Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

ปักหมุด ภูเขาไฟฟูจิ ลายแทงจุดชมวิวมหาชนที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด

22 พฤษภาคม 2569
YakTour Blog
ปักหมุด ภูเขาไฟฟูจิ ลายแทงจุดชมวิวมหาชนที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด

พาชม “ภูเขาไฟฟูจิ” สัญลักษณ์แห่งความงดงามของประเทศญี่ปุ่น ที่ใครหลายคนอยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต นอกจากจะเป็นภูเขาไฟในญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกแล้ว ภูเขาไฟฟูจิยังเต็มไปด้วยจุดชมวิวอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเยือนอีกด้วยค่ะ แต่สำหรับนักเดินทางมือใหม่ที่กำลังวางแผนและเกิดคำถามว่าสรุปแล้ว ภูเขาไฟฟูจิ อยู่เมืองอะไร? ควรเลือกปักหมุดที่ไหน หรือจะไป เที่ยวฟูจิ เดือนไหน ถึงจะได้เห็นยอดเขาคลุมหิมะแบบเคลียร์ๆ วันนี้ยักษ์ทัวร์จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกเรื่องน่ารู้ ตั้งแต่วิธีการ เดินทางไปฟูจิ จากโตเกียว ที่แสนง่ายดาย ไปจนถึงการเปิดลายแทง จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นมุมมหาชนฟูจิที่สวยสะกดตา หรือพิกัดลับๆ สำหรับถ่ายรูปฟูจิสวยๆเอาไว้ไปอัปเดตลงโซเชียล ถ้าพร้อมแล้วตามไปเก็บข้อมูลแล้วเตรียมตัวเก็บกระเป๋ากันได้เลย!


 

 

ประวัติความเป็นมาของ ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า ฟูจิซัง (富士山) ซึ่งมีความหมายว่า ภูเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยมีความสูงอยู่ที่ 3,776 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ภูเขาไฟแห่งนี้เกิดจากการปะทุเมื่อประมาณ 100,000 ปีมาแล้ว และในอดีตเกิดการทับถมของลาวาและเเถ้าถ่านจากการปะทุซ้ำๆ หลายครั้ง จนทำให้ตัวภูเขามีรูปทรงสมมาตรสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในกลุ่มภูเขาไฟที่มีโอกาสเกิดการปะทุต่ำ (Active Volcano) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์อันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

ภูเขาไฟฟูจิ อยู่เมืองอะไร?

สำหรับใครที่สงสัยว่า ภูเขาไฟฟูจิ อยู่เมืองอะไร หรือตั้งอยู่แถวไหน? คำตอบคือ ภูเขาไฟฟูจิตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง จังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) และ จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ทางฝั่งตะวันตกของกรุงโตเกียว โดยมีเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตรายล้อมอยู่รอบตัวภูเขา เช่น เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (Fujikawaguchiko) และเมืองโกเท็มบะ (Gotemba) ซึ่งพื้นที่โดยรอบนี้จะรายล้อมไปด้วยทะเลสาบทั้ง 5 (Fuji Five Lakes) และอุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามค่ะ


 

 

เที่ยวฟูจิ เดือนไหนดีที่สุด? แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนและเลือกไม่ถูกว่าจะไปช่วงไหนดีที่สุด? จริงๆ แล้ว ภูเขาไฟฟูจิ สามารถเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ ซึ่งในแต่ละฤดูกาลก็จะมีเสน่ห์และไฮไลท์ที่แตกต่างกันออกไปดังนี้:

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) 

ไฮไลท์คือการได้ชมทัศนียภาพคู่กับดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง เป็นภาพสีชมพูตัดกับยอดเขาหิมะที่สวยงามและลงตัวมากๆ

ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) 

เป็นช่วงที่หิมะบนยอดเขาละลายหมดแล้ว ท้องฟ้าเปิดแจ่มใส และเป็นฤดูกาลเดียวที่เปิดให้ทำกิจกรรมปีนเขาและวิ่งเทรล (Trail Running) สำหรับสายลุย

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)

อากาศจะเริ่มเย็นสบาย บรรยากาศรอบๆ จะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสีแดง ส้ม เหลือง ให้ความรู้สึกโรแมนติกสุดๆ
 

ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

เข้าสู่ช่วงที่อากาศหนาวเย็นจัด แต่เป็นช่วงที่ท้องฟ้าเปิดโล่งและมีโอกาสเห็นยอดเขาได้ชัดเจนที่สุด โดยเราจะได้เห็นภาพยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาขาวโพลนสวยงามจับตา

 


 

10 จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิสุดฮิต ที่ต้องไปถ่ายรูปฟูจิสวยๆ สักครั้ง

1. เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda)

 

ทัศนียภาพเจดีย์ชูเรโตะห้าชั้นสีแดงคู่กับดอกซากุระบานสะพรั่งและภูเขาไฟฟูจิ


เริ่มกันที่พิกัดแรกกับภาพวิวสุดคลาสสิกที่ทำเอาหลายคนโดนตก นั่นคือภาพของ ภูเขาไฟฟูจิ ที่มีเจดีย์ห้าชั้นสีแดงตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาอย่างลงตัว ช่วงเวลาไฮไลท์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิ (กลางเดือนเมษายน) ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งล้อมรอบตัวเจดีย์ และอีกช่วงคือ ฤดูใบไม้ร่วง (ต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน) ที่วิวรอบๆ จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงด้วยใบไม้เปลี่ยนสี บอกเลยว่าไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็สวยงามสะกดตาจนต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้งค่ะ


 

2. โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)


วิวทิวทัศน์เมืองโตเกียวยามค่ำคืนที่มีโตเกียวทาวเวอร์เปิดไฟสว่างไสวคู่กับแนวยอดเขา

 

เปิดประสบการณ์ชมทัศนียภาพท่ามกลางมหานครโตเกียวกันที่ โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) ซึ่งในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งเราจะสามารถมองเห็นฟูจิซังได้แบบชัดเจนที่สุด ถือเป็น จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนที่ไหน เพราะเป็นมุมที่เห็นวิวเมืองหลวงอันทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่โดยมีแนวภูเขาไฟเป็นฉากหลัง ยิ่งถ้าได้มาเฝ้าชมในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มของท้องฟ้าจะยิ่งขับให้บรรยากาศตรงนี้สวยงามและโรแมนติกเป็นพิเศษเลยค่ะ


 

3. ทะเลสาบทั้ง 5 (Fuji Five Lakes)

 

กิ่งดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งริมชายฝั่งทะเลสาบคาวากุจิโกะในวันฟ้าเปิด


ขยับเข้าไปชมวิวสวยๆ แบบใกล้ชิดกันที่ภูมิภาค Fuji Five Lakes หรือ ทะเลสาบทั้ง 5 ของจังหวัดยามานาชิ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอบ ภูเขาไฟฟูจิ ประกอบไปด้วย ทะเลสาบคาวากุจิโกะ, ทะเลสาบไซโกะ, ทะเลสาบยามานากะ, ทะเลสาบโมโตซูโกะ และทะเลสาบโชจิโกะ โดยพิกัดที่เดินทางเข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ โดยเฉพาะในช่วงดอกซากุระบานสะพรั่งและช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศรอบทะเลสาบจะยิ่งทวีความสวยงามและโรแมนติกสุดๆ เลยค่ะ


 

4. สถานีชินฟูจิ (Shin-Fuji Station)

 

ขบวนรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นวิ่งผ่านทุ่งนาสีเขียวบริเวณสถานีชินฟูจิ


อีกหนึ่งพิกัดถ่ายภาพยอดฮิตที่สายคอนเทนต์น่าจะเคยเห็นผ่านตา เพราะที่ สถานีชินฟูจิ (Shin-Fuji Station) แห่งนี้ เราจะได้เห็นทัศนียภาพของ ภูเขาไฟฟูจิ ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่คู่กับรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นที่วิ่งผ่านขนานไปกับตัวภูเขา โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นสาย Tokaido Shinkansen มาลงที่สถานีนี้เพื่อมารอเก็บภาพความเท่และความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นมุมนี้กันได้เลยค่ะ


 

5. สวนสาธารณะโออิชิ (Oishi Park)

 

ทุ่งพุ่มดอกโคเชียเปลี่ยนเป็นสีแดงสดต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงที่สวนสาธารณะโออิชิ


พิกัดถัดมาคือ สวนสาธารณะโออิชิ (Oishi Park) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะ ไฮไลท์ของที่นี่คือเป็นสวนที่รวมดอกไม้กว่า 90 ชนิด เอาไว้ โดยจะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเบ่งบานไปในแต่ละฤดูกาล ทำให้สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมความน่ารักได้ตลอดทั้งปี ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ยอดนิยม ก็คือการที่เราจะได้ถ่ายภาพทุ่งดอกไม้สีสันสดใสที่ตัดกับฉากหลังของภูเขาไฟทรงสมมาตรได้อย่างสวยงามลงตัวที่สุดค่ะ

 


6. หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai)

 

บ่อน้ำใสมรกรตและบ้านโบราณหลังคามุงจากสไตล์ญี่ปุ่นที่หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก


พิกัดถัดมาคือ หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า หมู่บ้านน้ำใส ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคาวากุจิโกะและทะเลสาบยามานากะ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือมีบ่อน้ำที่ใสสะอาดและศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด 8 บ่อ ซึ่งเกิดจากการละลายของหิมะบน ภูเขาไฟฟูจิ แล้วกรองผ่านชั้นหินลาวามาอย่างยาวนาน ทำให้นอกจากเราจะได้ชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่แบบใกล้ชิดแล้ว ยังได้สัมผัสบรรยากาศแสนร่มรื่น และได้เรียนรู้วิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่เป็นธรรมชาติของคนท้องถิ่นไปพร้อมๆ กันอีกด้วยค่ะ


 

7. ทุ่งดอกชิบะซากุระ (Fuji Shibazakura Festival)

 

เทศกาลทุ่งดอกชิบะซากุระพรมดอกไม้พิงค์มอสสีชมพูเข้มทอดยาวสุดสายตา


หากคุณกำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยวฟูจิ เดือนไหนดีเพื่อให้ได้เห็นทัศนียภาพที่แปลกตาของ ทุ่งดอกชิบะซากุระ (Fuji Shibazakura Festival) แนะนำให้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – ต้นเดือนมิถุนายนเลยค่ะ เพราะจะมีการจัดเทศกาลชมทุ่งดอกชิบะซากุระ ณ รีสอร์ท Fuji Motosuko Resort ใกล้กับคาวากุจิโกะ ซึ่งในช่วงนี้เราจะได้เห็นทุ่งดอกพิงค์มอสสีชมพูบานสะพรั่งทอดยาวเป็นพรมผืนใหญ่ โดยมีแนวยอดเขาตั้งตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง เป็นภาพที่สวยงามและสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดเลยทีเดียว


 

8. ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะ (Obuchi Sasaba)

 

แนวขั้นบันไดของต้นชาเขียวขจีตัดกับขอบฟ้าสีครามที่ไร่ชาโอบุจิซะซะบะ


อีกหนึ่งพิกัดที่สวยงามไม่แพ้กันคือ ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะ (Obuchi Sasaba) เป็นไร่ชาที่มีชื่อเสียงมาก เพราะนอกจากไร่ชาสีเขียวขจีแล้ว เรายังจะได้เห็นทัศนียภาพของยอดเขาแบบเต็มตาโดยไม่มีอะไรมาบดบังอีกด้วยค่ะ ใครได้มาช่วงเดือนพฤษภาคมก็จะได้เห็นใบชาสีเขียวชอุ่ม กับยอดเขาที่ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ตัดกับสีของท้องฟ้าสดใส ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดเด็ดในการถ่ายรูปฟูจิสวยๆ ที่ปังสุดๆ ไปเลยค่ะ


 

9. สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland)

 

เครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกาขนาดใหญ่ท้าความเสียวในสวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์


ไม่มีอะไรจะฟินไปกว่าการได้เล่นเครื่องเล่นสนุกๆ ไปพร้อมกับชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของ ภูเขาไฟฟูจิ ที่ สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland) แล้วละค่ะ ที่นี่เป็นสวนสนุกยอดฮิตที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบคาวากุจิโกะ ภายในมีเครื่องเล่นระดับโลกมากมาย ใครที่ชอบความท้าทายต้องลอง รถไฟเหาะ FUJIYAMA ที่มีความสูงถึง 79 เมตร และยังมีไฮไลท์เด่นอย่างจุดชมวิว FUJIYAMA Tower บนความสูง 55 เมตร ที่เปิดโอกาสให้เรามองเห็นวิวสวยๆ ได้แบบพาโนรามาอย่างใกล้ชิด ใครชอบเที่ยวแนวสนุกสนานตื่นเต้นต้องไม่พลาดที่นี่เลยค่ะ

 


10. สถานีรถไฟคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station)

 

มุมมหาชนหน้าตัวอาคารสถานีรถไฟคาวากุจิโกะที่มีหลังคาสีน้ำตาลสุดคลาสสิก


ปิดท้ายกันที่พิกัดสุดฮิตอย่าง สถานีรถไฟคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) บอกเลยว่าใครที่เดินทางมาด้วยรถไฟจะต้องสะดุดตาตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง เพราะนี่คือ มุมมหาชนฟูจิ ที่นักท่องเที่ยวชอบมาเก็บภาพมุมกว้าง ยืนยันพิกัดความสวยงามที่มีแนวยอดเขาโผล่พ้นหลังคาของสถานีรถไฟสไตล์คลาสสิกออกมาอย่างพอดิบพอดี แต่เนื่องจากมุมนี้มีผู้คนสัญจรไปมาค่อนข้างหนาแน่น เวลาไปยืนถ่ายรูปฝั่งตรงข้ามสถานี อย่าลืมเคารพกฎจราจรและระมัดระวังความปลอดภัยกันด้วยนะคะ

 

 


วิธีเดินทางไปฟูจิ จากโตเกียว

สำหรับการ เดินทางไปฟูจิ จากโตเกียว นั้นสะดวกสบายและไปได้หลากหลายวิธีมากค่ะ เพราะระยะทางไม่ไกลกันมากประมาณ 100 กิโลเมตร โดยวิธีที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุดมีดังนี้:

  • รถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express): นั่งรถไฟยิงยาวสายยอดฮิตอย่าง Fuji Excursion จากสถานี Shinjuku ตรงสู่สถานี Kawaguchiko ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สะดวกและตรงเวลาที่สุดค่ะ
  • รถบัสประจำทาง (Express Bus): ขึ้นได้จากสถานีใหญ่ๆ ในโตเกียว เช่น Shinjuku, Tokyo หรือ Shibuya ปลายทางสู่คาวากุจิโกะ ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในวันนั้นๆ) เป็นวิธีที่ประหยัดและได้รับความนิยมสูงเช่นกันค่ะ

 


 

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิ

Q: ถ้าต้องการไปเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิ ควรพักแถวไหนดีที่สุด?

A: พื้นที่รอบทะเลสาบ คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดค่ะ เพราะเดินทางสะดวก มีที่พักให้เลือกหลากหลายสไตล์ ทั้งโรงแรมและเรียวกังพร้อมออนเซ็นที่มองเห็นวิวสวยๆ ได้จากหน้าต่างห้องพักเลยค่ะ

Q: ช่วงเวลาไหนของวันที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปถ่ายรูปมากที่สุด?

A: แนะนำเป็น ช่วงเช้าตรู่ (ก่อน 09:00 น.) ค่ะ เนื่องจากสภาพอากาศรอบแนวเขามักจะเปิดโล่งและไม่มีเมฆหมอกมาบดบัง ทำให้มีโอกาสเก็บภาพความงดงามและเห็นยอดเขาได้ชัดเจนที่สุดของวันค่ะ

Q: สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ (One Day Trip) จากโตเกียวได้ไหม?

A: สามารถทำได้สบายมากค่ะ เนื่องจากระยะทางอยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงเพียง 100 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมใช้บริการรถไฟด่วนพิเศษยิงยาวเพื่อประหยัดเวลา และเดินทางกลับมาพักผ่อนหรือช้อปปิ้งต่อในเมืองโตเกียวช่วงค่ำได้แบบชิลๆ เลยค่ะ

 

 


ภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิซัง เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสง่างามของประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงความสวยงามยิ่งใหญ่สะกดสายตาคนทั้งโลกเอาไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อเดินทางไปชมความสวยงามของฟูจิซังด้วยตาตัวเองสักครั้งแบบฟินๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง เก็บกระเป๋าแล้วไปเที่ยวกับ ยักษ์ทัวร์ ได้เลยค่ะ! 
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved