Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

12 พิกัดที่เที่ยวนิกโก้ Nikko เมืองมรดกโลกใกล้โตเกียว อัปเดต 2026

15 พฤษภาคม 2569
YakTour Blog
12 พิกัดที่เที่ยวนิกโก้ Nikko เมืองมรดกโลกใกล้โตเกียว อัปเดต 2026

ลองจินตนาการถึง ที่เที่ยวนิกโก้ Nikko เมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติสุดตระการตาที่สวยสะกดใจ บอกเลยว่านี่คือจุดหมายสุดครบเครื่องที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เมืองมรดกโลกที่ซ่อนเสน่ห์ไว้หลากหลายมู้ด สำหรับทริปอัปเดตใหม่ล่าสุดปี 2026 ไม่ว่าคุณจะอยากหนีไป เที่ยว Nikko โซนธรรมชาติ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือจะเน้นทำเวลาด้วยการ เที่ยวนิกโก้ 1 วัน แบบเช้าเย็นกลับ วันนี้ยักษ์ทัวร์จะพาไปเจาะลึก 12 พิกัดเด็ดพร้อมวิธีเดินทางที่ง่ายและสะดวกที่สุด อ่านบทความนี้จบ รับรองว่าการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นใกล้โตเกียวของคุณในปีนี้จะง่ายขึ้นทันที!


 

 

ทำความรู้จักกับ นิกโก้ (Nikko) เมืองมรดกโลกใกล้โตเกียว

นิกโก้ (Nikko) คือเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดโทชิกิ (Tochigi) ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศเหนือประมาณ 140 กิโลเมตร แม้จะเป็นเมืองท่ามกลางหุบเขาเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และศาสนา จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งในแต่ละปี ที่เที่ยวนิกโก้ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้มากกว่าสิบล้านคนเลยทีเดียว

โดยไฮไลต์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 โซนหลักที่ให้บรรยากาศต่างกันอย่างลงตัว:

  • โซนมรดกโลก: แหล่งรวมวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมวิจิตรตระการตา
  • โซนธรรมชาติ (Okunikko): พื้นที่สูงที่อุดมไปด้วยภูเขา น้ำตก และทะเลสาบอันงดงาม

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายประวัติศาสตร์ที่อยากตามรอยโชกุน หรือสายชิลล์ที่มองหาที่เที่ยว Nikko โซนธรรมชาติ เพื่อแช่ออนเซ็นแสนสงบ ที่นี่มีครบทุกความต้องการแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสำรวจ 12 พิกัดสุดปังที่เราคัดมาให้แบบจัดเต็มกันเลยค่ะ!


 

 

12 พิกัดที่เที่ยวนิกโก้ Nikko เที่ยวครบทั้งธรรมชาติ ศาลเจ้า และออนเซ็น 

1. ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine)
 

ศาลเจ้าโทโชกุ Toshogu Shrine สถาปัตยกรรมมรดกโลกที่เมือง Nikko

 

จุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานและที่ประดิษฐานดวงวิญญาณของโชกุนผู้ยิ่งใหญ่ "โตกุกาวะ อิเอยาสึ" ความโดดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมสไตล์เอโดะอันวิจิตร บรรจงตกแต่งด้วยสีทองและงานแกะสลักไม้ที่ละเอียดอ่อนกว่า 5,000 ชิ้น ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือรูปแกะสลัก “ลิงสามตัว (Three Wise Monkeys)” ในปางปิดหู ปิดตา ปิดปาก และ “แมวนอนหลับ (Nemuri-neko)” ซึ่งสะท้อนถึงหลักปรัชญาอันลึกซึ้ง


 

2. วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple)
 

บรรยากาศหน้าวัดรินโนจิ Rinnoji Temple วัดเก่าแก่ระดับมรดกโลก

 

วัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 โดยท่านโชโด โชนิน พระภิกษุผู้บุกเบิกการเผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนแถบนี้ ไฮไลต์สำคัญของ ที่เที่ยวนิกโก้ แห่งนี้คือ อาคารซันบุตสึโด (Sanbutsudo) วิหารไม้หลังใหญ่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลักไม้เคลือบทองสูงกว่า 8 เมตร ถึง 3 องค์ ได้แก่ พระอมิตาภพุทธะ, พระโพธิสัตว์พันมือ (Senju Kannon) และพระโพธิสัตว์หัวม้า (Bato Kannon) นอกจากนี้ยังมี หอสมบัติ (Treasure House) ที่จัดแสดงวัตถุโบราณและพุทธศิลป์อันล้ำค่าที่หาชมได้ยาก


 

3. สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)
 

สะพานชินเคียว Shinkyo Bridge ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีฤดูใบไม้ร่วง

 

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สวยงามที่สุดของเมือง Nikko จนได้รับฉายาว่า “สะพานศักดิ์สิทธิ์” โดยสะพานไม้สีแดงสดแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1636 เพื่อใช้เป็นทางเชื่อมเข้าสู่ศาลเจ้าฟุตาระซัง ตัวสะพานมีความยาว 28 เมตร ทอดตัวอย่างสง่างามข้ามแม่น้ำไดยะ (Daiya River) ท่ามกลางบรรยากาศหุบเขาที่เขียวขจี โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม สะพานแห่งนี้จะยิ่งดูโดดเด่นและกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตที่ใครมาเที่ยวนิกโก้ก็ต้องแวะเช็คอิน


 

4. ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)
 

ทะเลสาบชูเซ็นจิ Lake Chuzenji ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีฤดูใบไม้ร่วงและภูเขานันไต

 

ทะเลสาบบนภูเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่สูงถึง 1,269 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟนันไตเมื่อกว่า 20,000 ปีก่อน ทะเลสาบแห่งนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสที่ให้ความสดชื่นแก่ผู้มาเยือน Nikko ตลอดทั้งปี โดยรอบมีเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวกระจายอยู่มากมาย ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขาอันอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน) ผืนป่ารอบทะเลสาบจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสวยงามราวกับภาพวาด เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ห้ามพลาดเลยล่ะค่ะ


 

5. น้ำตกเคะงน (Kegon Falls)
 

น้ำตกเคะงน Kegon Falls น้ำตกอลังการท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีและทะเลสาบชูเซ็นจิ Nikko

 

หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดและติดอันดับ 1 ใน 3 น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น โดยสายน้ำอันทรงพลังนี้ไหลมาจากทะเลสาบชูเซ็นจิ ดิ่งลงจากหน้าผาสูงกว่า 97 เมตร หากใครมา เที่ยว Nikko โซนธรรมชาติ แล้วไม่ได้มาเยือนที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง! ความพิเศษคือคุณสามารถลงลิฟต์ไปยังจุดชมวิวด้านล่างเพื่อสัมผัสละอองน้ำและความชุ่มฉ่ำได้อย่างใกล้ชิด ที่นี่มีความสวยงามต่างกันไปในทุกฤดู ไม่ว่าจะเป็นความเขียวชอุ่มในฤดูร้อน สีสันของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือภาพแปลกตาของน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว

 


6. หมู่บ้านนิกโก เอโดะมูระ (EDO WONDERLAND Nikko Edomura)
 

บรรยากาศจำลองเมืองโบราณสมัยเอโดะที่ หมู่บ้านนิกโก เอโดะมูระ (Nikko Edomura)

 

ธีมพาร์คสไตล์ย้อนยุคขนาดใหญ่ที่จะพาทุกท่านนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปสู่สมัยเอโดะอันรุ่งเรืองของญี่ปุ่น ภายในจำลองบรรยากาศบ้านเรือน ร้านค้า และสถาปัตยกรรมไม้แบบโบราณไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เพิ่มความสมจริงด้วยเหล่านักแสดงที่แต่งกายเป็นชาวเมือง ซามูไร และนินจา เดินสวนกันไปมาอย่างมีชีวิตชีวาถือเป็นไฮไลต์ที่แตกต่างจากที่อื่นใน Nikko โดยมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิ การชมโชว์นินจาต่อสู้สุดเร้าใจ, ขบวนแห่โออิรันที่งดงาม, หรือจะเลือกเช่าชุดกิโมโนเดินถ่ายรูปเก๋ๆ ก็เข้าที ถือเป็นพิกัดที่มอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบรสที่หาไม่ได้ง่ายๆ


 

7. ลานสกียุโมโตะออนเซ็น (Yumoto Onsen Ski Park)
 

ลานสกีหิมะสีขาวโพลนในหมู่บ้านออนเซ็นท่ามกลางหุบเขา ยุโมโตะออนเซ็นสกีพาร์ค (Yumoto Onsen Ski Park)

 

สถานที่ท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อนเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาและอยู่ใกล้กับทะเลสาบยูโนะ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบและโอบล้อมด้วยธรรมชาติสีขาวโพลน แม้จะเป็นลานสกีขนาดกะทัดรัดแต่ก็เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีเส้นทางลาดเอื้อมที่เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ที่หัดเล่นไปจนถึงนักสกีระดับกลาง ไฮไลต์เด็ดคือหลังจากสนุกกับกิจกรรมบนลานหิมะเสร็จแล้ว คุณสามารถไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยการแช่ออนเซ็นธรรมชาติท่ามกลางอากาศหนาวเย็นได้ทันที


 

8. ยูนิชิงาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)
 

เทศกาลประดับไฟหิมะยามค่ำคืนที่หมู่บ้านยูนิชิงาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen) พิกัด Nikko

 

แหล่งพักผ่อนสุดสงบที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาอันเงียบสงบ ไม่ไกลจากย่านคินุกาวะมากนัก หมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขาที่สวยงามในทุกฤดูกาล ไฮไลต์ที่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมา ที่เที่ยวนิกโก้ แห่งนี้คือ เทศกาลประดับไฟหิมะคามาคุระ (Kamakura Festival) ที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูหนาว เปลี่ยนหมู่บ้านให้กลายเป็นดินแดนในเทพนิยายด้วยแสงไฟระยิบระยับกลางหิมะขาวโพลน


 

9. ศาลเจ้าฟุตาระซัง (Futarasan Shrine)
 

บรรยากาศศาลเจ้าฟุตาระซัง Futarasan Shrine มรดกโลกที่นิกโก้

 

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 782 เพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งเขา Nikko โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนมักเดินทางมาที่นี่เพื่อขอพรด้านโชคลาภ ความรัก และความสมหวังในชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยป่าสนโบราณและธรรมชาติที่เงียบสงบ ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือการดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ร้านกาแฟเล็กๆ ภายในศาลเจ้า ซึ่งใช้น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มาชงเครื่องดื่มให้เหล่านักเดินทางที่มาเยือนนิกโก้ได้ลิ้มรสเพื่อความเป็นสิริมงคล


 

10. น้ำตกริวซู (Ryuzu Falls)
 

น้ำตกริวซู Ryuzu Falls สองสายธารท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี

 

“น้ำตกริวซู” มีความหมายลึกซึ้งว่า “น้ำตกหัวมังกร” มีความสูงประมาณ 60 เมตร เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครคือกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวลงมาแยกออกเป็นสองสายผ่านโขดหินขนาดใหญ่ ก่อนจะไหลมาบรรจบกันที่ด้านล่างดูคล้ายกับส่วนหัวของมังกรตามชื่อเรียก หากใครมา เที่ยว Nikko โซนธรรมชาติ ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม จะได้พบกับภาพความงามระดับ Unseen เมื่อใบเมเปิ้ลรอบข้างพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดและเหลืองทอง ตัดกับฟองคลื่นสีขาวของสายน้ำ กลายเป็นฉากธรรมชาติที่สวยงามตรึงตาตรึงใจที่สุดแห่งหนึ่ง


 

11. คันมันกาฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)
 

รูปปั้นหินพระจิโซ Bake Jizo เรียงรายริมหุบเหวคันมันกาฟุจิในนิกโก้

 

เส้นทางเดินเลียบหุบเหวที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟนันไตในอดีต บรรยากาศเงียบสงบโอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจีและสายน้ำจากแม่น้ำไดยะ (Daiya River) ที่ไหลผ่านตลอดทาง ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนจดจำที่นี่ได้คือ "Bake Jizo" หรือรูปปั้นหินพระโพธิสัตว์จิโซนับร้อยองค์ที่สวมหมวกและผ้ากันเปื้อนสีแดง ตั้งเรียงรายอยู่ริมน้ำเพื่อปกปักรักษาดวงวิญญาณและเหล่านักเดินทาง เป็นพิกัดลับใน Nikko ที่มีความขรึมขลังและสวยงามแปลกตา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสความสงบอย่างแท้จริง


 

12. เทศกาลหิมะ Kamakura & Snow Festival
 

กระท่อมหิมะในเทศกาล Kamakura & Snow Festival เมืองยูนิชิกาวะ

 

ปิดท้ายความประทับใจด้วยเทศกาลฤดูหนาวสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในหมู่บ้านยูนิชิกาวะ (Yunishigawa Onsen) ไฮไลต์ที่ดึงดูดนักเดินทางให้มา เที่ยวนิกโก้ 1 วัน หรือพักค้างคืนในช่วงนี้คือ “คามาคุระ” หรือกระท่อมหิมะหลังเล็กนับร้อยหลังที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ พร้อมจุดเทียนสร้างแสงไฟสีส้มอบอุ่นส่องสว่างยามค่ำคืน เนรมิตให้ทั้งหมู่บ้านกลายเป็นดินแดนโรแมนติกที่เงียบสงบ นอกจากเดินชมความงามแล้ว คุณยังสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย และผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะได้อีกด้วย

 


 

วิธีเดินทางจากโตเกียวไปนิกโก้ (Nikko)

สำหรับการวางแผนเดินทางไป ที่เที่ยวนิกโก้ คุณสามารถเลือกเดินทางจากโตเกียวได้หลากหลายวิธีตามความสะดวก ดังนี้ค่ะ:

  • รถไฟด่วน Tobu Railway (วิธีที่แนะนำที่สุด): ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษสาย Revaty หรือ SPACIA จากสถานี Tobu Asakusa ยิงยาวไปยังสถานี Tobu-Nikko ได้โดยตรง ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที เหมาะมากสำหรับคนที่อยาก เที่ยวนิกโก้ 1 วัน เพราะทำเวลาได้ดีที่สุดค่ะ
     
  • รถไฟ JR (สำหรับผู้มี JR Pass): ขึ้นรถไฟ Shinkansen ขบวน Yamabiko หรือ Nasuno จากสถานี Tokyo หรือ Ueno ไปลงที่สถานี Utsunomiya จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR Nikko Line เพื่อมุ่งหน้าสู่สถานี JR Nikko ค่ะ
     
  • รถบัสประจำทาง: สามารถขึ้นรถบัสจากสถานี Shinjuku หรือ Tokyo Station เพื่อไปยัง Nikko Station หรือ Nikko Toshogu ได้โดยตรง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3–4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากประหยัดงบและไม่รีบค่ะ

 

 


❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการไปเที่ยวนิกโก้ (Nikko)

Q: เที่ยวนิกโก้ช่วงไหนสวยที่สุด? 

A: นิกโก้เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ช่วงที่ พีคที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง (กลาง ต.ค. – ต้น พ.ย.) เพราะใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มทั่วทั้งหุบเขา ส่วนฤดูหนาว (ม.ค. – ก.พ.) จะเหมาะกับสายสกีและชมเทศกาลหิมะ และฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) จะมีอากาศเย็นสบายกว่าโตเกียว เหมาะกับการหนีร้อนมาเที่ยวโซนน้ำตกครับ

Q: ไปเที่ยวนิกโก้ 1 วัน (One Day Trip) ทันไหม?

A: ทันค่ะ! หากเน้นโซนมรดกโลก (ศาลเจ้าและวัดต่างๆ) และสะพานชินเคียว สามารถเที่ยวครบได้ในวันเดียวโดยใช้รถไฟด่วนรอบเช้าจากโตเกียว แต่ถ้าอยากเที่ยวโซนธรรมชาติ เช่น ทะเลสาบและน้ำตกด้วย แนะนำให้ค้างคืนเพื่อจะได้ไม่เร่งรีบจนเกินไปค่ะ

Q: ใช้พาส (Pass) ไหนคุ้มที่สุดในการเดินทาง?

A: หากเน้นเที่ยวในนิกโก้โดยเฉพาะ NIKKO PASS (All Area หรือ World Heritage) ของ Tobu Railway คุ้มค่าที่สุด เพราะรวมค่ารถไฟไป-กลับจากโตเกียวและค่ารถบัสในนิกโก้ไว้แล้ว แต่ถ้าคุณมี JR Pass หรือ JR EAST PASS อยู่แล้ว ก็สามารถใช้เดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นมาลงสถานี Utsunomiya ได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มค่ะ

Q: โซนมรดกโลกและโซนธรรมชาติห่างกันมากไหม?

A: ห่างกันพอสมควรค่ะ โดยจากโซนมรดกโลกขึ้นไปโซนธรรมชาติ (เช่น ทะเลสาบชูเซ็นจิ) ต้องนั่งรถบัสขึ้นเขาผ่านทางโค้งอิโรฮาซากะ (Irohazaka) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที ดังนั้นควรเผื่อเวลาในการรอรถบัสและการเดินทางระหว่างโซนด้วยนะคะ

 


ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของ นิกโก้ (Nikko) เมืองมรดกโลกที่รวมครบทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ วัฒนธรรมอันล้ำค่า และการพักผ่อนแสนสงบไว้ได้อย่างลงตัว อัปเดตให้คุณพร้อมลุยสำหรับทริปปี 2026 นี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ในการ เที่ยว Nikko โซนธรรมชาติ หรือเลือกจัดทริปสั้นๆ แบบ เที่ยวนิกโก้ 1 วัน ที่นี่ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การเดินทางอย่างแท้จริง หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นใกล้โตเกียวในฤดูกาลหน้า บอกเลยว่านิกโก้คือจุดหมายที่ห้ามพลาด และอย่าลืมให้ยักษ์ทัวร์ช่วยดูแลทริปสุดพิเศษของคุณให้ราบรื่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้นนะคะ! 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved