เที่ยวจอร์เจีย สัมผัสบรรยากาศยุโรปวิวหลักล้าน พร้อมพิกัดที่ต้องไปในปี 2026

ลืมการไปยุโรปที่ต้องง้อวีซ่าและจ่ายแพงไปได้เลย เพราะการเลือก เที่ยวจอร์เจีย ในปี 2026 คือการเปิดประตูสู่ดินแดนเทือกเขาคอเคซัสที่สวยจนโลกตะลึง ประเทศสองทวีปแห่งนี้มาพร้อมกับบรรยากาศสุดคลาสสิกและ ที่เที่ยวจอร์เจีย ระดับมรดกโลกที่พร้อมจะเปลี่ยนวันหยุดของคุณให้กลายเป็นภาพฝัน ไม่ว่าคุณกำลังสงสัยว่าควรจองตั๋วมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ขอบอกเลยว่าความลงตัวของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่นี่พร้อมสะกดใจคุณได้ทุกฤดูกาล ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต่างพากันเช็คอิน ตามพี่ยักษ์มาดูความมหัศจรรย์ของประเทศนี้กันค่ะ ว่าทำไมในปี 2026 จอร์เจียถึงกลายเป็น Bucket List อันดับ 1 ของนักเดินทางทั่วโลก
10 เหตุผลที่ทำให้การ เที่ยวจอร์เจีย เป็นทริปในฝันที่คุณต้องไปสัมผัส
- ฟรีวีซ่า อยู่ได้นานจุใจ: พาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางไป เที่ยวจอร์เจีย ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ได้นานถึง 365 วันต่อครั้ง สะดวกสบายตอบโจทย์นักเดินทางสุดๆ ค่ะ
- ค่าครองชีพแสนเป็นมิตร: ค่าเงินลารี (GEL) ทำให้เรากินเที่ยวได้แบบไม่กระเป๋าฉีก เพราะค่าครองชีพใกล้เคียงกับบ้านเรามาก แต่ได้คุณภาพชีวิตและวิวระดับยุโรป
- สัมผัสเสน่ห์ครบทุกฤดูกาล: ไม่ว่าคุณจะแพลนมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ที่นี่ก็สวยทุกช่วง ทั้งสกีรีสอร์ตในหน้าหนาว ดอกไม้บานในใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก
- สถาปัตยกรรมอลังการ: ดินแดนแห่งคริสต์ออร์โธดอกซ์ที่มีโบสถ์และปราสาทเก่าแก่กว่า 2,500 ปี กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ให้เราได้เดินถ่ายรูปกันแบบไม่มีเบื่อ
- วัฒนธรรมและภาษาที่มีเอกลักษณ์: จอร์เจียมีภาษาเขียนและวัฒนธรรมที่เป็นของตัวเองอย่างเหนียวแน่น เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้เหล่านักท่องเที่ยวอยากเข้ามาทำความรู้จัก
- ที่เที่ยวจอร์เจีย มีครบทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์: จากโบสถ์เกอร์เกติบนยอดเขาสูง ไปจนถึงหมู่บ้านจูทาที่เป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ที่นี่รวมความมหัศจรรย์ไว้ในที่เดียว
- สวรรค์ของคนรักอาหารท้องถิ่น: ต้องลอง "คินคาลี" (เสี่ยวหลงเปาจอร์เจีย) และ "คาจาปูรี" ขนมปังชีสเยิ้มๆ รับรองว่าถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ
- มิตรภาพจากชาวจอร์เจีย: ผู้คนที่นี่อัธยาศัยดีและยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความอบอุ่น
- การเดินทางที่สะดวกสบาย: แม้จะยังไม่มีบินตรง แต่การต่อเครื่องไปยังทบิลิซีนั้นง่ายมาก มีสายการบินชั้นนำให้เลือกเพียบ พร้อมพาคุณโบยบินสู่ดินแดนคอเคซัส
- ต้นกำเนิดไวน์เก่าแก่ของโลก: ปิดท้ายด้วยการจิบไวน์รสเลิศที่ผลิตด้วยกรรมวิธีโบราณกว่า 8,000 ปี ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO ว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี? อัปเดตสภาพอากาศและอุณหภูมิ
จะไป เที่ยวจอร์เจีย ทั้งที การเช็กสภาพอากาศและอุณหภูมิเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะแต่ละช่วงให้ฟีลที่ต่างกันชัดเจน ใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าควรมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี ลองมาดูสรุปสภาพอากาศและอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละฤดูกาลกันค่ะ
- ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.): อุณหภูมิ -3 ถึง 10 องศาเซลเซียส อากาศหนาวสะใจและมีหิมะปกคลุมหนาแน่น เหมาะสำหรับสายสกีและคนที่อยากเห็นวิวเทือกเขาขาวโพลนแบบยุโรป โดยบนยอดเขาอาจมีอุณหภูมิติดลบได้ถึง -15 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.): อุณหภูมิ 10 ถึง 24 องศาเซลเซียส อากาศเริ่มอุ่นขึ้น เดินเที่ยวสบาย ดอกไม้ผลิบาน ทุ่งหญ้ากลับมาเขียวขจี เป็นช่วงที่ ที่เที่ยวจอร์เจีย ดูสดชื่นและมีชีวิตชีวาที่สุด
- ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.): อุณหภูมิ 20 ถึง 35 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าสดใส แดดแรงแต่ถ่ายรูปสวยมาก เหมาะกับการขึ้นไปรับลมเย็นบนเขาสูงซึ่งอากาศจะยังคงเย็นสบายประมาณ 15 - 20 องศาเซลเซียส ตลอดวัน
- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.): อุณหภูมิ 10 ถึง 25 องศาเซลเซียส ช่วงที่แนะนำที่สุดเพราะอากาศเย็นกำลังฟิน วิวใบไม้เปลี่ยนสีส้มทองทั่วทั้งประเทศ และเป็นฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นด้วยค่ะ
เปิด 10 พิกัด ที่เที่ยวจอร์เจีย สัมผัสบรรยากาศยุโรปแบบไม่ต้องขอวีซ่า
1. โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church)

เริ่มต้นการ เที่ยวจอร์เจีย กันที่ โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church) หรือในภาษาจอร์เจียนคือ โบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 600 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในโลก ด้วยทำเลที่ตั้งบนภูเขาสูงกว่า 2,170 เมตร ภายใต้ยอดเขา Kazbegi ใกล้กับหมู่บ้าน Gergeti ในเมือง Stepantsminda ทำให้มีฉากหลังเป็นเทือกเขาคอเคซัสที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ตัวโบสถ์สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 นอกจากจะเป็นศาสนสถานสำคัญแล้ว ในอดีตยังเคยเป็นสถานที่หลบภัยยามถูกรุกรานอีกด้วย บอกเลยว่าวิวสองข้างทางระหว่างขึ้นไปบนโบสถ์นั้นสวยสะกดใจจนลืมหายใจเลยทีเดียว
2. อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย (Russia–Georgia Friendship Monument)

สำหรับการมา เที่ยวจอร์เจีย ทริปนี้ ไม่พลาดที่จะพาทุกคนไปชมวิวเทือกเขาคอเคซัสกันแบบ 360 องศา พร้อมชมสถาปัตยกรรมศิลปะโซเวียตกันที่ อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย หรือที่เรียกกันในภาษาคนท้องถิ่นว่า Gudauri View Point ค่ะ ที่นี่มีลักษณะเป็นกำแพงหินโค้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขา โดดเด่นด้วยจิตรกรรมภาพวาดบนกระเบื้องสีสันสดใสที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจอร์เจียและรัสเซีย เมื่อตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขาสูงชันบอกเลยว่าสวยงามและดูขลังสุดๆ
3. ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress)

ถัดมาคือ ที่เที่ยวจอร์เจีย ยอดฮิตอย่าง ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Aragvi อย่างสง่างาม ป้อมปราการที่มีกำแพงล้อมรอบแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16-17 โดย Duke of Aragvi เพื่อใช้เป็นป้อมปราการหลบภัยในยามสงคราม ภายในมีโบสถ์และหอคอยที่ถูกสร้างไว้อย่างอลังการ ส่วนด้านล่างจะมองเห็นอ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) สีฟ้าสวย ซึ่งทำหน้าที่ส่งต่อน้ำไปยังเมืองหลวงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ใครที่มีโอกาสได้มาเยือนจอร์เจียในปี 2026 นี้ อย่าลืมแวะมาเก็บภาพความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของป้อมอนานูรีกันนะคะ
4. เมืองบอร์จอมี (Borjomi)

พาไปเปลี่ยนบรรยากาศที่เมืองตากอากาศยอดฮิตของชาวจอร์เจียกันที่ เมืองบอร์จอมี (Borjomi) ค่ะ เมืองนี้มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องของน้ำแร่ธรรมชาติและการแช่น้ำร้อน ซึ่งมีผลวิจัยรองรับว่าช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารและโรคเบาหวานได้ จนมีการส่งออกน้ำแร่บรรจุขวดไปขายทั่วโลกเลยทีเดียว ที่นี่เหมาะมากสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจ เพราะนอกจากจะได้ทำสปาน้ำแร่แล้ว คุณยังจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และอากาศที่บริสุทธิ์สดชื่น รวมถึงมีเส้นทางนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปชมวิวเมืองจากมุมสูงบนยอดเขาอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาทริป เที่ยวจอร์เจีย ที่ได้ฟีลพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบเต็มปอด ต้องไม่พลาดที่นี่เลยค่ะ
5. เมืองโบราณอุพลิสชิเค (Uplistsikhe)

สัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองถ้ำโบราณที่มีอายุกว่า 3,000 ปีอย่าง เมืองโบราณอุพลิสชิเค (Uplistsikhe) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ค่ะ สถานที่แห่งนี้สะท้อนอารยธรรมตั้งแต่นุคหินผ่านการเจาะภูเขาหินจนลึกเข้าไปเป็นถ้ำขนาดใหญ่ และเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนขนาดใหญ่ที่มีครบทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า โบสถ์ และคุก นอกจากการเดินชมความสวยงามทางประวัติศาสตร์แล้ว บริเวณโดยรอบยังมีวิวเทือกเขาและสายน้ำมิกวาริที่ไหลผ่านอย่างสวยงาม ใครที่มา เที่ยวจอร์เจีย แล้วอยากย้อนเวลากลับไปดูความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษชาวจอร์เจีย บอกเลยว่าห้ามพลาดที่นี่เด็ดขาด
6. มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งทบิลิซี (Holy Trinity Cathedral of Tbilisi / Sameba)

ไปต่อกันที่ ที่เที่ยวจอร์เจีย ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศอย่าง มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งทบิลิซี หรือที่เรียกกันติดปากว่า Sameba ค่ะ ตั้งอยู่โดดเด่นใจกลางเมืองหลวง สร้างขึ้นในช่วงปี 1995-2004 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 1,500 ปีของคริสตจักรออร์โธดอกซ์จอร์เจีย และยังครองตำแหน่งวิหารออร์โธดอกซ์ที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย ด้วยความสวยงามอลังการของสถาปัตยกรรมและยอดโดมสีทองอร่ามที่มองเห็นได้จากแทบทุกมุมเมือง ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องแวะมาชมความงดงามด้วยตาตัวเอง ว่ากันว่าถ้าใครมาจอร์เจียแล้วไม่ได้มาเยือนมหาวิหารแห่งนี้ ก็เหมือนมาไม่ถึงจอร์เจียจริงๆ ค่ะ
7. สะพานสันติภาพ (The Bridge of Peace)

ปิดท้ายการ เที่ยวจอร์เจีย ในเขตเมืองหลวงกันที่ สะพานสันติภาพ (The Bridge of Peace) สะพานคนเดินดีไซน์ล้ำสมัยรูปทรงโค้งมนที่ดูโดดเด่นแปลกตา ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี Michele De Lucchi สะพานแห่งนี้มีความยาว 150 เมตร เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่าและสวนสาธารณะ Rike Park เข้าด้วยกัน ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกดินไปจนถึงตอนกลางคืน เพราะจะมีการเปิดไฟ LED แสดงแสงสีระยิบระยับบนหลังคากระจกนานถึง 90 นาที ซึ่งคุณสามารถชมความสวยงามของสะพานแห่งนี้ได้จากหลายมุมเมือง หรือจะนั่งกระเช้าชมวิวจากมุมสูงลงมาก็สวยงามและพิเศษสุดๆ เลยค่ะ
8. หุบเขาจูทา (Juta Valley)

ยกให้เป็น ที่เที่ยวจอร์เจีย สำหรับสายรักธรรมชาติอย่างแท้จริง กับ หุบเขาจูทา (Juta Valley) ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งจอร์เจีย" ไฮไลท์ของที่นี่คือเส้นทางเดินเทรลสั้นๆ ที่ไม่ลำบากจนเกินไป พาคุณมุ่งหน้าสู่ยอดเขา Chaukhi ที่มีลักษณะแหลมคมเป็นเอกลักษณ์ ตลอดทางคุณจะได้พบกับทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างขวาง ลำธารใส และฝูงม้าที่ปล่อยตามธรรมชาติ เป็นพิกัดที่เงียบสงบและถ่ายรูปออกมาสวยเหมือนภาพวาดในนิตยสาร ใครที่อยากมาสูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวภูเขาแบบพาโนรามา ต้องจดที่นี่ลงในลิสต์ด่วนเลย
9. เมืองซิกนากี (Sighnaghi)

สัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกกันที่ เมืองซิกนากี (Sighnaghi) เมืองเล็กๆ บนเนินเขาในแคว้นคาเคติ (Kakheti) ที่ได้ฉายาว่า "City of Love" เมืองนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลีที่มีหลังคาสีแดงอิฐตัดกับวิวหุบเขา Alazani อันกว้างใหญ่ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการเดินชมกำแพงเมืองโบราณที่ทอดยาวเลาะขอบเขา ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ซิกนากียังตั้งอยู่ในเขตแหล่งผลิตไวน์ที่ดีที่สุดของประเทศอีกด้วย หากคุณมา เที่ยวจอร์เจีย แล้วอยากเดินเล่นในเมืองที่เหมือนหลุดออกมาจากยุคกลาง พร้อมจิบไวน์รสเลิศท่ามกลางวิวหลักล้าน บอกเลยว่าเมืองนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักจนไม่อยากกลับเลยล่ะค่ะ
10. เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia)

ปิดท้ายพิกัด ที่เที่ยวจอร์เจีย กันที่ เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) เป็นแลนด์มาร์คสุดยิ่งใหญ่ที่ได้รับฉายาว่า "สโตนเฮนจ์แห่งจอร์เจีย" อนุสรณ์สถานแห่งนี้ประกอบไปด้วยแท่งเสาเหล็กสีดำทมิฬขนาดมหึมาจำนวน 16 ต้น แต่ละต้นมีความสูงถึง 30-35 เมตร แกะสลักลวดลายเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ วีรบุรุษ และเรื่องราวทางศาสนาของจอร์เจีย ผลงานชิ้นเอกของศิลปินชื่อดัง Zurab Tsereteli ที่นี่ยังตั้งอยู่บนเนินเขาสูงทำให้มองเห็นวิวเมืองทบิลิซีและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า "ทะเลสาบทบิลิซี" ได้แบบกว้างไกลสุดสายตา ถือเป็นพิกัดที่มีความขลังและอลังการมากทีเดียว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวจอร์เจีย 2026
Q: เที่ยวจอร์เจียต้องใช้วีซ่าไหม?
A: คนไทยสามารถเที่ยวจอร์เจียได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa) และพำนักอยู่ได้นานถึง 365 วันต่อครั้ง เพียงมีพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนก็เดินทางได้ทันทีค่ะ
Q: เที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดีที่สุด?
A: หากชอบใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำช่วง กันยายน - พฤศจิกายน ค่ะ แต่ถ้าอยากสัมผัสหิมะและเล่นสกี ช่วง ธันวาคม - กุมภาพันธ์ จะสวยที่สุด ส่วนสายดอกไม้ป่าต้องมาช่วง เมษายน - มิถุนายน ค่ะ
Q: ค่าครองชีพที่จอร์เจียแพงไหม?
A: ไม่แพงเลยค่ะ ค่าครองชีพใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก งบประมาณเฉลี่ยต่อวัน (รวมที่พักและอาหาร) เริ่มต้นเพียง 1,500 - 2,500 บาท แต่การเดินทางข้ามเมืองหรือขึ้นยอดเขาสูงอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงเรื่องค่ารถที่ค่อนข้างสูงหากไปน้อยคน การเลือกไปกับทัวร์จึงช่วยให้คุณคุมงบได้แม่นยำกว่า ได้กินหรูอยู่สบายในราคาสมาชิกกลุ่มที่คุ้มค่ากว่าไปเองแน่นอนค่ะ
การเลือกมา เที่ยวจอร์เจีย ในปี 2026 คือการเปิดประสบการณ์ชมวิวหลักล้านในราคาที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ เพราะที่นี่มีทั้งสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกและ ที่เที่ยวจอร์เจีย ระดับโลกที่พร้อมสะกดสายตาคุณในทุกฤดูกาล ไม่ว่าคุณจะเลือกมา เที่ยวจอร์เจีย เดือนไหนดี พี่ยักษ์ขอยืนยันว่าดินแดนสองทวีปแห่งนี้จะสร้างความประทับใจให้คุณแบบไม่รู้จบแน่นอน ใครที่พร้อมออกเดินทางแต่ไม่อยากวางแผนเองให้เหนื่อย จองทัวร์จอร์เจียกับยักษ์ทัวร์ได้เลย เราพร้อมดูแลคุณตลอดทริปเลยค่ะ!
