15 ที่เที่ยวชิงเต่า (Qingdao) เมืองชายหาดฟีลยุโรป ถ่ายรูปสวยทุกมุม เที่ยวง่ายไม่ต้องขอวีซ่า

แพ็กกระเป๋าไปเที่ยวชิงเต่า เมืองท่าสุดโรแมนติกฟีลยุโรปของจีน
ชิงเต่า (Qingdao) คือเมืองท่าสุดโรแมนติกทางตะวันออกของจีน ที่ผสมผสานเสน่ห์ความคลาสสิกสไตล์เยอรมันเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว จนได้รับฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองจีน”
ใครที่กำลังวางแผนว่า เที่ยวชิงเต่า เดือนไหนดี บอกเลยว่าเมืองนี้เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีครบทุกฤดูกาล—ซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ ชายหาดสวยในหน้าร้อน และอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติกช่วงปลายปี วันนี้เราคัดมาให้แล้วกับ 15 ที่เที่ยวชิงเต่าสุดฮิต ที่สวยปัง ถ่ายรูปออกมาดูอินเตอร์เหมือนอยู่ยุโรป แบบไม่ต้องบินไกล
ทำความรู้จักชิงเต่า (Qingdao) เมืองท่าสุดคลาสสิก ฉายาสวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองจีน
ชิงเต่าเป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดของมณฑลซานตง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน จุดเด่นที่ทำให้ใคร ๆ ตกหลุมรักคือภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ “บ้านหลังคาสีแดง ต้นไม้สีเขียว ทะเลสีคราม และท้องฟ้าสดใส” ซึ่งไม่เหมือนเมืองไหนในจีน และเป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเที่ยวชิงเต่าสักครั้งในชีวิต
ทำไมชิงเต่าถึงมีกลิ่นอายยุโรป?
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชิงเต่าเคยเป็นเขตเช่าของประเทศเยอรมนีนานถึง 17 ปี ทำให้สถาปัตยกรรม โดยเฉพาะย่านเมืองเก่า เต็มไปด้วยอาคารสไตล์เยอรมันคลาสสิก ทั้งโบสถ์ อาคารราชการ และบ้านเรือน ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามจนถึงปัจจุบัน
ความโดดเด่นระดับโลกของชิงเต่า
🍺 แหล่งกำเนิดเบียร์ชั้นเลิศ – บ้านเกิดของ เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer) ที่ส่งออกไปทั่วโลก
🏖️ เมืองชายหาดสุดชิล – แนวชายฝั่งยาวกว่า 700 กิโลเมตร และเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเรือใบในโอลิมปิกปี 2008
🌤️ อากาศเป็นใจตลอดปี – ติดทะเล อากาศบริสุทธิ์ หน้าร้อนไม่ร้อนจัด หน้าหนาวไม่โหดเกินไป
เที่ยวชิงเต่า เดือนไหนดี?
การวางแผนว่าควรไป เที่ยวชิงเต่า เดือนไหนดี เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมืองนี้ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมและสภาพแวดล้อมทางทะเล ทำให้แต่ละช่วงเวลามีเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
1. ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)
อุณหภูมิเฉลี่ย: 10 - 20 องศาเซลเซียส นี่คือช่วงเวลาแห่งความสดใส ชิงเต่าจะถูกปกคลุมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่เริ่มผลิบาน
ไฮไลต์: ต้องยกให้การชมดอกซากุระกว่า 20,000 ต้น ณ สวนจงซาน (มณฑลซานตง) ที่จะเปลี่ยนทั้งสวนให้เป็นสีชมพูขาวในช่วงเดือนเมษายน
ฟีลการเที่ยว: อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะแก่การเดินเท้าสำรวจเมืองเก่าและย่านสถาปัตยกรรมเยอรมันโดยไม่เหนื่อย
2. ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)
อุณหภูมิเฉลี่ย: 20 - 28 องศาเซลเซียส ในขณะที่เมืองอื่นของจีนอาจจะร้อนระอุ แต่ชิงเต่ากลับมีอากาศเย็นสบายและสดชื่นจากลมทะเล ทำให้เป็นเมืองตากอากาศยอดฮิตของชาวจีนและชาวต่างชาติ
ไฮไลต์: กิจกรรมทางน้ำที่ชายหาดต่างๆ และกิจกรรมระดับโลกอย่าง "เทศกาลเบียร์นานาชาติชิงเต่า" (Qingdao International Beer Festival) ในเดือนสิงหาคม ที่คุณจะได้จิบเบียร์สดเย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริง
ฟีลการเที่ยว: สนุกสนาน คึกคัก เหมาะกับสายกิจกรรมและคนชอบบรรยากาศปาร์ตี้ริมชายหาด
3. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)
อุณหภูมิเฉลี่ย: 12 - 22 องศาเซลเซียส เป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดสำหรับการมาเที่ยวชิงเต่า เนื่องจากเป็นช่วงที่ทัศนียภาพมีความหลากหลายของสีสันมากที่สุด ท้องฟ้าจะใสเคลียร์และมีสีครามเข้มตัดกับน้ำทะเลอย่างชัดเจน อากาศแห้งสบายและเริ่มเย็นลง ทำให้เดินเที่ยวชมเมืองได้ทั้งวันแบบเพลิดเพลิน
ไฮไลต์: การชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะต้นแปะก๊วยสีเหลืองอร่ามและต้นเมเปิ้ลสีแดงที่จะเรียงรายอยู่ตามถนนปาต้ากวน ตัดกับสีหลังคาบ้านสไตล์ยุโรปอย่างสวยงาม
ฟีลการเที่ยว: โรแมนติกถึงขีดสุด เป็นช่วงที่ ที่เที่ยวชิงเต่า ถ่ายรูปสวยที่สุดในรอบปี ใครเป็นสายถ่ายภาพห้ามพลาดช่วงนี้เด็ดขาด
4. ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
อุณหภูมิเฉลี่ย: -5 ถึง 7 องศาเซลเซียส สำหรับใครที่อยากสัมผัสความหนาวแบบจริงจัง ชิงเต่าในฤดูหนาวก็มีเสน่ห์ที่น่าค้นหาไปอีกแบ
ไฮไลต์: ในวันที่หิมะตก เมืองทั้งเมืองจะดูเหมือนหมู่บ้านในนิทานยุโรป และการไปแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้งท่ามกลางอากาศหนาวก็เป็นกิจกรรมยอดนิยม
ฟีลการเที่ยว: เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ค่าที่พักราคาถูกลง และได้เห็นภาพนกนางนวลนับหมื่นตัวที่อพยพมาอาศัยอยู่บริเวณสะพานจ้านเฉียว เป็นภาพที่หาดูได้ยาก
15 ที่เที่ยวชิงเต่า ฟีลยุโรป เมืองสวยใกล้ไทย เที่ยวง่ายไม่ต้องง้อวีซ่า!
1. พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum)

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งที่บอกเลยว่าถ้าไม่ได้มาเช็คอินก็เหมือนมาไม่ถึงชิงเต่า! เพราะที่นี่คือจุดกำเนิดของ “เบียร์ชิงเต่า” (Tsingtao) แบรนด์ระดับโลกที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 โดยกลุ่มพ่อค้าชาวเยอรมัน
ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกสีอิฐแดงสุดคลาสสิก ภายในจะพาคุณย้อนเวลากลับไปดูประวัติศาสตร์การปรุงเบียร์ตั้งแต่ยุคบุกเบิก ชมอุปกรณ์และเครื่องจักรเก่าแก่ที่หาดูได้ยาก รวมถึงเรียนรู้กระบวนการผลิตอย่างละเอียด
ไฮไลต์คือการได้ลิ้มลองเบียร์สด รสชาตินุ่มละมุนที่ส่งตรงจากสายพานการผลิตกันแบบฟรีๆ พร้อมแกล้มกับถั่วอบน้ำผึ้งของขึ้นชื่อ เป็นประสบการณ์การ เที่ยวชิงเต่า ที่ครบรสทั้งความรู้และความอร่อยเลยครับ
เวลาเปิด – ปิด
ช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน : 08.00 – 18.00 น.
ช่วงเดือนตุลาคม – มิถุนายน : 08.30 – 17.30 น.
2. สะพานจ้านเฉียว (Zhan Qiao Pier)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสุดคลาสสิกที่ปรากฏอยู่บนฉลากเบียร์ชิงเต่าและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้มาอย่างยาวนาน สะพานหินแห่งนี้ทอดตัวยาวกว่า 440 เมตร ลงไปในทะเลสีคราม สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1892 เพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือทางทหาร ปัจจุบันได้กลายเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
ไฮไลต์ ศาลาหุยหลาน" (Hui Lan Ge) ศาลาจีนรูปทรงแปดเหลี่ยมสีแดงสดใสที่ตั้งเด่นอยู่กลางน้ำ ที่เปิดให้ชมวิวอ่าวชิงเต่าจากมุมสูงแบบรอบทิศทาง และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง
หากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว จะได้เห็นภาพฝูงนกนางนวลนับพันตัวอพยพมาโฉบเฉี่ยวรอให้นักท่องเที่ยวให้อาหาร เป็นที่เที่ยวชิงเต่าที่บอกเลยว่าถ่ายรูปสวยและมีชีวิตชีวามาก
เวลาเปิด – ปิด
ตัวสะพาน : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ศาลาปลายสะพาน : เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม (07.00 – 19.00 น.) / เดือนพฤศจิกายน – เมษายน (08.00 – 17.30 น.)
3. โบสถ์คาทอลิกนักบุญไมเคิล (St. Michael’s Church)

แลนด์มาร์กฟีลยุโรปแบบตะโกน และเป็นโบสถ์ที่ใหญ่และโอ่อ่าที่สุดในชิงเต่า ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน Arthur Bialucha สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1934
ตัวอาคารโดดเด่นด้วยการใช้หินแกรนิตสีเหลืองและคอนกรีตเสริมเหล็กตามสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมโรมาเนสก์ ไฮไลต์ที่สะดุดตาคือหอระฆังคู่ความสูง 56 เมตร ที่มียอดแหลมมุงกระเบื้องสีแดงสดและประดับด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ ด้านในคุณจะพบกับห้องโถงกว้างขวางที่รองรับผู้คนได้มากกว่าพันคน ตกแต่งอย่างประณีตด้วยกระจกสีและภาพวาดทางศาสนาที่สวยงามสะดุดตา
จัตุรัสด้านหน้ามักจะเต็มไปด้วยคู่รักที่มาถ่ายพรีเวดดิ้งกันอย่างคึกคัก ถือเป็นแลนด์มาร์กสุดโรแมนติกที่ต้องมาเช็คอินเมื่อมา เที่ยวชิงเต่า เพราะบรรยากาศรอบๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ในยุโรปจริงๆ ค่ะ
เวลาเปิด – ปิด : 08.00 – 17.00 น.
4. ถนนปาต้ากวน (Badaguan)

หากใครกำลังมองหา ที่เที่ยวชิงเต่า ที่สามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้แบบจุใจ ต้องยกให้ย่านปาต้ากวน หรือ "ถนนแปดสาย" แห่งนี้เลยค่ะ พื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดรวมของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปหลากหลายสัญชาติ ทั้งบ้านพักตากอากาศและคฤหาสน์กว่า 200 หลังที่หลงเหลือมาจากยุคอาณานิคม มีทั้งสไตล์เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางอุโมงค์ต้นไม้ที่ร่มรื่น
ความโดดเด่นคือถนนแต่ละสายจะปลูกต้นไม้สายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้บรรยากาศจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นแปะก๊วยจะพร้อมใจกันผลัดใบเป็นสีทองอร่ามปกคลุมไปทั่วท้องถนน ตัดกับอาคารอิฐสีสวย จนได้รับฉายาว่าเป็นย่านที่รวบรวมงานนิทรรศการสถาปัตยกรรมโลกไว้ในที่เดียวเลยค่ะ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เดินชมพื้นที่ทั่วไปตลอด 24 ชั่วโมง
5. จัตุรัส 54 (May Fourth Square)

หากใครมา เที่ยวชิงเต่า แล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับสัญลักษณ์เกลียวสีแดงขนาดมหึมาที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมอ่าวฝูซาน (Fushan Bay) แห่งนี้ถือว่ามาไม่ถึงค่ะ จัตุรัสสาธารณะขนาดใหญ่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือประติมากรรมสีแดงสด "May Wind" ซึ่งมีความสูงถึง 30 เมตร สื่อถึงพลังแห่งสายลมของการเปลี่ยนแปลง
บรรยากาศรอบๆ จัตุรัสเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา มีทางเดินเลียบชายทะเลที่ทอดยาวให้ได้เดินรับลมเย็นๆ ชมวิวตึกระฟ้าที่ทันสมัย และถ้าหากอยู่จนถึงช่วงหัวค่ำ คุณจะได้ชมโชว์การแสดงแสงสีเสียง (Light Show) สุดอลังการที่ตึกสูงโดยรอบจะพร้อมใจกันเปิดไฟส่องสว่างสะท้อนกับผืนน้ำ เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่ผสมผสานความอาร์ตเข้ากับทัศนียภาพของเมืองสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ค่ะ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (โชว์ไฟมักจะเริ่มตั้งแต่ช่วง 19.00 น. เป็นต้นไป)
6. ถนนหลงเจียงลู่ (Longjiang Road)

ไปต่อกันที่พิกัดสุดคิ้วท์สำหรับสายคอนเทนต์กับถนนสายกราฟฟิตี้ที่เต็มไปด้วยลายการ์ตูนและอนิเมะชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทโทโร่, มาริโอ้, โปเกมอน ไปจนถึงอาร์ตทอยสุดฮิตอย่างลาบูบู้
จุดเริ่มต้นมาจากเจ้าของร้านชานมที่เริ่มวาดภาพประดับผนังในปี ค.ศ. 2019 จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ร้านค้าอื่นๆ วาดตามจนเต็มท้องถนน ปัจจุบันที่นี่กลายเป็น ที่เที่ยวชิงเต่า ยอดฮิตที่วัยรุ่นต้องแวะมาโพสต์ท่าสวยๆ คู่กับกำแพงสีสันสดใสกันตลอดทั้งวัน ใครที่ชอบเสพงานศิลปะและบรรยากาศคาเฟ่เก๋ๆ บอกเลยว่าเดินเพลินและได้รูปกลับไปอัปโซเชียลเพียบแน่นอนค่ะ
7. จุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซาน (Xiaoyushan Park)

เที่ยวชิงเต่า และอยากเห็นภาพมุมกว้างที่อธิบายความเป็นเมืองนี้ได้ดีที่สุด ต้องมาเช็คอินที่แห่งนี้เลยค่ะ เพราะบนยอดเนินเขาเสี่ยวอี๋เป็นที่ตั้งของศาลาแปดเหลี่ยม 3 ชั้นที่ชมวิวได้แบบพาโนรามา คุณจะเห็นภาพหลังคาสีแดงอิฐสไตล์ยุโรปตัดกับสีเขียวของพุ่มไม้และสีครามของท้องทะเลได้อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ แถมอากาศด้านบนยังเย็นสบายและเต็มไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิดที่ช่วยเติมความสดชื่นได้เป็นอย่างดีค่ะ
เวลาเปิด – ปิด : 07.00 – 18.00 น.
8. ซาจื่อโข่ว (Shazi Kou)

สัมผัสกลิ่นอายหมู่บ้านประมงที่สวยจนได้ฉายาว่า "อามัลฟีแห่งเมืองจีน" ที่ ซาจื่อโข่ว (Shazi Kou) บริเวณเชิงเขาเหลาซาน ที่นี่โดดเด่นด้วยภาพหมู่บ้านสีสันสดใสที่ตั้งเรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา ตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเลอย่างลงตัว แนะนำให้มาเช็คอินในช่วงบ่ายที่แสงแดดเริ่มอ่อนลง เพราะผืนน้ำจะสะท้อนแสงเป็นสีทองประกายดูโรแมนติกสุดๆ
นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีตลาดอาหารทะเลสดๆ และร้านอาหารรสเด็ดให้ได้ลองลิ้มชิมรสกันด้วย เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้การมา เที่ยวชิงเต่า ของคุณสมบูรณ์แบบและครบรสมากจริงๆ
9. สวนสาธารณะซิกแนล ฮิลล์ (Signal Hill Park)

หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดและเดินทางง่ายที่สุด ไฮไลต์อยู่ที่หอคอยชมวิวทรงเห็ดสีแดง 3 หลังที่สามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา ทำให้มองเห็นความสวยงามของบ้านเรือนหลังคาสีแดงและท้องทะเลได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศรอบๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มและมีเส้นทางเดินที่ไม่ลาดชันจนเกินไป เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจและซึมซับภาพมุมสูงที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นยุโรปในการมา เที่ยวชิงเต่า ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เวลาเปิด – ปิด : 06.00 – 21.30 น.
10. Qingdao Haitian Center ชั้น 81

สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับบนตึกที่สูงที่สุดในมณฑลซานตงด้วยความสูงกว่า 369 เมตร โดยไฮไลต์อยู่ที่ชั้น 81 ซึ่งเป็นจุดชมวิวในร่มที่มอบทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศา คุณจะมองเห็นตั้งแต่ย่านเมืองเก่าไปจนถึงตึกระฟ้าในย่านเมืองใหม่ที่ตัดกับขอบฟ้าริมทะเลได้อย่างน่าอัศจรรย์
ความพิเศษอยู่ที่ระเบียงกระจกใสแบบโปร่งแสงที่ยื่นออกไปนอกตัวอาคาร ให้ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนกำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆ ใครที่มองหา ที่เที่ยวชิงเต่า สำหรับชมพระอาทิตย์ตกดินหรือแสงไฟยามค่ำคืนที่อลังการที่สุด ต้องไม่พลาดจดพิกัดตึกไฮเทียนแห่งนี้ไว้ในลิสต์เลยค่ะ
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 21.00 น.
11. ถนนคนเดินไท่ตง (Taidong San Lu)

เอาใจสายกินและขาช้อปด้วยถนนคนเดินที่คึกคักและมีสีสันที่สุดในเมือง ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารสตรีทฟู้ดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหม่าล่าเสียบไม้ อาหารทะเลปิ้งย่าง หรือขนมท้องถิ่นรสเด็ด ความโดดเด่นของย่านนี้คือกำแพงตึกรอบๆ ที่ถูกวาดภาพกราฟฟิตี้ขนาดมหึมาจนดูเหมือนเป็นแกลเลอรีกลางแจ้งขนาดใหญ่ เป็นจุดที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์ทันสมัยเข้ากับความสนุกสนานได้อย่างลงตัว ถือเป็นพิกัดที่ต้องแวะมาสัมผัสเสน่ห์ยามค่ำคืนเมื่อมา เที่ยวชิงเต่า เพราะนอกจากจะได้อิ่มอร่อยแล้วยังได้รูปชิคๆ กลับไปอีกเพียบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 10.00 – 22.00 น.)
12. ภูเขาเหลาซาน (Mount Lao)

เปลี่ยนบรรยากาศจากตึกสไตล์ยุโรปไปสู่อ้อมกอดของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ณ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ริมชายฝั่งทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ภูเขาเหลาซานได้ชื่อว่าเป็นถิ่นกำเนิดของลัทธิเต๋าและถูกจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของประเทศ โดยมีจุดไฮไลต์อย่างยอดจูเฟิง (Jufeng Peak) ที่มีความสูงถึง 1,133 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มอบทัศนียภาพท้องฟ้าตัดกับผืนน้ำกว้างไกลสุดสายตา
นอกจากวิวธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของวัดไทชิงกง (Taiqing Palace) วัดเก่าแก่ทรงคุณค่าที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และรูปปั้นเล่าจื๊อขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางแจ้ง ทำให้ที่นี่เป็น ที่เที่ยวชิงเต่า ที่รวบรวมความศรัทธาและทัศนียภาพอันน่าทึ่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เวลาเปิด – ปิด
มีนาคม – มิถุนายน และ กันยายน – พฤศจิกายน : 07.00 – 17.30 น.
กรกฎาคม – สิงหาคม : 06.00 – 19.00 น.
ธันวาคม – กุมภาพันธ์ : 07.30 – 17.00 น.
13. สวนจงซาน (Zhongshan Park)

สวนจงซาน คือ สวนสาธารณะที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมือง เป็นจุดพักผ่อนที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวขจีและพรรณไม้นานาชนิด ความพิเศษจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ "ถนนสายซากุระ" ความยาวกว่า 600 เมตรจะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูขาวราวกับภาพฝัน หรือจะมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพื่อชมความสวยงามของดอกเบญจมาศที่จัดแสดงอย่างอลังการก็ได้เช่นกัน บรรยากาศภายในสวนร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อสัมผัสอีกหนึ่งมุมมองที่น่ารักในการมา เที่ยวชิงเต่า ของทุกคน
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 21.00 น.
14. หาดฉือเหล่าเริน (Shilaoren Beach)

หนีความวุ่นวายมาพักผ่อนที่ชายหาดที่สวยที่สุดและกว้างใหญ่ที่สุดในเมือง โดดเด่นด้วยเม็ดทรายสีขาวละเอียดและน้ำทะเลสีครามสดใส ไฮไลต์ของที่นี่คือ "หินผู้เฒ่า" (Old Man Stone) ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลคล้ายชายชรากำลังเฝ้ามองคลื่นลม เป็น ที่เที่ยวชิงเต่า ที่บรรยากาศโรแมนติกเป็นพิเศษในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เหมาะสำหรับมาเดินเล่นรับลมทะเล หรือจะนั่งปิกนิกฟังเสียงคลื่นรับรองว่าฟินแน่นอน
เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
15. หาด No.3 Bathing Beach

ปิดท้ายทริปด้วยจุดเช็คอินสุดชิลที่บรรยากาศดีระดับสิบ หาดทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับย่านปาต้ากวน มีทางเดินเลียบชายหาดที่ทอดยาวและสะอาดตา ไฮไลต์เด็ดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากหาดอื่นคือเป็นจุดชมวิวตึกระฟ้าของเมืองชิงเต่าในมุมที่สวยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงค่ำคืนที่เหล่าตึกสูงจะพร้อมใจกันเปิดโชว์แสงสีเสียง (Light Show) สะท้อนลงบนผืนน้ำทะเล เป็นบรรยากาศที่ทั้งโรแมนติกและทันสมัยในเวลาเดียวกัน
เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาเล่นน้ำปกติคือ กรกฎาคม – กันยายน)
ชิงเต่า คือเมืองที่มีเสน่ห์รอบด้านและตอบโจทย์นักเดินทางทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูปที่หลงใหลสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก หรือสายชิลที่อยากเดินเล่นริมทะเลบรรยากาศดี การมา เที่ยวชิงเต่า จะทำให้คุณประทับใจกับเมืองที่สะอาด เป็นระเบียบ และเดินทางง่ายแบบไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า เที่ยวชิงเต่า เดือนไหนดี ต้องบอกเลยว่าแต่ละฤดูกาลก็มีเสน่ห์ต่างกัน ทั้งฤดูใบไม้ผลิที่อากาศสบาย ฤดูร้อนที่ทะเลสวยสดใส ไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วงที่เมืองโรแมนติกเป็นพิเศษ และหวังว่าลิสต์ 15 ที่เที่ยวชิงเต่า ที่เราแนะนำไว้ จะช่วยให้คุณวางแผนทริปจีนครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น และเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ที่น่าประทับใจค่ะ
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
