รีวิวเที่ยวจิ่วจ้ายโกว หุบเขาแห่งสรวงสวรรค์ที่ต้องไปสักครั้ง อัปเดต 2026

ภาพผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ใสราวกระจก ทอประกายระยิบระยับสะท้อนเงาหุบเขาและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ คือเหตุผลที่ทำให้ ‘อุทยานจิ่วจ้ายโกว’ กลายเป็นหมุดหมายในฝันครั้งหนึ่งในชีวิตที่ใครก็อยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง ยิ่งในปี 2026 นี้ การเดินทางสู่อ้อมกอดของสวรรค์บนดินสะดวกสบายและรวดเร็วกว่าเดิมมาก ด้วยรถไฟความเร็วสูงขบวนตรงจากเฉิงตู แต่ก่อนจะกดจองตั๋ว หลายคนคงกำลังสงสัยว่าควรเลือกไป เที่ยวจิ่วจ้ายโกว เดือนไหนดี ถึงจะได้เห็นธรรมชาติที่พีคและสวยงามที่สุด? บทความนี้ ยักษ์ทัวร์ มัดรวมคำตอบมาให้ครบจบในที่เดียว พร้อมปักหมุด 5 ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ระดับมรดกโลกที่ต้องไปเช็กอิน ตามไปดูกันเลยค่ะ
🍁 คู่มือเที่ยวจิ่วจ้ายโกว มรดกโลกแห่งสรวงสวรรค์ 2026
เที่ยวจิ่วจ้ายโกว เดือนไหนดี? เช็กไฮไลท์ความงาม 4 ฤดูที่ห้ามพลาด
เสน่ห์ของการมา เที่ยวจิ่วจ้ายโกว คือความสวยงามของธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ในแต่ละฤดูกาล เรียกว่ามาต่างเดือน ก็จะได้เห็นภาพความงดงามที่ต่างกันไปโดยสิ้นเชิง เพื่อให้คุณวางแผนทริปได้ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด มาเช็กไฮไลท์และสภาพอากาศของแต่ละช่วงเวลากันได้เลยค่ะ
ตารางสรุปสภาพสภาพอากาศและอุณหภูมิในจิ่วจ้ายโกว
สรุปควรไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว เดือนไหนดีที่สุด?
- ถ้าชอบความสวยงามแบบพีคที่สุด: แนะนำให้เลือกมาช่วง กลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีได้สมบูรณ์แบบที่สุดในรอบปี
- ถ้าชอบความคุ้มค่า ไม่ชอบคนเยอะ: แนะนำช่วง มีนาคม - พฤษภาคม อากาศเย็นสบาย เดินถ่ายรูปได้ชิลๆ แบบไม่ติดบริบทคนอื่นในเฟรมค่ะ
มัดรวม 5 ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว พิกัดไฮไลท์ระดับตำนานที่ต้องไปเช็กอิน
1. ทะเลสาบห้าดอกไม้ (Five-Flower Lake)

หากจะพูดถึงจุดที่สวยงามที่สุดจนได้ชื่อว่าเป็นมงกุฎแห่งอุทยาน แน่นอนว่าต้องยกให้ ทะเลสาบห้าดอกไม้ หรือ อู่ฮัวไห่ (Wuhua Hai) ผืนน้ำแห่งนี้มีความอัศจรรย์ตรงที่น้ำในทะเลสาบจะใสสะอาดราวกับคริสตัล จนคุณสามารถมองทะลุลงไปเห็นก้นบ่อที่มีต้นไม้โบราณจมอยู่ได้อย่างชัดเจน และเมื่อแสงแดดตกกระทบ ผืนน้ำจะสะท้อนเฉดสีออกมาอย่างหลากหลาย ทั้งสีฟ้าคราม สีเขียวมรกต สีคราม และสีเหลืองทองระยิบระยับ ยิ่งถ้าคุณเดินทางมา เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์นี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและส้ม สวยงามตระการตาจนเพลินตาเพลินใจและกดชัตเตอร์กันแทบไม่ทันเลยค่ะ
2. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)

อีกหนึ่งพิกัดสุดอลังการที่สายธรรมชาติห้ามพลาดเด็ดขาดคือ น้ำตกธารไข่มุก หรือ เจินจูทาน (Zhenzhu Tan) น้ำตกแห่งนี้มีความกว้างถึง 310 เมตร และสายน้ำจะไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาลาดชัน ผ่านโขดหินน้อยใหญ่จนทำให้มวลน้ำแตกกระเซ็นเป็นละอองระยิบระยับคล้ายกับเม็ดไข่มุกร่วงหล่นลงมา ยิ่งในช่วงที่มีปริมาณน้ำเต็มเปี่ยม สายน้ำจะส่งเสียงคำรามกึกก้องแสดงถึงความทรงพลังอันยิ่งใหญ่ และความพิเศษสุดคลาสสิกของ ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว แห่งนี้ก็คือ เคยใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายทำซีรีส์ในตำนานอย่างเรื่อง "ไซอิ๋ว" ตอนเปิดตัวพระถังซำจั๋งและลูกศิษย์เดินข้ามน้ำตกนั่นเองค่ะ ใครมาถึงตรงนี้ต้องแวะเก็บภาพมุมมหาชนคู่กับสายน้ำตกไข่มุกนี้ให้ได้นะคะ
3. ทะเลสาบห้าสี (Five-Color Pond)

ข้ามมาที่ฝั่งซ้ายของอุทยานกันบ้างกับ ทะเลสาบห้าสี หรือ อู่ฉ่ายฉือ (Wucai Chi) แม้ที่นี่จะเป็นทะเลสาบที่มีขนาดเล็กที่สุดในอุทยาน แต่เรื่องความสวยงามและความเข้มข้นของสีน้ำบอกเลยว่าไม่เป็นรองใครค่ะ จุดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือสีน้ำที่เป็นสีฟ้าครามและสีน้ำเงินเข้มจัด ตัดกับประกายสีเขียวมรกตและสีเหลืองใสใต้น้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ โดยเกิดจากแร่ธาตุแคลเซียมคาร์บอเนตและพืชใต้น้ำที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดด ทำให้ไม่ว่าจะมา เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ในฤดูกาลไหน ผืนน้ำแห่งนี้ก็ยังคงทอประกายสีสันจัดจ้านชวนฝันอยู่เสมอ แถมน้ำในบ่อนี้ยังไม่เคยจับตัวเป็นน้ำแข็งจนหมดในฤดูหนาวอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์สไตล์ Unseen ที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้ค่ะ
4. ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake)

สำหรับใครที่ชอบภาพถ่ายแนวสะท้อนเงาสวย ๆ ต้องตกหลุมรัก ทะเลสาบกระจก หรือ จิ้งไห่ (Jing Hai) อย่างแน่นอนค่ะ ความโดดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือ ผิวน้ำที่นิ่งสนิทและราบเรียบราวกับแผ่นกระจกเงาบานยักษ์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ที่ไร้กระแสลม ผืนน้ำจะสะท้อนภาพของท้องฟ้าสีคราม ผืนป่า และยอดเขาตระหง่านรอบด้านลงบนผิวน้ำได้อย่างคมชัดและสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดสะท้อนเงา หากคุณวางแผนมา เที่ยวจิ่วจ้ายโกว แนะนำให้ปักหมุดมาที่นี่เป็นจุดแรกๆ ของวัน เพื่อให้ทันชมช่วงเวลาที่ผิวน้ำนิ่งที่สุด รับรองว่าจะได้รูปถ่ายมุมสะท้อนน้ำที่สวยแปลกตาและดูมีมนต์ขลังกลับไปอวดเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ
5. น้ำตกนูโอริลัง (Nuorilang Waterfall)

ปิดท้ายพิกัดไฮไลท์ด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตาของ น้ำตกนูโอริลัง (Nuorilang Waterfall) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในประเทศจีน ด้วยความกว้างรวมกว่า 270 เมตร และมีความสูงถึง 24.5 เมตร โดยคำว่า "นูโอริลัง" ในภาษาทิเบตแปลว่า ยิ่งใหญ่ หรือ ทรงพลัง ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้ได้ดีที่สุด ภาพของสายน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าลงมาจากหน้าผาหินปูนเป็นแนวยาว ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวขจีที่โอบล้อมรอบด้าน ทำให้ที่นี่กลายเป็น ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ที่ดูอลังการและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนได้ตั้งแต่แรกเห็น แถมในช่วงฤดูหนาว สายน้ำตกแห่งนี้ยังจะกลายเป็นม่านน้ำแข็งยักษ์สีฟ้าขาว สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ถือเป็นจุดปิดท้ายทริปอุทยานที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ
อัปเดตวิธีเดินทาง เที่ยวจิ่วจ้ายโกว 2026 นั่งรถไฟความเร็วสูงอย่างไรให้สะดวกที่สุด
การเดินทางมา เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ในปัจจุบันไม่ได้ยากลำบากและใช้เวลานั่งรถบัสนานนับสิบชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ เพื่อให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น เราได้มัดรวม 2 ทางเลือกการเดินทางยอดฮิตในปีนี้มาให้เลือกตามสไตล์เลยค่ะ
ทางเลือกที่ 1: ลุยเองฟินๆ นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตู
- เริ่มต้นจากเมืองเฉิงตู (Chengdu): ขึ้นรถไฟความเร็วสูง (G-Train หรือ D-Train) ที่ สถานีรถไฟเฉิงตูตะวันออก (Chengdu East Railway Station) * ปลายทางสถานีจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou Railway Station): ลงรถไฟที่สถานีจิ่วจ้ายโกวโดยตรง ซึ่งเป็นสถานีที่ตั้งอยู่ใกล้กับตัวอุทยานมากที่สุด
- ระยะเวลาในการเดินทาง: ใช้เวลาเดินทางบนรถไฟความเร็วสูงเพียงประมาณ 2.5 ถึง 3 ชั่วโมงเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับขบวนรถและสถานีที่แวะจอด) ย่นระยะเวลาจากการนั่งรถบัสในอดีตไปได้มากกว่าครึ่ง
- การต่อรถเข้าอุทยาน: หลังจากถึงสถานีรถไฟจิ่วจ้ายโกวแล้ว คุณสามารถนั่งรถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) หรือใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อเดินทางต่อไปยังหน้าประตูอุทยานจิ่วจ้ายโกวหรือบริเวณที่พักริมอุทยาน โดยใช้เวลาเดินทางต่ออีกประมาณ 30-40 นาทีเท่านั้นค่ะ
💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักเดินทาง
เนื่องจากรถไฟความเร็วสูงสายนี้เป็นเส้นทางยอดนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว แนะนำให้ทำการจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าผ่านทางแอปพลิเคชันอย่าง Trip.com หรือ 12306 (ระบบทางการของรถไฟจีน) ทันทีที่ระบบเปิดให้จอง เพื่อป้องกันตั๋วเต็มและช่วยให้คุณสามารถวางแผนทริปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดค่ะ
ทางเลือกที่ 2: ซื้อทัวร์จิ่วจ้ายโกว อีกหนึ่งตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนเน้นความสะดวกสบาย
สำหรับใครที่ไม่อยากวุ่นวายกับการวางแผนเดินทาง จองตั๋วรถไฟล่วงหน้า หรือกดแย่งตั๋วเข้าอุทยานที่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน การเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์เพื่อมา เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและตอบโจทย์มากๆ ค่ะ
- ข้อดีของการไปกับทัวร์: สะดวกสบายแบบ 100% ตั้งแต่ก้าวขาออกจากสนามบิน เพราะมีรถบัส VIP รับส่งตลอดทริป มีไกด์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลจัดการเรื่องตั๋วเข้าชมและตั๋วรถบัสภายในอุทยานให้เสร็จสรรพ แถมรวมค่าที่พัก อาหาร และประกันการเดินทางไว้ครบถ้วน ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษารวมถึงระบบการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันของจีน
- เหมาะสำหรับใคร: เหมาะมากสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัว มีผู้สูงอายุหรือเด็กมาด้วย หรือนักเดินทางมือใหม่ที่เน้นความชิล ไม่อยากหลงทาง การไปทัวร์จะช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากไปได้เยอะเลยค่ะ
FAQ: ตอบทุกข้อสงสัยที่คนอยากรู้ก่อนไป เที่ยวจิ่วจ้ายโกว
Q: เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ต้องขอวีซ่าไหม?
- A: สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องขอวีซ่าค่ะ เนื่องจากมีมาตรการ "ฟรีวีซ่าไทย-จีน" ที่มีผลบังคับใช้อย่างถาวร ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกวและประเทศจีนได้ยาวนานสูงสุดถึง 30 วันต่อครั้ง (และรวมไม่เกิน 90 วันภายในระยะเวลา 180 วัน) เพียงแค่มีพาสปอร์ตอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนก็เดินทางได้ทันทีค่ะ
Q: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูไปจิ่วจ้ายโกว ใช้เวลากี่ชั่วโมง?
- A: ขบวนรถไฟความเร็วสูงจากสถานีเฉิงตูตะวันออก (Chengdu East) ตรงสู่สถานีปลายทางหวงหลงจิ่วจ้าย (Huanglongjiuzhai) ใช้เวลาเดินทางบนรถไฟเพียงประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ (ความเร็วขึ้นอยู่กับประเภทขบวนรถ) จากนั้นสามารถนั่งรถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) หรือรถเช่าต่อไปยังหน้าประตูอุทยานจิ่วจ้ายโกวอีกประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมงค่ะ
Q: เที่ยวจิ่วจ้ายโกว เดือนไหนดี ที่สุด?
- A: ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดและเป็นพีคซีซั่นคือ ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม ของทุกปีค่ะ เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ต้นไม้ทั่วทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันอย่างวิจิตรตระการตา และสะท้อนเงาลงบนผืนน้ำสีฟ้าครามใสอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
Q: ไปจิ่วจ้ายโกวต้องระวังเรื่องโรคแพ้ความสูง (AMS) ไหม?
- A: ควรระวังและเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ เนื่องจากอุทยานจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 2,000 - 3,100 เมตร (และจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่างหวงหลงสูงถึง 3,500 เมตรขึ้นไป) นักท่องเที่ยวบางท่านอาจมีอาการปวดหัว มึนหัว หรือหายใจไม่ทัน แนะนำให้เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ เมื่อไปถึงวันแรก และเตรียมยาที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ความสูง (เช่น Hongjingtian หรือ Diamox) ติดตัวไปด้วยค่ะ
การเดินทางไป เที่ยวจิ่วจ้ายโกว ถือเป็นหนึ่งในทริปธรรมชาติครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนต้องหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตาตัวเองให้ได้ค่ะ ด้วยการอัปเดตระบบขนส่งรถไฟความเร็วสูงและนโยบายฟรีวีซ่า ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นและประหยัดเวลาลงไปได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางลุยเองแบบอิสระ หรือเลือกซื้อ ทัวร์จิ่วจ้ายโกว เพื่อเน้นความสบาย การันตีเลยว่าความงามอันน่าอัศจรรย์ของ "หุบเขาแห่งสรวงสวรรค์" แห่งนี้ จะทำให้คุณประทับใจจนอยากกลับไปเยือนอีกครั้งแน่นอนค่ะ!
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
