ของทุกปีค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ท้องฟ้าในแถบขั้วโลกเหนือจะมืดสนิท ยาวนาน และมีโอกาสที่ฟ้าจะเปิดเคลียร์ ไร้เมฆบัง โดยสำหรับเดือน มีนาคม ขอบอกเลยว่า ยังทันและเป็นช่วงที่ดีมากค่ะ เนื่องจากเป็นช่วง Spring Equinox (วิษุวัต) ซึ่งตามสถิติแล้วจะเป็นช่วงที่เกิดพายุสุริยะบ่อยครั้ง ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือระเบิดเป็นลำแสงเข้มข้นสะบัดเต็มท้องฟ้า แถมอากาศยังเริ่มอุ่นขึ้นกว่าช่วงกลางฤดูหนาว เดินทางท่องเที่ยวได้สบายตัวขึ้นด้วยค่ะ

 

 


ทั้งหมดนี้คือ 10 พิกัดชมแสงเหนือที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งปี 2026 นี้ ถือเป็นช่วงที่แสงเหนือสวยและเห็นง่ายที่สุดในรอบ 11 ปีเลยค่ะ! สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสความมหัศจรรย์นี้สักครั้ง แต่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องการวางแผน เดินทาง หรือขอวีซ่า ให้ ยักษ์ทัวร์ ดูแลนะคะ เรามีโปรแกรมทัวร์ล่าแสงเหนือครบทุกเส้นทางไฮไลท์ กินหรู อยู่สบาย พร้อมไกด์มืออาชีพดูแลตลอดทริป เพียงแค่แพ็กกระเป๋าแล้วเดินทางไปฟินด้วยกันได้เลยค่ะ สนใจทริปไหนทักมาคุยกับยักษ์ทัวร์ได้เลยนะคะนะคะ! 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/10589

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved