Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

เที่ยวคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ วันเดียวก็เที่ยวได้ อัปเดต 2026

24 เมษายน 2569
YakTour Blog
เที่ยวคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ วันเดียวก็เที่ยวได้ อัปเดต 2026

หากคุณกำลังแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อชมภูเขาไฟฟูจิ คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) คือจุดเช็คอินอันดับต้นๆ ที่สวยที่สุด เพราะรอบๆ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงามและอากาศเย็นสบายตลอดปี แถมยังมี ที่เที่ยวคาวากุจิโกะ หลากหลายสไตล์ให้เลือกเดินสายถ่ายรูป และที่สำคัญอย่าลืมเช็ก พยากรณ์อากาศ คาวากุจิโกะ ก่อนเดินทางเพื่อให้ได้ภาพฟูจิซังแบบฟ้าเปิดชัดเจน วันนี้ ยักษ์ทัวร์ จะพาทุกคนไปอัปเดตลายแทงเที่ยวที่นี่แบบจัดเต็มกันค่ะ


 

 

ทำความรู้จัก คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)

คาวากุจิโกะ Kawaguchiko คือหนึ่งในกลุ่มทะเลสาบทั้งห้าที่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ (Fuji Five Lakes) ตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ความโดดเด่นที่ทำให้ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ เป็นจุดหมายยอดฮิตอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยว คือความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็มตา และเป็นจุดชม "ฟูจิสะท้อนน้ำ" (Sakasa Fuji) ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยทีเดียวค่ะ

ทำไมใครๆ ก็หลงรัก Kawaguchiko?

  • เดินทางสะดวก: อยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1.5 - 2 ชั่วโมง จะมาเที่ยวแบบ One Day Trip หรือค้างคืนนอนชมวิวฟูจิซังตั้งแต่ตื่นนอนก็ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ
  • กิจกรรมหลากหลาย: เราสามารถชมความงามรอบทะเลสาบได้ทั้งการนั่งรถบัส Sightseeing Bus, ปั่นจักรยานรับลมชิลๆ หรือจะล่องเรือชมวิวจากกลางน้ำก็ได้บรรยากาศโรแมนติกมากค่ะ
  • ที่เที่ยวครบทุกสไตล์: มีทั้งสวนดอกไม้ พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก และจุดเช็คอินถ่ายรูปกระจายอยู่รอบพื้นที่ ทำให้การมา ที่เที่ยวคาวากุจิโกะ สนุกได้ไม่มีเบื่อตลอดทั้งวัน

Tips: สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบเต็มอิ่ม แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะห้องที่มองเห็นวิวฟูจิซัง เพราะเป็นทำเลฮอตที่เต็มไวมาก แนะนำให้วางแผนและจองก่อนเดินทางให้เรียบร้อยนะคะ

 

 


พยากรณ์อากาศ คาวากุจิโกะ เช็กให้ชัดก่อนเดินทาง

การเตรียมตัวเรื่องสภาพอากาศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการมา คาวากุจิโกะ ค่ะ เพราะถ้าฟ้าปิดเราอาจจะอดเห็นน้องฟูจิซังได้ โดยในแต่ละฤดูก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
 

ฤดูกาล

ช่วงเดือน

ไฮไลท์ห้ามพลาด

ฤดูใบไม้ผลิ

เม.ย.

เทศกาลชมดอกซากุระฟูจิ และการประดับไฟตอนกลางคืนที่โรแมนติกสุดๆ ค่ะ

ฤดูร้อน

ปลาย มิ.ย. - ก.ค.

เทศกาลคาวากุจิโกะเฮิร์บ ชมทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงละลานตาตามแนวชายฝั่งค่ะ

ฤดูใบไม้ร่วง

ต.ค. - พ.ย.

เทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสี (Momiji Matsuri) บริเวณอุโมงค์ใบเมเปิ้ลยอดฮิตค่ะ

ฤดูหนาว

ธ.ค. - ก.พ.

ช่วงที่ฟ้าเปิดมากที่สุด เห็นภูเขาไฟฟูจิห่มผ้าห่มหิมะสีขาวสะอาดตาชัดเจนที่สุดค่ะ

 

เคล็ดลับการเช็ก พยากรณ์อากาศ คาวากุจิโกะ ให้แม่นยำ

เพื่อให้ไม่พลาดการชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ยักษ์ทัวร์แนะนำให้เช็ก พยากรณ์อากาศ คาวากุจิโกะ ล่วงหน้า 1-3 วันผ่านเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง AccuWeather, Ventusky หรือ JMA (กรมอุตุฯ ญี่ปุ่น) โดยมีเทคนิคง่ายๆ คือ:

1.ดูสัญลักษณ์พระอาทิตย์: ควรเลือกวันที่พยากรณ์ว่าเป็นรูปพระอาทิตย์ดวงโตๆ เท่านั้นนะคะ
2.ระวังก้อนเมฆ: หากในพยากรณ์มีรูปเมฆมาก (Cloudy) หรือมีฝน แม้จะเป็นช่วงหน้าหนาวก็อาจจะบดบังยอดภูเขาไฟฟูจิได้ค่ะ
3.เช็ก Live Cam: แนะนำให้ดูภาพสดจากกล้อง Live Camera ของคาวากุจิโกะในเช้าวันที่เดินทาง จะช่วยยืนยันความชัวร์ได้ดีที่สุดค่ะ

 

 


แจกพิกัด 8 ที่เที่ยวคาวากุจิโกะ จุดเช็คอินยอดฮิตที่ต้องไปให้ได้!

1. เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)
 

วิวเจดีย์ชูเรโตคู่กับภูเขาไฟฟูจิที่คาวากุจิโกะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

 

หากมาเที่ยว คาวากุจิโกะ แล้วไม่ได้มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงค่ะ! เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) เป็นเจดีย์สีแดง 5 ชั้นสุดสง่างาม ตั้งอยู่ในสวนอาราคุรายามะเซ็นเก็น โดยตัวเจดีย์มีความสูงถึง 19.5 เมตร และมีสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัดชิเทนโนจิในจังหวัดโอซาก้าค่ะ
ไฮไลท์ที่ท้าทายแต่คุ้มค่าคือการเดินขึ้นบันไดประมาณ 400 ขั้น เพื่อไปยังจุดชมวิวที่สวยที่สุด ซึ่งเราจะได้เห็นภาพเจดีย์สีแดงตั้งตระหง่านคู่กับภูเขาไฟฟูจิที่เป็นฉากหลังอย่างลงตัว พร้อมชมวิวเมืองในมุมสูงได้กว้างสุดสายตา ใครที่เป็นสายถ่ายรูปบอกเลยว่าห้ามพลาดพิกัดนี้เด็ดขาดนะคะ สวยจึ้งใจแน่นอนค่ะ!


 

2. สวนโออิชิ (Oishi Park)
 

ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนโออิชิริมทะเลสาบพร้อมฉากหลังภูเขาไฟฟูจิ

 

พิกัดถัดมาที่อยากแนะนำคือ สวนโออิชิ (Oishi Park) ค่ะ สวนแห่งนี้เป็นจุดเช็คอินยอดฮิตริม ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ที่สามารถมาเที่ยวชมความสวยงามของดอกไม้และธรรมชาติได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดงส้มสดใส กรอบล้อมวิวภูเขาไฟฟูจิและผืนน้ำสีฟ้าครามได้อย่างลงตัวที่สุด หรือถ้าใครมาช่วงฤดูร้อนก็จะได้ฟินกับทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงค่ะ ใครที่อยากได้รูปฟูจิซังในบรรยากาศสวนสวยริมน้ำที่เปลี่ยนเสน่ห์ไปตามฤดูกาล ต้องห้ามพลาดที่สวนโออิชิเลยนะคะ


 

3. Mt. Fuji Panorama Ropeway
 

วิวมุมสูงจากกระเช้า Mt. Fuji Panorama Ropeway เห็นทะเลสาบและใบไม้เปลี่ยนสี

 

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมวิวมุมสูงของ คาวากุจิโกะ กันบ้างค่ะ ด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้า Mt. Fuji Panorama Ropeway ขึ้นสู่ยอดภูเขาเท็นโจ ตัวกระเช้าจะพาเราไต่ระดับความสูงขึ้นไปถึง 1,075 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในระยะทางเพียง 400 เมตรเท่านั้นค่ะ เมื่อถึงด้านบนเราจะได้ตื่นตาตื่นใจกับจุดชมวิวแบบพาโนราม่าที่มองเห็นได้ทั้งภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า และเห็นวิวเมืองรวมถึงทะเลสาบเบื้องล่างได้แบบสุดสายตา ใครอยากสัมผัสความสูงและวิวที่กว้างกว่าใคร เพื่อนๆ ต้องลองมาขึ้นกระเช้าที่ คาวากุจิโกะ ดูสักครั้งนะคะ รับรองว่าประทับใจแน่นอนค่ะ!


 

4. หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai)
 

หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไคกับวิวภูเขาไฟฟูจิและบ้านโบราณริมน้ำช่วงฤดูใบไม้ร่วง

 

มาต่อกันที่พิกัดสุดน่ารักอย่าง หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "หมู่บ้านน้ำใส" ค่ะ ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับบริเวณรอบภูเขาไฟฟูจิอีกด้วยนะคะ ไฮไลท์คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใสสะอาดจนมองเห็นก้นบ่อ และสถาปัตยกรรมบ้านโบราณที่ดูมีเสน่ห์สุดๆ ค่ะ แม้จะตั้งอยู่แยกออกมาจากตัว คาวากุจิโกะ เล็กน้อย แต่บอกเลยว่าเป็นจุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามและถ่ายรูปออกมาได้ฟีลญี่ปุ่นดั้งเดิมมากๆ ค่ะ

 


5. สถานีรถไฟคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station)
 

 มุมถ่ายรูปยอดฮิตหน้าสถานีรถไฟคาวากุจิโกะที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง

 

จุดเริ่มต้นความฟินที่แค่ก้าวเท้าออกจากรถไฟก็เจอเซอร์ไพรส์เลยค่ะ! สถานีรถไฟคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) เป็นมุมถ่ายรูปสุดชิคที่รวมความเป็นญี่ปุ่นไว้ในเฟรมเดียว ทั้งตัวอาคารสถานีสไตล์คลาสสิกและภูเขาไฟฟูจิขนาดมหึมาที่เป็นฉากหลัง บอกเลยว่าสวยจึ้งจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรัวๆ เลยค่ะ นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ ยังเป็นที่ตั้งของ ที่เที่ยวคาวากุจิโกะ ยอดฮิตอย่างร้านสะดวกซื้อ LAWSON มุมไฮไลท์ในตำนานที่ใครมาก็ต้องแวะไปเช็คอิน ถ่ายรูปอวดลง IG ให้เพื่อนอิจฉาเล่นๆ กันนะคะ
 

 

6. สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji–Q Highland)
 

ทางเข้าสวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์จุดเช็คอินสำหรับสายกิจกรรมหวาดเสียว

 

สาย Adventure ต้องกรีดร้องสิ่งนี้ค่ะ! สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji–Q Highland) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ คาวากุจิโกะ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เครื่องเล่นรถไฟเหาะสุดเสียวที่ติดอันดับโลกเท่านั้นนะคะ แต่เรายังสามารถนั่งเครื่องเล่นไปพร้อมกับชมวิวภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้ชิดสุดๆ ได้อีกด้วยค่ะ ความเก๋คือที่นี่ไม่มีค่าผ่านประตู (จ่ายเฉพาะค่าเครื่องเล่น) ทำให้เราสามารถแวะเข้าไปเดินเล่น ถ่ายรูป หรือหาของอร่อยๆ ทานได้แบบชิลๆ ใครมาเที่ยวแล้วอยากเติมความตื่นเต้นให้ชีวิต ต้องแวะมาเช็คอินที่นี่ให้ได้เลยนะคะ


 

7. พิพิธภัณฑ์ป่าแห่งเสียงดนตรี (Kawaguchiko Music Forest Museum)
 

อาคารสไตล์ยุโรปริมน้ำในพิพิธภัณฑ์ป่าแห่งเสียงดนตรีจุดเช็คอินสุดโรแมนติก

 

ใครที่รักในเสียงดนตรีและศิลปะต้องหลงรักที่นี่แน่นอนค่ะ พิพิธภัณฑ์ป่าแห่งเสียงดนตรี (Kawaguchiko Music Forest Museum) เป็นจุดเช็คอินทางตอนเหนือของ คาวากุจิโกะ ที่จำลองบรรยากาศหมู่บ้านยุโรปโบราณมาไว้ได้อย่างน่ารัก ภายในจัดแสดงเครื่องดนตรีอัตโนมัติหายากจากทั่วโลก และมีไฮไลท์คือการแสดงร้องโอเปร่าสดๆ ที่ประสานเสียงไปกับเครื่องดนตรีคลาสสิก บอกเลยว่าไพเราะจับใจมากค่ะ นอกจากจะได้ฟังเพลงเพราะๆ แล้ว มุมถ่ายรูปที่นี่ก็สวยจึ้งทุกจุด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนใน คาวากุจิโกะ พิกัดนี้ก็ถือว่ามีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครจริงๆ ค่ะ


 

8. ล่องเรือชมทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Ensoleille Sailing)
 

ล่องเรือชมทะเลสาบกับเรือสำราญ Ensoleille ชมวิวภูเขาไฟฟูจิและใบไม้เปลี่ยนสี

 

ปิดท้ายวันดีๆ ด้วยการไป ล่องเรือชมทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Ensoleille Sailing) กันค่ะ กิจกรรมนี้จะพาเราไปเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิจากกลางน้ำแบบพาโนรามา บอกเลยว่าบรรยากาศดีและวิวสวยเต็มสิบไม่หัก! บนเรือสำราญมีทั้งหมด 3 ชั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโซฟานั่งสบาย แถมยังมีบริการ Wi-Fi ฟรีให้อัปรูปลงโซเชียลได้ทันทีอีกด้วยนะคะ ใครที่มองหา ที่เที่ยวคาวากุจิโกะ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและชมความยิ่งใหญ่ของฟูจิซังในมุมที่ต่างออกไป ต้องห้ามพลาดการล่องเรือลำนี้เลยค่ะ

 

 

 


วิธีเดินทางจากโตเกียวไปคาวากุจิโกะ อัปเดตล่าสุด 2026

การเดินทางจากโตเกียวเพื่อไปชมความงามของ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ นั้นสะดวกสบายมากค่ะ มีให้เลือกทั้งแบบรถไฟที่เน้นความรวดเร็ว และรถบัสที่เน้นความประหยัด ดังนี้เลยค่ะ:

เดินทางด้วยรถไฟ (สะดวก รวดเร็ว ควบคุมเวลาได้)

  • Fuji Excursion (ด่วนพิเศษ): ตัวเลือกอันดับ 1 เพราะวิ่งตรงจากสถานี Shinjuku ถึง คาวากุจิโกะ เลยค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมง (แนะนำให้จองล่วงหน้าเพราะเต็มไวมากค่ะ!)
  • JR Chuo Line + Fujikyuko Line: นั่งรถไฟขบวน Azusa หรือ Kaiji ไปลงสถานี Otsuki แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Fujikyuko เพื่อมุ่งหน้าสู่ปลายทางค่ะ

เดินทางด้วยรถบัส (ประหยัด และไม่ต้องต่อรถ)

  • จาก Shinjuku: นั่ง Highway Bus ที่สถานี Shinjuku Expressway Bus Terminal ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีค่ะ
  • จาก Tokyo Station: ขึ้นรถที่ทางออก Yaesu South Exit ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง (จองล่วงหน้าออนไลน์ได้ 1 เดือนนะคะ)

 

 


คาวากุจิโกะ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวของญี่ปุ่นที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของฟูจิซังด้วยตัวเองจริงๆ ค่ะ อย่างที่บอกไปแล้วว่าที่นี่เดินทางง่าย แถมยังมีจุดท่องเที่ยวและกิจกรรมหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะมาชมซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือหิมะสีขาวโพลนในฤดูหนาว ที่นี่ก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในทุกฤดูเลยค่ะ

ถึงแม้บางวันพยากรณ์อากาศอาจจะไม่เป็นใจ มีเมฆบดบังวิวไปบ้าง แต่เชื่อเถอะค่ะว่าบรรยากาศรอบๆ ทะเลสาบจะทำให้คุณหลงรักจนไม่อยากกลับแน่นอน และถ้าใครอยากมาเที่ยวแบบชิลๆ สบายๆ ไม่ต้องปวดหัววางแพลนเดินทางหรือจองตั๋วเองให้ยุ่งยาก ให้ยักษ์ทัวร์ดูแลคุณนะคะ เรามีโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นคุณภาพที่พร้อมพาคุณไปเช็คอินจุดสวยๆ แบบครบถ้วน สนใจสอบถามหรือสำรองที่นั่ง ทักหายักษ์ทัวร์ได้เล ยินดีให้บริการค่ะ!
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved