Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

ตะลุยย่าน Dotonbori (โดทงโบริ) โอซาก้า อัปเดต จุดเช็กอิน กิน ช้อป ครบทุกโมเมนต์

23 มิถุนายน 2569
YakTour Blog
ตะลุยย่าน Dotonbori (โดทงโบริ) โอซาก้า อัปเดต จุดเช็กอิน กิน ช้อป ครบทุกโมเมนต์

บุกตะลุยย่านสุดคึกคักที่ไม่เคยหลับใหล “Dotonbori (โดทงโบริ)” แลนด์มาร์กสำคัญแห่งโอซาก้าที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างปักหมุดว่าต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง เพราะที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านค้าขึ้นชื่อมากมาย บอกเลยว่าทั้งสายกิน สายช้อป และสายแชะ ไม่ควรพลาด!

บทความนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมอัปเดตใหม่ล่าสุดปี 2026 พร้อมแนะนำจุดเช็กอินเด็ดๆ หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเดินทางลุยเดี่ยวด้วยตัวเองหรือมองหาแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น ย่านสุดฮิตแห่งนี้คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่ต้องใส่ไว้ในแพลน! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย!


 

 

ทำความรู้จัก Dotonbori (โดทงโบริ) แลนด์มาร์กที่ไม่เคยหลับใหล

Dotonbori (โดทงโบริ) เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินทางอย่างแท้จริง ย่านการค้าสุดคึกคักนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า (Osaka) ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงโด่งดังจากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตลอดทั้งวันยามค่ำคืน โดดเด่นด้วยภาพของป้ายไฟกูลิโกะอันเป็นเอกลักษณ์ แสงสีจากป้ายไฟ LED ที่สะท้อนลงบนผืนน้ำของคลองสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านใจกลางย่าน พร้อมทั้งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังและสถานบันเทิงชั้นนำมากมาย

ที่มาของชื่อ “Dotonbori” นั้นมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยตั้งชื่อตาม “นาริยาสุ โดทง” (Yasui Doton) พ่อค้าผู้เริ่มโครงการขุดขยายคลองแห่งนี้ในอดีตเพื่อเปิดเส้นทางการค้าขาย นับตั้งแต่นั้นมา ย่านนี้จึงได้พัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและความบันเทิงอันเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับใครที่มีแพลนมาเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะการตะลุยภูมิภาคคันไซ ย่านนี้คือพิกัด Must-visit ที่ต้องแวะมาเช็กอิน กิน และถ่ายรูปให้ได้สักครั้ง ไม่งั้นจะถือว่ามาไม่ถึงโอซาก้าเลยล่ะค่ะ!


 

 

เที่ยวโดทงโบริ (Dotonbori) ได้ช่วงไหนบ้าง? แนะนำเวลาเดินฟินที่สุด

ย่าน Dotonbori เป็นพื้นที่สาธารณะและย่านการค้าที่ไม่มีวันหลับใหล เพื่อนๆ สามารถมาเดินเล่น ถ่ายรูปกับป้ายไฟ และชมวิวคลองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด แต่สำหรับเวลาเปิด-ปิดของร้านค้า ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าในย่านนี้ จะมีความแตกต่างกันออกไป แนะนำไฮไลต์ช่วงเวลาเดินทางดังนี้ค่ะ:

  • ช่วงกลางวัน (11:00 - 16:00 น.): เหมาะสำหรับสายกินที่อยากตระเวนชิมเมนูเด็ด หรือสายช้อปปิ้งที่ชอบเดินสบายๆ คนไม่หนาแน่นจนเกินไป ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00 น. เป็นต้นไป
     
  • ช่วงค่ำ (17:00 - 23:00 น.): เป็นช่วงเวลาที่คึกคักและสวยงามที่สุด เพราะป้ายไฟ LED ชื่อดัง รวมถึงป้ายกูลิโกะจะเริ่มเปิดแสงสีเสียงอย่างอลังการ ร้านรวงเปิดครบทุกร้าน บรรยากาศโรแมนติกน่าเดินมากค่ะ
     
  • ข้อควรระวังสำหรับปี 2026: แม้ตัวย่านจะเดินได้ตลอดคืน แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่จะปิดครัว (Last Order) ช่วง 21:30 - 22:00 น. ส่วนร้านแฮงเอาต์หรือร้านสะดวกซื้อบางแห่งจะเปิดโต้รุ่ง หากเพื่อนๆ เล็งร้านไหนไว้เป็นพิเศษ แนะนำให้อัปเดตเวลาเปิด-ปิดของร้านนั้นล่วงหน้าก่อนเดินทางด้วยนะคะ

 

 


วิธีการเดินทางมาที่ Dotonbori อัปเดตล่าสุด 2026

1. การเดินทางจากสถานีหลักในโอซาก้า

  • รถไฟใต้ดิน (Subway): นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line จากสถานีอุเมดะ (Umeda Station) มาลงที่สถานีนัมบะ (Namba Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที จากนั้นเดินเท้าต่ออีกประมาณ 5 – 10 นาทีก็จะถึงใจกลางย่าน Dotonbori
  • รถบัสประจำทาง (Osaka City Bus): สามารถนั่งรถบัสมาลงที่ป้ายรถบัสใกล้กับสถานี Namba, Shinsaibashi หรือ Nipponbashi จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 – 10 นาทีค่ะ

2. การเดินทางจากสนามบินคันไซ (Kansai International Airport - KIX)

สำหรับนักท่องเที่ยวที่บินตรงมาลงโอซาก้า แล้วอยากพุ่งตรงมาเช็กอินที่ Dotonbori เลย สามารถเลือกเดินทางได้ 2 วิธีหลักๆ ดังนี้ค่ะ
 

รูปแบบการเดินทาง

เส้นทาง / สายรถ

ระยะเวลา

สถานีปลายทางและการเดินต่อ

รถไฟ (Train)

รถไฟ Nankai Airport Express หรือ Rap:t (Limited Express)

~40 - 45 นาที

ลงที่สถานี Namba เดินต่อ 5 – 10 นาที

รถบัส (Airport Limousine)

ขึ้นรถบัสที่สนามบินคันไซ (ชานชาลาหมายเลข 5) ปลายทาง Osaka Station City หรือ OCAT

~52 นาที

ลงที่สถานี OCAT (Osaka City Air Terminal) เดินต่อประมาณ 800 เมตร

 

 

 

ปักหมุด 7 จุดเช็กอินห้ามพลาดเมื่อมา โดทงโบริ (Dotonbori) อัปเดต 2026

ใครได้มาเยือน Dotonbori ห้ามพลาดการแวะเช็กอินตามพิกัดเด็ดเหล่านี้เด็ดขาดค่ะ! เพราะนอกจากจะมีร้านอาหารชื่อดังระดับตำนานและจุดถ่ายรูปปังๆ แล้ว ทุกซอกทุกซอยยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นโอซาก้าแท้ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเดินทางมาลุยเดี่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ หรือเดินทางมากับทัวร์ญี่ปุ่น ก็รับรองว่าจะได้รับความสนุก ความอร่อย และความประทับใจกลับไปแบบเต็มอิ่มแน่นอน เตรียมเซฟลิสต์แล้วไปลุยกันเลยค่ะ!

1. ป้ายกูลิโกะ (Glico Running Man Sign)
 

ป้ายไฟกูลิโกะแมนแลนด์มาร์กชื่อดังแห่งเมืองโอซาก้ายามค่ำคืน

แลนด์มาร์กอันดับ 1 ตลอดกาลที่ใครมาเยือนโอซาก้าก็ต้องแวะมาสะบัดท่าโพสเลียนแบบป้ายไฟรูปนักวิ่งยกแขนเข้าเส้นชัยนี้ค่ะ ป้ายนี้สื่อถึง “ความสำเร็จ” และ “ความแข็งแรง” ซึ่งเป็นภาพจำของแบรนด์ขนมญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลกอย่าง Glico และได้กลายเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองโอซาก้ามานานกว่า 80 ปี นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติต่างหลั่งไหลมาเช็กอิน ถ่ายรูปคู่กับกูลิโกะแมนเพื่อเป็นหลักฐานว่ามาถึงโอซาก้าแล้วอย่างแท้จริง

เวลาแนะนำ (Best Time): ป้ายไฟจะเริ่มเปิดไฟสว่างไสวตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกดินยาวไปจนถึงเวลา 24:00 น. แนะนำให้มาช่วงค่ำเพื่อจะได้เห็นแสงสีเสียงที่สะท้อนลงบนผืนน้ำอย่างสวยงามค่ะ

มุมถ่ายรูปห้ามพลาด (Photo Spots):

  • สะพานเอบิสึ (Ebisubashi Bridge): มุมยอดฮิตด้านหน้าตรง เห็นป้ายชัดเจนที่สุดแต่คนจะค่อนข้างแน่นค่ะ
  • มุมลับริมตลิ่ง (Dotonbori River Walk): เดินลงบันไดมาที่ทางเดินริมคลองฝั่งตรงข้ามป้าย ช้อนกล้องขึ้นเล็กน้อย จะได้ภาพคู่กับนักวิ่งกูลิโกะแบบติดคนอื่นน้อยลงค่ะ
  • มุมในร้านดองกี้: มองลงมาจากมุมสูงก็เก๋ไปอีกแบบนะ

 

2. ล่องเรือชมวิวแม่น้ำสุดชิล (Tombori River Cruise)
 

กิจกรรมล่องเรือท่องเที่ยวชมวิวสองฝั่งคลองในย่าน Dotonbori

 

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจมากๆ ก็คือการล่องเรือสัมผัสบรรยากาศริมสองฝั่งคลองในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยเรือจะพาล่องผ่านสะพานชื่อดังต่างๆ และผ่านหน้าป้ายกูลิโกะในระยะประชิด ชนิดที่ว่าได้มุมถ่ายรูปสวยๆ แบบเอกซ์คลูซีฟไปอวดเพื่อนแน่นอนค่ะ สำหรับจุดจำหน่ายตั๋วและท่าขึ้นเรือหลักจะตั้งอยู่ที่บริเวณ Tazaemonbashi Pier ซึ่งอยู่บริเวณริมน้ำหน้าทางเข้าร้าน Don Quijote (ดองกี้สาขาที่มีชิงช้าสวรรค์สีเหลืองขนาดใหญ่) โดยจะใช้เวลาในการล่องเรือชมวิวรอบละประมาณ 20 นาทีค่ะ

  • เวลาเปิดให้บริการ: วันธรรมดา 13:00 – 21:00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 11:00 – 21:00 น. (เรือออกทุกๆ 30 นาที)
  • อัปเดตราคาตั๋ว: ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป) ราคา 1,200 เยน / เด็ก ราคา 400 เยน
  • แนะนำทริปประหยัด: ใครที่เดินทางมาเที่ยวเองแล้วมีบัตร Osaka Amazing Pass สามารถนำตั๋วมาแลกรับสิทธิ์ขึ้นเรือรอบฟรีได้เลยค่ะ! แนะนำให้รีบมาแลกตั๋วเรือไว้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน เพราะรอบเย็น-ค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดไฟในย่าน Dotonbori สวยที่สุด ตั๋วมักจะเต็มเร็วมากๆ ค่ะ


3. ร้านปูยักษ์ขยับได้ในตำนาน (Kani Doraku)
 

โมเดลปูยักษ์สีแดงขยับได้หน้าร้านอาหารทะเลเคนิดูราคุ

 

พามาเช็กอินพิกัดสุดอร่อยระดับตำนานที่ใครเห็นป้ายหน้าร้านเป็นรูปปูยักษ์สีแดงขยับขาไปมา ก็รู้ทันทีว่ามาถึงใจกลางย่าน Dotonbori แล้วแน่ๆ ร้านนี้เป็นร้านอาหารทะเลชื่อดังที่มีชื่อเสียงยาวนานในเรื่องของคุณภาพและความสดใหม่ของเนื้อปู รวมถึงความหลากหลายของเมนูที่ปรุงสรรค์จากปูยักษ์แบบเน้นๆ ตั้งแต่ปูนึ่ง ขาปูย่างถ่านร้อนๆ ซาซิมิปูสดหวาน ซุป ข้าวอบ ไปจนถึงเมนูเด็ดไฮไลต์ที่ต้องลองอย่าง "สุกี้ยากี้เนื้อปู" (Kanisuki) รสชาติกลมกล่อม ทานตอนบาร์บีคิวร้อนๆ บอกเลยว่าฟินมากค่ะ อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปคู่กับป้ายปูยักษ์และลิ้มลองความอร่อยกันนะคะ

เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 22:00 น. (กรุณาเช็กเวลารอบสุดท้ายหรือ Last Order อีกครั้ง)

แนะนำทริปอร่อย (Tips & Tricks):

  • สายกินจริงจัง (Fine Dining): เนื่องจากร้านนี้คิวยาวมากตลอดทั้งวัน หากอยากนั่งทานเมนูคอร์สเซตในร้านแบบสบายๆ แนะนำให้ทำการจองคิวล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการของร้านมาก่อนเดินทางเท่านั้นค่ะ
  • สายสตรีทฟู้ด (เวลาน้อย): สำหรับใครที่ไม่สะดวกจองคิวหรือมีเวลาจำกัด หน้าร้านจะมีซุ้มจำหน่าย "ขาปูยักษ์ย่างถ่าน" แบบ Takeaway ให้ซื้อใส่กล่องเดินทานได้เลย ส่งกลิ่นหอมฉุย ได้ฟิลสตรีทฟู้ดโอซาก้าแท้ๆ เลยค่ะ

 


4. ร้านเกี๊ยวซ่ายักษ์ในตำนาน (Osaka Ohsho Dotonbori)
 

ป้ายโมเดลเกี๊ยวซ่าไซส์ยักษ์สามมิติหน้าร้านโอซาก้าโอโช

 

เห็นป้ายร้านดีไซน์โมเดลสามมิติเป็นรูปเกี๊ยวซ่าไซส์ยักษ์ติดอยู่เหนือกำแพงตึก ก็รู้ทันทีว่าเดินมาถึงร้าน Osaka Ohsho Dotonbori แล้วแน่ๆ ค่ะ พิกัดนี้ตั้งอยู่ถัดมาจากร้านปูยักษ์เพียงนิดเดียวเท่านั้น เมนูชูโรงอันดับหนึ่งของร้านจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "เกี๊ยวซ่า" ที่ทอดมาแบบแป้งบางกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูและผักด้านในฉ่ำฉ่อรสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ภายในร้านยังมีอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่น (Chuka Ryori) รสชาติถูกปากคนไทยให้เลือกชิมอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นราเมน ข้าวผัดร้อนๆ หรือเต้าหู้ซอสเผ็ดมาโบโทฟุค่ะ

เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 22:00 น.

แนะนำเมนูเด็ด (Must-Try Combo): * เซตสุดคุ้ม: สำหรับใครที่อยากจัดหนัก แนะนำให้สั่งเป็นเซตจับคู่ "เกี๊ยวซ่า + ขาหมูหรือข้าวผัด + ราเมนชามเล็ก" จะได้ลิ้มลองรสชาติยอดนิยมของทางร้านแบบครบถ้วนในราคาประหยัดค่ะ

สายรีบเดินเที่ยว: บริเวณหน้าร้านมีตู้กระจกและหน้าต่างสำหรับสั่งเกี๊ยวซ่าแบบกล่อง Takeaway ยอดนิยม สามารถสั่งแบบ 6 ชิ้นหรือ 12 ชิ้น ออกมาเดินทานร้อนๆ ระหว่างเดินเล่นรับลมได้อย่างสะดวกสบายเลยค่ะ
 

 

5. พิพิธภัณฑ์โคนะมงและทาโกะยากิหมึกยักษ์ (Konamon Museum)
 

ป้ายปลาหมึกยักษ์สีแดงหน้าพิพิธภัณฑ์โคนะมงร้านทาโกะยากิชื่อดัง

 

เช็กอินกันต่อที่สถานที่สุดสนุกอย่าง พิพิธภัณฑ์โคนะมง (Konamon Museum) พิพิธภัณฑ์ธีมอาหารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านโดทงโบริ ที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความสนุกเกี่ยวกับ "โคนะมง" หรือวัฒนธรรมอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าที่ทำจากแป้งเป็นหลัก โดยเฉพาะเมนูโปรดของใครหลายคนอย่าง ทาโกะยากิ (Takoyaki) และ โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) จุดเด่นหน้าร้านคือป้ายโมเดลปลาหมึกยักษ์สีแดงตัวใหญ่ยักษ์ที่ใครเดินผ่านก็ต้องแวะแชะภาพคู่ค่ะ

เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 22:00 น.

เจาะลึกความสนุกภายในตึก (ต้อนรับปี 2026):

  • ชั้น 1 (สายกิน): เป็นโซนร้านขายทาโกะยากิร้อนๆ แป้งนอกกรอบนุ่มใน ให้คุณได้เลือกซื้อและนั่งทานกันสดๆ หน้าเตา
  • ชั้น 2 (สายประวัติศาสตร์): นิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวต้นกำเนิดของทาโกะยากิ รวมถึงเคล็ดลับการผสมแป้งและอุปกรณ์เตาหลุมในยุคต่างๆ
  • ชั้น 3 (สายเวิร์กชอป): ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาด! กิจกรรมเวิร์กชอปทำ "โมเดลทาโกะยากิจำลอง" ด้วยซิลิโคนและเหลวแว็กซ์ ให้คุณได้ดีไซน์ทาโกะยากิเป็นของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลกกลับบ้านไปอวดเพื่อนๆ ค่ะ

 


6. โฮเซนจิโยโกะโจ (Hozenji Yokocho) ตรอกโคมไฟย้อนยุคสุดโรแมนติก
 

บรรยากาศทางเดินหินและโคมไฟกระดาษยามเย็นในตรอกโบราณโฮเซนจิโยโกะโจ

 

หลังจากเดินเล่นชิมของอร่อยท่ามกลางแสงสีเสียงกันไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งพิกัดลับที่อยากแนะนำให้ลองเดินเลี้ยวเข้ามาสัมผัสดูค่ะ นั่นคือ โฮเซนจิโยโกะโจ (Hozenji Yokocho) ตรอกซอกซอยเล็กๆ แสนมีเสน่ห์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังความคึกคักวุ่นวายได้อย่างน่าอัศจรรย์ สถานที่แห่งนี้จะทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอดีตยุคเอโดะ เพราะตลอดทางเดินยาวประมาณ 80 เมตร ถูกปูด้วยหินโบราณ มีโคมไฟกระดาษสีส้มอบอุ่นแขวนเรียงรายตัดกับสีเข้มของอาคารบ้านเรือนไม้เก่าแก่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ร้านบาร์ลับ คาเฟ่ชาเขียว และร้านโอโคโนมิยากิสไตล์ดั้งเดิมที่เปิดต้อนรับอย่างเป็นกันเองค่ะ

ไฮไลต์สายมูห้ามพลาด: เมื่อเดินเข้ามาในตรอกนี้ จะพบกับ วัดโฮเซนจิ (Hozenji Temple) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ "มิซุคาเคะ ฟุโดซัง" (Mizukake Fudo) พระพุทธรูปไม้แกะสลักที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือมีผืนผ้ามอสสีเขียวชอุ่มปกคลุมอยู่ทั่วทั้งองค์อย่างงดงาม

วิธีขอพรตามธรรมเนียมคนท้องถิ่น: ให้นักท่องเที่ยวตักน้ำในบ่อแล้วราดไปที่องค์พระพุทธรูปเบาๆ พร้อมกับอธิษฐานขอพร เชื่อกันว่าจะช่วยประทานพรความสำเร็จในชีวิต ความรักที่สมหวัง และการค้าขายให้เจริญรุ่งเรืองร่ำรวยค่ะ

 


7. ถนนคนเดินสายช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi-suji Shopping Street)
 

บริเวณทางเข้าถนนคนเดินและแหล่งช้อปปิ้งชินไซบาชิซูจิข้างสะพานเอบิสึ

 

ปิดท้ายทริปกันที่ย่านช้อปปิ้งระดับตำนานอย่าง ชินไซบาชิ (Shinsaibashi-suji) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กันเลยค่ะ เพียงแค่เราเดินข้ามสะพานเอบิสึ (Ebisubashi Bridge) ที่เป็นจุดชมวิวป้ายกูลิโกะยอดฮิตข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง ก็จะถึงทางเข้าถนนคนเดินทันที ที่นี่เป็นถนนช้อปปิ้งสายยาวที่มีหลังคาคลุมตลอดทางยาวกว่า 600 เมตร ทำให้ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก เพื่อนๆ ก็สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายไร้กังวล สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมและร้านขายของที่ระลึกมากมาย ต้องบอกว่าย่านนี้ถูกใจขาช้อปสุดๆ เลยล่ะค่ะ

เวลาเปิด-ปิดทั่วไป: 11:00 – 20:00 น. (ร้านค้าส่วนใหญ่จะเริ่มปิดช่วงสองทุ่ม)

ลายแทงร้านเด็ดโดนใจนักท่องเที่ยว:

  • สายบิวตี้ & ไอเทมฮิต: มีร้านขายยาและเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่เปิดเรียงรายติดกัน ทั้ง Matsumoto Kiyoshi, Kokumin และ Daikoku Drug ช้อปได้สะใจแน่นอน
  • สายแฟชั่น & สตรีทแวร์: อัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ได้ที่ช็อป Uniqlo, GU, Zara รวมถึงร้านรองเท้าเจ้าดังอย่าง ABC-MART Grand Stage
  • แนะนำทริปช้อปปิ้ง (Tax-Free Tips): ร้านค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้มีบริการ Tax-Free สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมื่อช้อปครบ 5,000 เยนขึ้นไป แนะนำให้พก "พาสปอร์ตตัวจริง" ติดตัวไว้ตลอดเวลานะคะ เพราะในบางร้านสามารถทำเรื่องหักภาษี 10% ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินได้ทันทีหลังจากเดินช้อปปิ้งเสร็จมาจากฝั่ง Dotonbori ค่ะ

 

 


ใครที่มีแพลนมาเที่ยวญี่ปุ่น เมืองโอซาก้า สามารถตามรอย 7 จุดเช็กอินรอบย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ที่เราคัดมาให้ได้เลยค่ะ รับรองว่าได้ชิมของอร่อยและได้รูปปังๆ แน่นอน หรือถ้าใครจองทัวร์ญี่ปุ่น มาเที่ยวอยู่แล้ว ก็สบายใจได้เลยค่ะ ได้มาเดินเล่นช้อปปิ้งที่นี่แน่นอน

สำหรับคนที่กำลังมองหาแพ็กเกจ ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้า หรืออยากเที่ยวญี่ปุ่น แบบครบจบในทริปเดียว ทักมาสอบถามกับ ยักษ์ทัวร์ ได้เลยค่ะ ทีมงานพร้อมแนะนำและให้คำปรึกษาเสมอ!

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved