Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง 2026 เที่ยวเดือนไหนดี? อัปเดต 10 พิกัดสวยที่ต้องไปเช็กอิน

18 มิถุนายน 2569
YakTour Blog
ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง 2026 เที่ยวเดือนไหนดี? อัปเดต 10 พิกัดสวยที่ต้องไปเช็กอิน

เตรียมกล้องให้พร้อมกับทริป ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง 2026 ช่วงเวลาที่เมืองหลวงของจีนจะถูกย้อมไปด้วยเฉดสีแดง เหลือง และส้มสุดโรแมนติก แต่สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง เดือนไหน ดีที่สุดที่จะได้เห็นความอลังการแบบพีคๆ วันนี้ยักษ์ทัวร์คัดเน้นๆ มาให้แล้วค่ะ กับช่วงเวลาที่ดีที่สุดพร้อมอัปเดต 10 พิกัดไฮไลต์ที่สวยสะกดสายตาและต้องตามไปเช็กอิน รับรองว่าบรรยากาศเย็นสบาย ฟ้าใส และมุมถ่ายรูปปังๆ ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ จะทำให้คุณตกหลุมรักปักกิ่งอย่างแน่นอนค่ะ!


 

 

เจาะลึกช่วงเวลา! ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง เดือนไหนดีที่สุด?

ช่วงเวลาในการชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง ที่งดงามที่สุดจะอยู่ระหว่าง ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ของทุกปีค่ะ โดยสภาพอากาศในช่วงนี้จะเย็นสบายและโรแมนติกมาก อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 20°C ท้องฟ้าเปิดใส และแทบไม่มีฝนเลย เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปที่สุด

สำหรับใครที่กำลังวางแผนทริปปี 2026 นี้ ยักษ์ทัวร์สรุปการเปลี่ยนแปลงของสีสันในแต่ละช่วงเวลามาให้ เพื่อให้คุณเลือกจองทัวร์ได้ตรงใจที่สุดดังนี้ค่ะ:

  • ปลายกันยายน – ต้นตุลาคม (ช่วงเริ่มต้นไล่สี): ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองและส้มอ่อนๆ ข้อดีคือคนยังไม่หนาแน่นมากนัก เดินเที่ยวได้สบายๆ (แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงสัปดาห์วันชาติจีน 1–7 ตุลาคม เพราะคนท้องถิ่นจะเที่ยวเยอะเป็นพิเศษค่ะ)
     
  • กลางตุลาคม – ปลายตุลาคม (ช่วงพีคที่สุด!): นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามที่ว่าควรมาชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง เดือนไหน เพราะเป็นช่วงที่ต้นเมเปิ้ล แปะก๊วย และต้นโอ๊ตทั่วทั้งเมืองจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดและเหลืองทองอร่ามแบบเต็ม 100% มองไปทางไหนก็สวยสะกดสายตา เป็นช่วงที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ
     
  • ต้นพฤศจิกายน (ช่วงปลายฤดู): ใบไม้จะเริ่มร่วงโรย โดยเฉพาะในพื้นที่สูงหรือทางตอนเหนือของเมืองอย่างบริเวณกำแพงเมืองจีน แต่คุณจะได้สัมผัสกับภาพความโรแมนติกของพรมใบไม้สีทองและสีแดงที่ร่วงพรมอยู่เต็มพื้นดิน ท่ามกลางลมหนาวที่เริ่มพัดเข้ามาทักทาย
     

 

 

อัปเดต 10 พิกัดไฮไลต์ ชมใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง 2026 ที่ต้องไปเช็กอิน 

1. กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)
 

วิวทิวทัศน์กำแพงเมืองจีนด่านปาต้าหลิงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง

 

เปิดวาร์ปพิกัดแรกกับหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่อลังการที่สุดค่ะ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทั่วทั้งขุนเขาที่โอบล้อมกำแพงอิฐเก่าแก่จะถูกย้อมไปด้วยสีเหลือง ส้ม และแดง ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศโรแมนติกและมีลมเย็นๆ พัดสบายตลอดวัน โดยจุดไฮไลต์ที่ยักษ์ทัวร์ขอแนะนำคือ ด่านปาต้าหลิง (Badaling) ที่จะได้เห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสีแบบกว้างไกลสุดสายตา และ ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) สำหรับใครที่ชอบความสโลว์ไลฟ์ คนไม่หนาแน่นจนเกินไปค่ะ

วิธีเดินทางอัปเดตล่าสุด:

  • ด่านปาต้าหลิง: นั่งรถไฟความเร็วสูง (G-Train) จากสถานี Beijing North หรือสถานี Qinghe ไปลงที่สถานี Badaling Great Wall จากนั้นเดินต่อเข้าจุดจำหน่ายตั๋วได้เลย หรือเลือกนั่งรถบัสสาย 877 จากสถานีขนส่ง Deshengmen
  • ด่านมู่เถียนยวี่: นั่งรถบัสสาย 916 Express จากสถานีขนส่ง Dongzhimen ไปลงที่ตัวเมือง Huairou District จากนั้นต่อรถแท็กซี่ท้องถิ่น หรือเลือกใช้บริการรถบัสท่องเที่ยวสายตรง (Direct Tourist Bus) จากตัวเมืองปักกิ่งเพื่อความสะดวกสบายค่ะ

 


2. พระราชวังฤดูร้อน (The Summer Palace)
 

สะพานหินและศาลาจีนโบราณในพระราชวังฤดูร้อนท่ามกลางใบไม้สีแดง

 

หนึ่งในมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่กลายมาเป็นจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง ที่สวยงามและคลาสสิกที่สุด ทันทีที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง บรรดาทั้งต้นแปะก๊วย เมเปิ้ล และต้นโอ๊ค ทั่วทั้งพระราชวังจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสีเป็นเหลืองทองและแดงสด โดยเฉพาะบริเวณทางเดินเลียบทะเลสาบคุนหมิง ทางขึ้นเขา รอบศาลาจีนโบราณ และสะพานหินข้ามแม่น้ำ ที่ส่งให้ทัศนียภาพรอบตัวดูราวกับภาพวาดพู่กันจีนเลยค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งสาย 4 ไปลงที่สถานี Beigongmen (ทางออก D) จะใกล้ประตูทางเข้าที่สุด หรือนั่งสาย 10 ไปลงที่สถานี Bagou แล้วต่อรถแท็กซี่เข้าไปค่ะ
  • รถบัส (Bus): นั่งรถบัสประจำทางสายที่ผ่านไปลงป้าย Summer Palace East Gate (ประตูทิศตะวันออก)

 


3. สวนเป่ยไห่ (Beihai Park)
 

ศาลาห้าด้ามมังกรริมทะเลสาบสะท้อนผืนน้ำในสวนเป่ยไห่

 

สัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงสุดคลาสสิกใจกลางเมืองที่ สวนเป่ยไห่ (Beihai Park) ชวนคุณไปเดินเล่นชมทิวทัศน์อันงดงามของทิวไม้ที่พากันเปลี่ยนเป็นเฉดสีแดง เหลือง และส้ม สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำในทะเลสาบอย่างลงตัว ตัวสวนรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ทั้งวัดวาอาราม ศาลาจีนรูปทรงอ่อนช้อย และไฮไลต์สำคัญอย่างเจดีย์ขาวทรงระฆังคว่ำแบบทิเบตที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะฉงหัวกลางน้ำ เป็นอีกหนึ่งจุดพักผ่อนที่ให้ฟีลสงบและสวยงามจับใจค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งสาย 6 ไปลงที่สถานี Beihai North (ทางออก B) จากนั้นเดินเท้าต่ออีกประมาณ 5 – 10 นาที ก็จะถึงประตูทางเข้าสวนค่ะ

 


4. มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University Campus)
 

บรรยากาศต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองหน้าอาคารเรียนสไตล์จีนในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

 

แคมปัสของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศจีน ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องวิชาการ แต่ยังเป็นพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง ที่สวยและโรแมนติกมาก ทันทีที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง บรรดาต้นแปะก๊วยโบราณและต้นไม้ใหญ่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสีเป็นเหลืองอร่าม บรรยากาศภายในร่มรื่น สวยคลาสสิก เหมาะกับการมาเดินเล่นสะพายกล้องถ่ายรูปมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม จะเป็นช่วงที่สีสันของใบไม้สวยงามและพีคที่สุดเลยค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งสาย 4 ไปลงที่สถานี East Gate of Peking University (北大东门站) ใช้ทางออก A แล้วเดินต่ออีกเพียงเล็กน้อยก็จะเจอกับประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ
     

 

5. เมืองโบราณกู๋เป่ยสุ่ยเจิ้น (Gubei Water Town)
 

ทางเดินหินและลำคลองริมเถาวัลย์สีแดงในเมืองโบราณกู๋เป่ยสุ่ยเจิ้น

 

อีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดในทริป ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง เดือนไหนก็ไม่ฟินเท่าช่วงกลางถึงปลายตุลาคมที่กู๋เป่ยสุ่ยเจิ้นค่ะ ที่นี่เป็นเมืองโบราณริมน้ำที่ตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงทั้งตัวเมืองและเถาวัลย์ที่เกาะตามกำแพงอิฐเก่าแก่จะถูกย้อมไปด้วยสีแดง ส้ม และเหลืองสดใส บรรยากาศภายในเมืองมีคลองสายเล็กๆ ทอดตัวผ่านพร้อมเรือแจวที่ล่องไปมาอย่างช้าๆ ให้ภาพที่งดงามราวกับคุณได้หลุดเข้าไปอยู่ในซีรีส์จีนย้อนยุคเลยค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถบัส (Bus): นั่งรถบัสยิงตรง (Express Bus) จากสถานีขนส่ง Dongzhimen Bus Station ไปยังกู๋เป่ยสุ่ยเจิ้นได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 – 2.5 ชั่วโมง (เนื่องจากรถบัสออกเป็นรอบ ควรเช็กตารางเวลาก่อนเดินทางนะคะ)
  • รถส่วนตัว (Private Car): สำหรับใครที่เน้นความสะดวกสบาย แนะนำให้ใช้บริการรถแท็กซี่หรือเช่ารถพร้อมคนขับจากตัวเมืองปักกิ่ง แม้ราคาจะสูงกว่าแต่ตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นของเวลามากค่ะ

 


6. สวนป่าโอลิมปิก (Olympic Forest Park)
 

หอคอยโอลิมปิกปักกิ่งโอบล้อมด้วยทิวต้นแปะก๊วยสีเหลืองอร่ามในสวนป่าโอลิมปิก

 

ปอดแห่งใหญ่ใจกลางเมืองหลวงที่เป็นพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง ได้อย่างจุใจ ในฤดูใบไม้ร่วง บรรดาต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ในสวนสาธารณะแห่งนี้จะพร้อมใจกันเปลี่ยนเฉดสีเป็นเหลือง ทอง แดง และส้ม สลับสีสันกันอย่างมีมิติกระจายอยู่ทั่วพื้นที่อันกว้างขวาง ภายในสวนมีทั้งสะพานข้ามน้ำ ทางเดินไม้ทอดยาว และลานกิจกรรมโล่งกว้าง พร้อมมุมถ่ายภาพสไตล์ธรรมชาติที่หลากหลาย ให้คุณได้มาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์และทำคอนเทนต์รูปสวยๆ ได้แบบไม่ซ้ำใครเลยค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งสาย 8 (Line 8) ไปลงที่สถานี South Gate of Forest Park ใช้ทางออก Exit B จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 5 – 7 นาที ก็จะเข้าสู่ประตูทางทิศใต้ของสวนป่าค่ะ


 

7. สวนพฤกษศาสตร์ปักกิ่ง (Beijing National Botanical Garden)
 

เงาสะท้อนผืนน้ำของต้นไม้เปลี่ยนสีสลับเฉดเหลืองแดงในสวนพฤกษศาสตร์ปักกิ่ง

 

อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่งดงามและเงียบสงบสำหรับสายธรรมชาติ ภายในสวนขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมพืชพรรณนานาชนิดที่จะพากันเปลี่ยนสีสันอย่างพร้อมเพรียงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศที่นี่อบอวลไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ ความร่มรื่น และความเงียบสงบ เหมาะแก่การมาเดินทอดน่องเล่นสบายๆ หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟรางเบา (Xijiao Line): นั่งรถไฟท่องเที่ยวสาย Xijiao Line ไปลงที่สถานี National Botanical Garden จากนั้นเดินเท้าต่ออีกเพียงเล็กน้อยไปยังประตูทางเข้าสวนได้เลยค่ะ
    รถบัส (Bus): นั่งรถบัสประจำทางสาย 331, 563, 696 หรือ 698 มาลงที่ป้าย Beijing Botanical Garden

 


8. ถนนต้นแปะก๊วยเตียวหยูไถ่ (Diaoyutai Ginkgo Avenue)
 

อุโมงค์ต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองทอดตัวยาวตลอดแนวถนนต้นแปะก๊วยเตียวหยูไถ่

 

แลนด์มาร์กสุดโรแมนติกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง ที่เหลืองอร่ามที่สุด ถนนสายสั้นๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ปลูกเรียงรายอยู่สองข้างทาง ซึ่งพอเข้าสู่ช่วงปลายเดือนตุลาคม ใบแปะก๊วยจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่างสดใส ทอดยาวจนกลายเป็นอุโมงค์สีทองงดงามตระการตา ไม่ว่าจะมาเดินทอดน่องรับลมเย็นๆ หรือสะพายกล้องหามุมถ่ายรูป ก็ดูสวยคลาสสิกและมีเสน่ห์ไปหมดทุกมุมเลยค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งสาย 1 (Line 1) ไปลงที่สถานี Muxidi Station ใช้ทางออก Exit A1 จากนั้นเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกต่ออีกประมาณ 600 เมตร จะพบถนนต้นแปะก๊วยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารเรือนรับรองรัฐบาลเตียวหยูไถ่ (Diaoyutai State Guesthouse) ค่ะ

 


9. วัดลามะ (Lama Temple)
 

ประตูทางเข้าสีแดงของวัดลามะตัดกับใบแปะก๊วยสีเหลืองทองอร่ามเต็มสองข้างทาง

 

หากถามว่ามาชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง เดือนไหน ถึงจะคุ้มค่าและได้สัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมด้วย ยักษ์ทัวร์ขอแนะนำให้มาเช็กอินที่วัดลามะในช่วงปลายตุลาคมค่ะ ที่นี่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ผสมผสานทิเบต-จีนที่งดงามและทรงคุณค่า ในฤดูใบไม้ร่วง บรรดาต้นไม้เปลี่ยนสีและต้นแปะก๊วยโดยรอบรวมถึงบริเวณลานภายในวัด จะพากันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่าม ตัดกับสีสันสีแดงและสีทองอันฉูดฉาดของตัวอาคารโบราณได้อย่างงดงามสะดุดตา ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและอบอวลไปด้วยความศรัทธาค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งสาย 2 หรือสาย 5 ไปลงที่สถานี Lama Temple เลือกใช้ทางออก C จากนั้นเดินเท้าต่ออีกเพียงเล็กน้อยก็จะพบกับทางเข้าวัดอย่างง่ายดายค่ะ


 

10. ภูเขาเซียงซาน (Fragrant Hills Park)
 

ศาลาชมวิวบนยอดเขาโอบล้อมด้วยป่าเมเปิ้ลสีส้มแดงที่ภูเขาเซียงซาน

 

พิกัดสุดท้ายที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง และโด่งดังที่สุดในประเทศจีนค่ะ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทั่วทั้งขุนเขาแห่งนี้จะถูกย้อมไปด้วยสีแดงเพลิงสลับสีเหลืองส้มของต้นเมเปิ้ลและผืนป่าธรรมชาติอันกว้างใหญ่ สำหรับนักท่องเที่ยวสายลุยก็สามารถเลือกเดินป่าปีนเขาขึ้นไปชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด หรือถ้าใครอยากชมวิวความอลังการแบบพาโนรามามุมสูง ยักษ์ทัวร์แนะนำให้นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปด้านบน บอกเลยว่าสวยงามสะกดสายตาและคุ้มค่าสุดๆ ค่ะ

วิธีเดินทาง:

  • รถไฟใต้ดิน & รถไฟรางเบา: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 4 ไปลงที่สถานี Beigongmen จากนั้นเปลี่ยนไปต่อรถไฟรางเบาสายท่องเที่ยว Xijiao Line ไปลงที่สถานี Xiangshan (香山站) ได้เลยค่ะ
  • รถบัส (Bus): หรือจากสถานี Beigongmen สามารถเลือกต่อรถบัสประจำทางสาย 563 (หรือสาย 318, 331, 360) ไปลงที่ป้าย Xiangshan Park (香山公园站) แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 5 – 10 นาทีเพื่อเข้าสู่ตัวอุทยานค่ะ

 

 

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เที่ยวใบไม้เปลี่ยนสีที่ปักกิ่ง

Q: ไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง เดือนไหน ถึงจะสวยและพีคที่สุด? 

A: ช่วงที่สวยและพีคที่สุดจะอยู่ระหว่าง กลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม ค่ะ เป็นช่วงที่ต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง และต้นเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเต็ม 100% ทั่วทั้งเมือง หากมาเร็วกว่านี้ใบไม้อาจจะยังเปลี่ยนสีไม่เต็มที่ หรือถ้ามาช่วงพฤศจิกายนใบไม้จะเริ่มร่วงโรยแล้วค่ะ

Q: แต่งตัวอย่างไรดีสำหรับทริป ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง 2026? 

A: อากาศในช่วงนี้จะเย็นสบายค่อนไปทางหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 – 20 องศาเซลเซียส และอาจลดต่ำลงในช่วงดึกหรือเมื่อขึ้นไปบนที่สูงอย่างกำแพงเมืองจีน แนะนำให้เตรียมเสื้อโค้ทกันลม เสื้อไหมพรม เสื้อคาร์ดิแกน และผ้าพันคอเก๋ๆ มามิกซ์แอนด์แมตช์ได้เลยค่ะ และที่สำคัญควรเตรียมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายมาด้วยนะคะ เพราะพิกัดไฮไลต์ส่วนใหญ่ต้องเดินค่อนข้างเยอะค่ะ

Q: ไปเที่ยวปักกิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องจองตั๋วเข้าสถานที่ล่วงหน้าไหม? 

A: จำเป็นมากๆ ค่ะ เนื่องจากช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูท่องเที่ยวไฮซีซั่นของปักกิ่ง สถานที่ฮิตๆ เช่น พระราชวังฤดูร้อน หรือภูเขาเซียงซาน จะมีการจำกัดโควตาผู้เข้าชมต่อวัน และส่วนใหญ่ต้องจองผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้า หากไม่ได้เตรียมตัวไปตั๋วอาจเต็มได้ค่ะ แต่ถ้าเดินทางไปกับยักษ์ทัวร์ ทางเราจะจัดการจองตั๋วเข้าชมแลนด์มาร์กทุกแห่งให้เรียบร้อยล่วงหน้า ลูกทัวร์ไม่ต้องกังวลหรือไปต่อคิวเองเลยค่ะ
 

 


ทั้งหมดนี้คือ 10 พิกัด ใบไม้เปลี่ยนสี ปักกิ่ง ที่มีความงดงามและมีเสน่ห์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเดินชิลเน้นดื่มด่ำธรรมชาติ หรือสายตากล้องที่ชอบล่ามุมถ่ายรูปสวยๆ ปักกิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงคือหมุดหมายครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด บรรยากาศโรแมนติก อากาศเย็นสบายชื่นใจ และเต็มไปด้วยความประทับใจในทุกย่างก้าวอย่างแน่นอนค่ะ

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved