Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

เที่ยวจอร์เจีย สัมผัสบรรยากาศยุโรปวิวหลักล้าน พร้อมพิกัดที่ต้องไปในปี 2026

2 มีนาคม 2569
YakTour Blog
เปิด 7 พิกัด เที่ยวจอร์เจีย ปี 2026 สัมผัสบรรยากาศยุโรปวิวหลักล้านแบบไม่ต้องขอวีซ่า

ลืมการไปยุโรปที่ต้องง้อวีซ่าและจ่ายแพงไปได้เลย เพราะการเลือก เที่ยวจอร์เจีย ในปี 2026 คือการเปิดประตูสู่ดินแดนเทือกเขาคอเคซัสที่สวยจนโลกตะลึง ประเทศสองทวีปแห่งนี้มาพร้อมกับบรรยากาศสุดคลาสสิกและ ที่เที่ยวจอร์เจีย ระดับมรดกโลกที่พร้อมจะเปลี่ยนวันหยุดของคุณให้กลายเป็นภาพฝัน ไม่ว่าคุณกำลังสงสัยว่าควรจองตั๋วมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ขอบอกเลยว่าความลงตัวของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่นี่พร้อมสะกดใจคุณได้ทุกฤดูกาล ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต่างพากันเช็คอิน ตามพี่ยักษ์มาดูความมหัศจรรย์ของประเทศนี้กันค่ะ ว่าทำไมในปี 2026 จอร์เจียถึงกลายเป็น Bucket List อันดับ 1 ของนักเดินทางทั่วโลก


10 เหตุผลที่ทำให้การ เที่ยวจอร์เจีย เป็นทริปในฝันที่คุณต้องไปสัมผัส

  1. ฟรีวีซ่า อยู่ได้นานจุใจ: พาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางไป เที่ยวจอร์เจีย ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ได้นานถึง 365 วันต่อครั้ง สะดวกสบายตอบโจทย์นักเดินทางสุดๆ ค่ะ
     
  2. ค่าครองชีพแสนเป็นมิตร: ค่าเงินลารี (GEL) ทำให้เรากินเที่ยวได้แบบไม่กระเป๋าฉีก เพราะค่าครองชีพใกล้เคียงกับบ้านเรามาก แต่ได้คุณภาพชีวิตและวิวระดับยุโรป
     
  3. สัมผัสเสน่ห์ครบทุกฤดูกาล: ไม่ว่าคุณจะแพลนมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ที่นี่ก็สวยทุกช่วง ทั้งสกีรีสอร์ตในหน้าหนาว ดอกไม้บานในใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก
     
  4. สถาปัตยกรรมอลังการ: ดินแดนแห่งคริสต์ออร์โธดอกซ์ที่มีโบสถ์และปราสาทเก่าแก่กว่า 2,500 ปี กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ให้เราได้เดินถ่ายรูปกันแบบไม่มีเบื่อ
     
  5. วัฒนธรรมและภาษาที่มีเอกลักษณ์: จอร์เจียมีภาษาเขียนและวัฒนธรรมที่เป็นของตัวเองอย่างเหนียวแน่น เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้เหล่านักท่องเที่ยวอยากเข้ามาทำความรู้จัก
     
  6. ที่เที่ยวจอร์เจีย มีครบทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์: จากโบสถ์เกอร์เกติบนยอดเขาสูง ไปจนถึงหมู่บ้านจูทาที่เป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ที่นี่รวมความมหัศจรรย์ไว้ในที่เดียว
     
  7. สวรรค์ของคนรักอาหารท้องถิ่น: ต้องลอง "คินคาลี" (เสี่ยวหลงเปาจอร์เจีย) และ "คาจาปูรี" ขนมปังชีสเยิ้มๆ รับรองว่าถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ
     
  8. มิตรภาพจากชาวจอร์เจีย: ผู้คนที่นี่อัธยาศัยดีและยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความอบอุ่น
     
  9. การเดินทางที่สะดวกสบาย: แม้จะยังไม่มีบินตรง แต่การต่อเครื่องไปยังทบิลิซีนั้นง่ายมาก มีสายการบินชั้นนำให้เลือกเพียบ พร้อมพาคุณโบยบินสู่ดินแดนคอเคซัส
     
  10. ต้นกำเนิดไวน์เก่าแก่ของโลก: ปิดท้ายด้วยการจิบไวน์รสเลิศที่ผลิตด้วยกรรมวิธีโบราณกว่า 8,000 ปี ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO ว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม


เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี? อัปเดตสภาพอากาศและอุณหภูมิ

จะไป เที่ยวจอร์เจีย ทั้งที การเช็กสภาพอากาศและอุณหภูมิเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะแต่ละช่วงให้ฟีลที่ต่างกันชัดเจน ใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าควรมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ลองมาดูสรุปสภาพอากาศและอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละฤดูกาลกันค่ะ

  • ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.):  อุณหภูมิ -3 ถึง 10 องศาเซลเซียส อากาศหนาวสะใจและมีหิมะปกคลุมหนาแน่น เหมาะสำหรับสายสกีและคนที่อยากเห็นวิวเทือกเขาขาวโพลนแบบยุโรป โดยบนยอดเขาอาจมีอุณหภูมิติดลบได้ถึง -15 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
     
  • ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.): อุณหภูมิ 10 ถึง 24 องศาเซลเซียส อากาศเริ่มอุ่นขึ้น เดินเที่ยวสบาย ดอกไม้ผลิบาน ทุ่งหญ้ากลับมาเขียวขจี เป็นช่วงที่ ที่เที่ยวจอร์เจีย ดูสดชื่นและมีชีวิตชีวาที่สุด
     
  • ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.): อุณหภูมิ 20 ถึง 35 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าสดใส แดดแรงแต่ถ่ายรูปสวยมาก เหมาะกับการขึ้นไปรับลมเย็นบนเขาสูงซึ่งอากาศจะยังคงเย็นสบายประมาณ 15 - 20 องศาเซลเซียส ตลอดวัน
     
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.): อุณหภูมิ 10 ถึง 25 องศาเซลเซียส ช่วงที่แนะนำที่สุดเพราะอากาศเย็นกำลังฟิน วิวใบไม้เปลี่ยนสีส้มทองทั่วทั้งประเทศ และเป็นฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นด้วยค่ะ


เปิด 10 พิกัด ที่เที่ยวจอร์เจีย สัมผัสบรรยากาศยุโรปแบบไม่ต้องขอวีซ่า
 

1. โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church)

 

โบสถ์กอร์เกติเป็นโบสภ์เก่าแก่บนยอดเขาสูงท่ามกลางเทือกเขาคอเคซัส หนึ่งในที่เที่ยวจอร์เจียที่สวยที่สุดในโลก

 

เริ่มต้นการ เที่ยวจอร์เจีย กันที่ โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church) หรือในภาษาจอร์เจียนคือ โบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 600 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในโลก ด้วยทำเลที่ตั้งบนภูเขาสูงกว่า 2,170 เมตร ภายใต้ยอดเขา Kazbegi ใกล้กับหมู่บ้าน Gergeti ในเมือง Stepantsminda ทำให้มีฉากหลังเป็นเทือกเขาคอเคซัสที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ตัวโบสถ์สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 นอกจากจะเป็นศาสนสถานสำคัญแล้ว ในอดีตยังเคยเป็นสถานที่หลบภัยยามถูกรุกรานอีกด้วย บอกเลยว่าวิวสองข้างทางระหว่างขึ้นไปบนโบสถ์นั้นสวยสะกดใจจนลืมหายใจเลยทีเดียว
 

2. อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย (Russia–Georgia Friendship Monument)

 

จิตรกรรมภาพวาดบนกระเบื้องสีสันสดใส บนกำแพงหินโค้ง ณ อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย จุดชมวิวเมืองกูดาอูรีที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของประเทศ

 

สำหรับการมา เที่ยวจอร์เจีย ทริปนี้ ไม่พลาดที่จะพาทุกคนไปชมวิวเทือกเขาคอเคซัสกันแบบ 360 องศา พร้อมชมสถาปัตยกรรมศิลปะโซเวียตกันที่ อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย หรือที่เรียกกันในภาษาคนท้องถิ่นว่า Gudauri View Point ค่ะ ที่นี่มีลักษณะเป็นกำแพงหินโค้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขา โดดเด่นด้วยจิตรกรรมภาพวาดบนกระเบื้องสีสันสดใสที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจอร์เจียและรัสเซีย เมื่อตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขาสูงชันบอกเลยว่าสวยงามและดูขลังสุดๆ 
 

3. ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress)

 

ทัศนียภาพป้อมอนานูรี ป้อมปราการหินโบราณที่มีกำแพงล้อมรอบริมอ่างเก็บน้ำซินวาลีสีฟ้าสวยสะดุดตา

 

ถัดมาคือ ที่เที่ยวจอร์เจีย ยอดฮิตอย่าง ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Aragvi อย่างสง่างาม ป้อมปราการที่มีกำแพงล้อมรอบแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16-17 โดย Duke of Aragvi เพื่อใช้เป็นป้อมปราการหลบภัยในยามสงคราม ภายในมีโบสถ์และหอคอยที่ถูกสร้างไว้อย่างอลังการ ส่วนด้านล่างจะมองเห็นอ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) สีฟ้าสวย ซึ่งทำหน้าที่ส่งต่อน้ำไปยังเมืองหลวงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ใครที่มีโอกาสได้มาเยือนจอร์เจียในปี 2026 นี้ อย่าลืมแวะมาเก็บภาพความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของป้อมอนานูรีกันนะคะ
 

4. เมืองบอร์จอมี (Borjomi)

 

อาคารสไตล์ยุโรปสีสันสวยงามในยามค่ำคืน ณ  เมืองบอร์จอมีซึ่งเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงด้านน้ำแร่ธรรมชาติ

 

พาไปเปลี่ยนบรรยากาศที่เมืองตากอากาศยอดฮิตของชาวจอร์เจียกันที่ เมืองบอร์จอมี (Borjomi) ค่ะ เมืองนี้มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องของน้ำแร่ธรรมชาติและการแช่น้ำร้อน ซึ่งมีผลวิจัยรองรับว่าช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารและโรคเบาหวานได้ จนมีการส่งออกน้ำแร่บรรจุขวดไปขายทั่วโลกเลยทีเดียว ที่นี่เหมาะมากสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจ เพราะนอกจากจะได้ทำสปาน้ำแร่แล้ว คุณยังจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และอากาศที่บริสุทธิ์สดชื่น รวมถึงมีเส้นทางนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปชมวิวเมืองจากมุมสูงบนยอดเขาอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาทริป เที่ยวจอร์เจีย ที่ได้ฟีลพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบเต็มปอด ต้องไม่พลาดที่นี่เลยค่ะ
 

5. เมืองโบราณอุพลิสชิเค (Uplistsikhe)

 

มรดกโลกเมืองถ้ำโบราณอุพลิสซิเค ที่เกิดจากการเจาะภูเขาหิน สะท้อนอารยธรรมเก่ายุคหินในจอร์เจีย

 

สัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองถ้ำโบราณที่มีอายุกว่า 3,000 ปีอย่าง เมืองโบราณอุพลิสชิเค (Uplistsikhe) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ค่ะ สถานที่แห่งนี้สะท้อนอารยธรรมตั้งแต่นุคหินผ่านการเจาะภูเขาหินจนลึกเข้าไปเป็นถ้ำขนาดใหญ่ และเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนขนาดใหญ่ที่มีครบทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า โบสถ์ และคุก นอกจากการเดินชมความสวยงามทางประวัติศาสตร์แล้ว บริเวณโดยรอบยังมีวิวเทือกเขาและสายน้ำมิกวาริที่ไหลผ่านอย่างสวยงาม ใครที่มา เที่ยวจอร์เจีย แล้วอยากย้อนเวลากลับไปดูความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษชาวจอร์เจีย บอกเลยว่าห้ามพลาดที่นี่เด็ดขาด
 

6. มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งทบิลิซี (Holy Trinity Cathedral of Tbilisi / Sameba)

 

 มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งทบิลิซี ดีไซน์อลังการพร้อมยอดโดมสีทองที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองหลวง

 

ไปต่อกันที่ ที่เที่ยวจอร์เจีย ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศอย่าง มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งทบิลิซี หรือที่เรียกกันติดปากว่า Sameba ค่ะ ตั้งอยู่โดดเด่นใจกลางเมืองหลวง สร้างขึ้นในช่วงปี 1995-2004 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 1,500 ปีของคริสตจักรออร์โธดอกซ์จอร์เจีย และยังครองตำแหน่งวิหารออร์โธดอกซ์ที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย ด้วยความสวยงามอลังการของสถาปัตยกรรมและยอดโดมสีทองอร่ามที่มองเห็นได้จากแทบทุกมุมเมือง ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องแวะมาชมความงดงามด้วยตาตัวเอง ว่ากันว่าถ้าใครมาจอร์เจียแล้วไม่ได้มาเยือนมหาวิหารแห่งนี้ ก็เหมือนมาไม่ถึงจอร์เจียจริงๆ ค่ะ
 

7. สะพานสันติภาพ (The Bridge of Peace) 

 

 สะพานสันติภาพ(The Bridge of Peace) ดีไซน์ล้ำสมัยเหนือแม่น้ำมิกวาริ พิกัดเช็กอินห้ามพลาดเมื่อมา เที่ยวจอร์เจีย

 

ปิดท้ายการ เที่ยวจอร์เจีย ในเขตเมืองหลวงกันที่ สะพานสันติภาพ (The Bridge of Peace) สะพานคนเดินดีไซน์ล้ำสมัยรูปทรงโค้งมนที่ดูโดดเด่นแปลกตา ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี Michele De Lucchi สะพานแห่งนี้มีความยาว 150 เมตร เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่าและสวนสาธารณะ Rike Park เข้าด้วยกัน ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกดินไปจนถึงตอนกลางคืน เพราะจะมีการเปิดไฟ LED แสดงแสงสีระยิบระยับบนหลังคากระจกนานถึง 90 นาที ซึ่งคุณสามารถชมความสวยงามของสะพานแห่งนี้ได้จากหลายมุมเมือง หรือจะนั่งกระเช้าชมวิวจากมุมสูงลงมาก็สวยงามและพิเศษสุดๆ เลยค่ะ
 

8. หุบเขาจูทา (Juta Valley)

 

นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวทุ่งหญ้าและยอดเขาหินแหลม Chaukhi ที่หุบเขาจูทา (Juta Valley) จอร์เจีย

 

ยกให้เป็น ที่เที่ยวจอร์เจีย สำหรับสายรักธรรมชาติอย่างแท้จริง กับ หุบเขาจูทา (Juta Valley) ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งจอร์เจีย" ไฮไลท์ของที่นี่คือเส้นทางเดินเทรลสั้นๆ ที่ไม่ลำบากจนเกินไป พาคุณมุ่งหน้าสู่ยอดเขา Chaukhi ที่มีลักษณะแหลมคมเป็นเอกลักษณ์ ตลอดทางคุณจะได้พบกับทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างขวาง ลำธารใส และฝูงม้าที่ปล่อยตามธรรมชาติ เป็นพิกัดที่เงียบสงบและถ่ายรูปออกมาสวยเหมือนภาพวาดในนิตยสาร ใครที่อยากมาสูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวภูเขาแบบพาโนรามา ต้องจดที่นี่ลงในลิสต์ด่วนเลย
 

9. เมืองซิกนากี (Sighnaghi)

 

วิวเมืองซิกนากี (Sighnaghi) บนเนินเขาโดดเด่นด้วยบ้านหลังคาสีแดงสไตล์อิตาลีตัดกับทัศนียภาพหุบเขา Alazani

 

สัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกกันที่ เมืองซิกนากี (Sighnaghi) เมืองเล็กๆ บนเนินเขาในแคว้นคาเคติ (Kakheti) ที่ได้ฉายาว่า "City of Love" เมืองนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลีที่มีหลังคาสีแดงอิฐตัดกับวิวหุบเขา Alazani อันกว้างใหญ่ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการเดินชมกำแพงเมืองโบราณที่ทอดยาวเลาะขอบเขา ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ซิกนากียังตั้งอยู่ในเขตแหล่งผลิตไวน์ที่ดีที่สุดของประเทศอีกด้วย หากคุณมา เที่ยวจอร์เจีย แล้วอยากเดินเล่นในเมืองที่เหมือนหลุดออกมาจากยุคกลาง พร้อมจิบไวน์รสเลิศท่ามกลางวิวหลักล้าน บอกเลยว่าเมืองนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักจนไม่อยากกลับเลยล่ะค่ะ
 

10. เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia)

 

แท่งเสาหินแกะสลักสีดำขนาดยักษ์ของ เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเลสาบทบิลิซี

 

ปิดท้ายพิกัด ที่เที่ยวจอร์เจีย กันที่ เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) เป็นแลนด์มาร์คสุดยิ่งใหญ่ที่ได้รับฉายาว่า "สโตนเฮนจ์แห่งจอร์เจีย" อนุสรณ์สถานแห่งนี้ประกอบไปด้วยแท่งเสาเหล็กสีดำทมิฬขนาดมหึมาจำนวน 16 ต้น แต่ละต้นมีความสูงถึง 30-35 เมตร แกะสลักลวดลายเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ วีรบุรุษ และเรื่องราวทางศาสนาของจอร์เจีย ผลงานชิ้นเอกของศิลปินชื่อดัง Zurab Tsereteli ที่นี่ยังตั้งอยู่บนเนินเขาสูงทำให้มองเห็นวิวเมืองทบิลิซีและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า "ทะเลสาบทบิลิซี" ได้แบบกว้างไกลสุดสายตา ถือเป็นพิกัดที่มีความขลังและอลังการมากทีเดียว

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวจอร์เจีย 2026

Q: เที่ยวจอร์เจียต้องใช้วีซ่าไหม?
A: คนไทยสามารถเที่ยวจอร์เจียได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa) และพำนักอยู่ได้นานถึง 365 วันต่อครั้ง เพียงมีพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนก็เดินทางได้ทันทีค่ะ

Q: เที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดีที่สุด?
A: หากชอบใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำช่วง กันยายน - พฤศจิกายน ค่ะ แต่ถ้าอยากสัมผัสหิมะและเล่นสกี ช่วง ธันวาคม - กุมภาพันธ์ จะสวยที่สุด ส่วนสายดอกไม้ป่าต้องมาช่วง เมษายน - มิถุนายน ค่ะ

Q: ค่าครองชีพที่จอร์เจียแพงไหม?
A: ไม่แพงเลยค่ะ ค่าครองชีพใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก งบประมาณเฉลี่ยต่อวัน (รวมที่พักและอาหาร) เริ่มต้นเพียง 1,500 - 2,500 บาท แต่การเดินทางข้ามเมืองหรือขึ้นยอดเขาสูงอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงเรื่องค่ารถที่ค่อนข้างสูงหากไปน้อยคน การเลือกไปกับทัวร์จึงช่วยให้คุณคุมงบได้แม่นยำกว่า ได้กินหรูอยู่สบายในราคาสมาชิกกลุ่มที่คุ้มค่ากว่าไปเองแน่นอนค่ะ

 


การเลือกมา เที่ยวจอร์เจีย ในปี 2026 คือการเปิดประสบการณ์ชมวิวหลักล้านในราคาที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ เพราะที่นี่มีทั้งสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกและ ที่เที่ยวจอร์เจีย ระดับโลกที่พร้อมสะกดสายตาคุณในทุกฤดูกาล ไม่ว่าคุณจะเลือกมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี พี่ยักษ์ขอยืนยันว่าดินแดนสองทวีปแห่งนี้จะสร้างความประทับใจให้คุณแบบไม่รู้จบแน่นอน  ใครที่พร้อมออกเดินทางแต่ไม่อยากวางแผนเองให้เหนื่อย จองทัวร์จอร์เจียกับยักษ์ทัวร์ได้เลย เราพร้อมดูแลคุณตลอดทริปเลยค่ะ! 
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved