อัปเดต 9 ที่เที่ยวกุ้ยหลิน 2026 ตะลุย กุ้ยหลิน หยางซั่ว พร้อมวิธีเดินทางและช่วงน่าเที่ยว

เที่ยวจีนสายธรรมชาติปักหมุดด่วน! รวม ที่เที่ยวกุ้ยหลิน อัปเดตล่าสุด เมืองสวรรค์บนดินทางตอนใต้ของจีนที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาหินปูนสลับซับซ้อนและสายน้ำใสสะอาด ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกพิกัดฮิตในเส้นทาง กุ้ยหลิน หยางซั่ว เมืองคู่ขนานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และกิจกรรมล่องแพสุดชิล สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวเดินทาง แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะไป เที่ยวกุ้ยหลิน เดือนไหนดี บทความนี้รวมคำตอบ พร้อมวิธีเดินทางและลายแทง 9 จุดเช็กอินสวยๆ ที่ต้องไปซ้ำมาฝากกันแล้วค่ะ
เที่ยวกุ้ยหลิน เดือนไหนดี? อัปเดตสภาพอากาศและฤดูกาลไฮไลต์
กุ้ยหลิน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีค่อนข้างสบาย อยู่ที่ประมาณ 16–20 องศาเซลเซียส แม้จะสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่หากถามว่ามา เที่ยวกุ้ยหลิน เดือนไหนดี ช่วงที่ฮิตที่สุดและสวยที่สุดคือ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) โดยเราสามารถแบ่งไฮไลต์ในแต่ละฤดูออกได้ดังนี้
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.) | ช่วงพีคที่สุด สวยสะกดตา
- สภาพอากาศ: อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง แจ่มใส โอกาสเจอฝนน้อยมาก
- ไฮไลต์เด็ด: ต้นกุ้ยฮวา (ดอกหอมหมื่นลี้) ส่งกลิ่นหอมละมุนอบอวลไปทั่วทั้งเมือง และเป็นช่วงที่ นาขั้นบันไดหลงจี๋ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเต็มหุบเขา
ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.) | เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่แออัด
- สภาพอากาศ: อากาศหนาวเย็น (บางช่วงอุณหภูมิอาจลดลงเลขตัวเดียว)
- ไฮไลต์เด็ด: บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ความวุ่นวาย ค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด เหมาะสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสความหนาวและพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.) | ธรรมชาติฟื้นตัว เขียวขจีสดชื่น
- สภาพอากาศ: อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้น ลมเย็นสบาย มีหมอกจางๆ คลุมยอดเขา
- ไฮไลต์เด็ด: ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มผลิใบเปลี่ยนเมืองเป็นสีเขียวสด ถ่ายรูปวิวธรรมชาติได้สวยและมีมิติจากหมอกยามเช้า ราวกับภาพวาดพู่กันจีน
ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) | ฤดูแห่งสายน้ำและม่านหมอก
- สภาพอากาศ: อากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุกที่สุดในรอบปี
- ไฮไลต์เด็ด: แม้จะมีฝนแต่เป็นช่วงที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำเต็มเปี่ยม เหมาะที่สุดสำหรับการ ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง และการล่องแพไม้ไผ่ชมความสมบูรณ์ของป่าไม้ แถมหลังฝนตกมักจะมีทะเลหมอกหนาๆ ลอยตัดกับขุนเขาหินปูนในรูท กุ้ยหลิน หยางซั่ว ที่สวยงามไปอีกแบบ
มัดรวม 9 ที่เที่ยวกุ้ยหลิน 2026 ปักหมุดพิกัดฮิต กุ้ยหลิน หยางซั่ว ที่ต้องไปซ้ำ!
1. เขางวงช้าง (Elephant Trunk Hill)

แลนด์มาร์กสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง กุ้ยหลิน ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงและแม่น้ำเถาฮัว ภูเขาหินปูนแห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจนมีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับช้างตัวมหึมากำลังยื่นงวงลงไปดื่มน้ำขนาดยักษ์ โดยช่องว่างใต้รูงวงช้างนั้นถูกเรียกว่า "ถ้ำพระจันทร์วารี" (Water Moon Cave) ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปมหาชนที่ทุกคนต้องมาเช็กอิน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินเล่นรับลมรอบ ๆ สวนสาธารณะ หรือจะเลือกสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นด้วยการล่องแพไม้ไผ่โบราณเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาแห่งนี้ในระยะประชิดก็ได้บรรยากาศที่น่าประทับใจไปอีกแบบค่ะ
2. ถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave)

มหัศจรรย์ใต้พิภพแห่งเมือง กุ้ยหลิน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "วังศิลปะธรรมชาติ" ถ้ำหินปูนแห่งนี้มีอายุเก่าแก่หลายล้านปี ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยและเสาหินรูปร่างแปลกตาตระการตาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยมีการจัดแสดงแสงสีเสียงหลากมิติอย่างอลังการ จนทำให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ "พระราชวังคริสตัล" หรือวังบาดาล ห้องโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่สะท้อนเงาหินย้อยลงบนผืนน้ำนิ่งสงบ พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงแสงสีเล่าเรื่องราวผ่านสื่อผสมและจอ 3 มิติขนาดใหญ่ เป็นจุดเช็กอินร่มรื่นที่มาเที่ยวชมได้ทุกฤดูกาลค่ะ
3. นาขั้นบันไดหลงจี๋ (Longji Rice Terraces)

หนึ่งในพิกัดธรรมชาติระดับโลกและเป็น ที่เที่ยวกุ้ยหลิน ยอดฮิตสำหรับสายถ่ายภาพและคนรักความกรีน นาขั้นบันไดแห่งนี้ถูกขนานนามว่า "นาขั้นบันไดสันหลังมังกร" เนื่องจากแนวคันนาที่ปลูกลดหลั่นตามความโค้งชันของภูเขานั้น ดูคล้ายกับเกล็ดมังกรยักษ์ที่กำลังทอดตัวยาวตามแนวเขา ภายในพื้นที่ประกอบด้วยหมู่บ้านวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ชาวจ้วงและชาวเหยา โดยจุดชมวิวยอดนิยมจะอยู่ที่หมู่บ้านผิงอัน (Ping'an) ช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วงฤดูร้อนที่ทุ่งนาจะกลายเป็นสีเขียวขจีสดชื่นสะดุดตา และช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่รวงข้าวจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามเต็มหุบเขา งดงามจนเหมือนภาพวาดเลยค่ะ
4. เจดีย์เงิน – เจดีย์ทอง (Sun and Moon Pagodas)

คู่เจดีย์อันงดงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลาง ทะเลสาบซานหู (Shan Lake) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาดของเมือง กุ้ยหลิน โดยเจดีย์สององค์นี้เป็นตัวแทนของพระอาทิตย์และพระจันทร์ ความน่าทึ่งคือ "เจดีย์ทอง" (Sun Pagoda) เป็นเจดีย์ทองเหลืองที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 9 ชั้น และมีอุโมงค์กระจกใต้วิหารเชื่อมต่อไปยัง "เจดีย์เงิน" (Moon Pagoda) เจดีย์ปูนสีขาวตระหง่านสูง 7 ชั้น ไฮไลต์เด็ดคือการมาชมวิวในช่วงค่ำคืน ซึ่งเจดีย์ทั้งสองจะเปิดไฟส่องสว่างเป็นสีทองและสีเงินระยิบระยับ สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำนิ่งสงบอย่างงดงามอลังการค่ะ
5. ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง (Lijiang River)

กิจกรรมซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของการมาเยือนเมือง กุ้ยหลิน คือการล่องเรือชมความงามของแม่น้ำหลีเจียง สายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านอ้อมกอดของขุนเขาหินปูนนับพันลูกอย่างงดงามเป็นเอกลักษณ์ เส้นทางยอดนิยมคือการล่องเรือใหญ่จากท่าเรือในตัวเมืองมุ่งหน้าสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างหยางซั่ว ไฮไลต์ระดับโลกที่ทุกคนต้องเตรียมกล้องให้พร้อมคือช่วง "เขาสามเขา" (Nine Horses Fresco Hill) และจุดชมวิวเขากวางป๋า ซึ่งเป็นภาพทิวทัศน์อันงดงามที่ได้รับเกียรติให้พิมพ์อยู่บนด้านหลังของธนบัตร 20 หยวนของจีน ตลอดการเดินทางคุณจะได้สัมผัสภาพธรรมชาติที่สวยงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่ขยับได้ค่ะ
6. เขาเหยาซาน (Yaoshan Mountain)

พิกัดชมวิวมุมสูงที่สวยที่สุดและเป็น ที่เที่ยวกุ้ยหลิน สำหรับสายพาโนรามา ขุนเขาแห่งนี้มีความสูงที่สุดในภูมิภาค โดยสูงกว่า 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไฮไลต์คือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าห้อยขาขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อชมทิวทัศน์อันกว้างไกลแบบ 360 องศา ที่จะเห็นยอดเขาหินปูนสลับซับซ้อนเรียงรายราวกับทะเลภูเขาอันยิ่งใหญ่ ในแต่ละฤดูกาลขุนเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนสีสันไปตามธรรมชาติ ทั้งดอกไม้ป่าผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ และทะเลหมอกในฤดูหนาว ส่วนขาลงสำหรับสายแอดเวนเจอร์ห้ามพลาดการนั่งรถเลื่อนแมงมุม (Toboggan) สไลด์ลงตามแนวเขาที่ยาวและตื่นเต้นท้าทาย ถือเป็นจุดเช็กอินที่ได้ครบรสทั้งความเสียวและความฟินค่ะ
7. ภูเขาวงพระจันทร์ (Moon Hill)

ประติมากรรมทางธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ในเขตเมืองหยางซั่วอันเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเมืองกุ้ยหลิน ภูเขาหินปูนแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เนื่องจากมีโพรงถ้ำวงกลมขนาดใหญ่ทะลุผ่านตัวเขามองดูคล้ายพระจันทร์เสี้ยวดวงโต ความน่าทึ่งคือเมื่อเราเดินหรือนั่งรถผ่านในมุมที่ต่างกัน ช่องว่างนี้จะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่พระจันทร์เสี้ยวไปจนถึงพระจันทร์เต็มดวง สำหรับสายลุยสามารถท้าทายความฟิตด้วยการเดินขึ้นบันไดหินประมาณ 800 ขั้น ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที เพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพอันเขียวขจีของทุ่งนาและหมู่บ้านชนบทด้านล่างผ่านช่องวงพระจันทร์ได้อย่างใกล้ชิดและสวยงามเป็นพิเศษค่ะ
8. แม่น้ำอวี้หลง (Yulong River)

สายน้ำแห่งความโรแมนติกที่มีบทบาทสำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวของ กุ้ยหลิน โดยแม่น้ำสายนี้เป็นลำน้ำสาขาที่แตกแขนงมาจากแม่น้ำหลีเจียง และได้รับฉายาอันไพเราะว่า "แม่น้ำหลีเจียงน้อย" เนื่องจากมีขนาดที่ย่อมกว่า ทว่าให้บรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งแพไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่ใช้คนแจวด้วยไม้พาย (ไม่มีเครื่องยนต์) ปล่อยให้แพไหลเอื่อย ๆ ไปตามสายน้ำใสแจ๋วผ่านสะพานหินโบราณ ทิวเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา และทุ่งนาอันเขียวข
9. ถนนเวสต์ (West Street)

จุดสตาร์ทความบันเทิงยามค่ำคืนและเป็นที่เที่ยวกุ้ยหลิน สายสตรีทฟู้ดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ถนนคนเดินเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหยางซั่ว มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์จีนโบราณผสมผสานกับป้ายไฟและการตกแต่งแนวสากลอย่างลงตัว ตลอดสองข้างทางจะคึกคักไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่สุดชิค และบาร์เบียร์ ไฮไลต์ที่ต้องมาลองชิมคือ "ปลาอบเบียร์" (Beer Fish) เมนูขึ้นชื่อประจำถิ่น และหมี่กุ้ยหลินรสชาติต้นตำรับ รวมถึงมีร้านขายของฝากน่ารัก ๆ เช่น ขนมกุ้ยฮวา และชาอู่หลง เหมาะกับการมาเดินเล่นช้อปปิ้ง ชิมของอร่อย และดื่มด่ำกับแสงสียามเย็นเป็นที่สุดค่ะ
การเดินทางไปกุ้ยหลินและการเตรียมตัว
- บินตรงจากไทย: สามารถเลือกบินตรงจากกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมือง) สู่ สนามบินนานาชาติกุ้ยหลินเลี่ยงเจียง (Guilin Liangjiang International Airport: KWL) ได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีสายการบินยอดฮิตอย่าง AirAsia ให้บริการ บินแวบเดียวประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ
- จากสนามบินเข้าตัวเมือง: เมื่อถึงสนามบินกุ้ยหลิน คุณสามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่าย ๆ โดยบริการ Airport Shuttle Bus (ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารประหยัด) หรือหากเดินทางกันหลายคน การเรียก แท็กซี่ หรือรถผ่านแอป DiDi ก็สะดวกและรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 30–45 นาทีเท่านั้น
- การเดินทางระหว่าง กุ้ยหลิน หยางซั่ว: สำหรับรูทสุดฮิตนี้ คุณสามารถเลือกเดินทางได้ 3 วิธีหลัก ๆ คือ
ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง (ชมวิวไปด้วย เดินทางไปด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว)
นั่งรถบัสประจำทาง จากสถานีขนส่งกุ้ยหลิน ตรงสู่หยางซั่ว
นั่งรถไฟความเร็วสูง จากสถานี Guilin ไปยังสถานี Yangshuo ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้นค่ะ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เที่ยวกุ้ยหลินด้วยตัวเอง 2026
Q: จัดทริปเที่ยว กุ้ยหลิน หยางซั่ว กี่วันดี ถึงจะเก็บพิกัดได้ครบ?
A: แนะนำเวลา 4 วัน 3 คืน หรือ 5 วัน 4 คืน กำลังดีค่ะ โดยแบ่งเป็นนอนในตัวเมืองกุ้ยหลิน 1-2 คืน เพื่อเที่ยวเขางวงช้าง เจดีย์คู่ และถ้ำขลุ่ยอ้อ จากนั้นนั่งเรือล่องแม่น้ำหลีเจียงมานอนที่เมืองหยางซั่วอีก 1-2 คืน เพื่อล่องแพแม่น้ำอวี้หลงและเดินถนนคนเดินเวสต์ จะเป็นรูทที่เก็บไฮไลต์เด็ดได้ครบถ้วนและไม่เหนื่อยจนเกินไปค่ะ
Q: เที่ยวกุ้ยหลินต้องขอวีซ่าไหม และเดินทางอย่างไร?
A: สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องขอวีซ่า (ฟรีวีซ่าไทย-จีน) สามารถพาสปอร์ตเล่มเดียวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติกุ้ยหลินเลี่ยงเจียง (KWL) ได้เลย ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ
Q: ไปเที่ยวกุ้ยหลิน สื่อสารยากไหม และต้องเตรียมแอปพลิเคชันอะไรบ้าง?
A: ผู้คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป Google Translate (แบบโหลดภาษาออฟไลน์ไว้) หรือแอป Pleco สำหรับแปลภาษา นอกจากนี้ต้องมีแอป Alipay หรือ WeChat Pay สำหรับใช้จ่ายเงิน และแอป DiDi สำหรับเรียกแท็กซี่เดินทางในเมือง เพราะกุ้ยหลินเป็นสังคมไร้เงินสด 100% ค่ะ
กุ้ยหลิน ถือเป็นหมุดหมายปลายทางที่สวยงามและครบเครื่องที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ตอบโจทย์ทั้งเรื่องธรรมชาติอันอัศจรรย์ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เรียบง่าย และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย หากใครที่กำลังอยากสัมผัสประสบการณ์การ เที่ยวจีนในมุมที่เงียบสงบ ได้นอนแพปล่อยใจไหลไปตามสายน้ำ โอบล้อมด้วยอ้อมกอดของขุนเขาหินปูน และได้ฟีลพักผ่อนชาร์จแบตชีวิตอย่างแท้จริง ขอบอกเลยว่าเมืองสวรรค์บนดินแห่งนี้จะทำให้คุณประทับใจจนต้องอยากกลับมาเที่ยวซ้ำแน่นอนค่ะ!
