Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

10 จุดชมวิว ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ (Tohoku) สวยสะกดใจ ที่ไม่ควรพลาด!

18 มิถุนายน 2569
YakTour Blog
10 จุดชมวิว ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ (Tohoku) สวยสะกดใจ ที่ไม่ควรพลาด!

หากคุณกำลังมองหาจุดหมายสำหรับ เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี ที่สวยงามและมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าภูมิภาคยอดนิยมอย่างโตเกียวหรือเกียวโต ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เทือกเขาสลับซับซ้อน ทะเลสาบงดงาม เมืองออนเซ็นเก่าแก่ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า เที่ยวโทโฮคุ เดือนไหนดี ช่วงฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปี เพราะทั่วทั้งภูมิภาคจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบเมเปิลสีแดงสด สีส้ม และสีเหลืองทอง ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน บทความนี้ได้รวบรวม จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่สวยที่สุด พร้อมข้อมูลช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีของแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทริปเที่ยวโทโฮคุได้ง่ายและไม่พลาดช่วงเวลาพีคของฤดูใบไม้ร่วงค่ะ

 

 

เจาะลึกช่วงเวลาและสภาพอากาศ ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ

สำหรับฤดูใบไม้ร่วงนี้ บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูที่น่าเที่ยวสุดๆ และเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคำถามที่ว่าหากจะ เที่ยวโทโฮคุ เดือนไหนดี? พี่ยักษ์แนะนำว่าควรปักหมุดมาในช่วง ปลายเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นช่วงที่ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดง ส้ม และเหลือง ทั่วทั้งขุนเขาพอดิบพอดีแล้ว สภาพอากาศและอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละช่วงยังฟินมากๆ เหมาะกับการเตรียมชุดสวยมาถ่ายรูป ซึ่งสรุปมาให้แล้วดังนี้ค่ะ

  • ปลายกันยายน – ตุลาคม (อุณหภูมิเฉลี่ย 14 - 20 องศาเซลเซียส): อากาศเย็นสบายกำลังดี เดินเที่ยวได้ยาวๆ ไม่เหนื่อย เสื้อคลุมตัวโปรดหรือแจ็กเก็ตเก๋ๆ สักตัวก็เอาอยู่ค่ะ
     
  • พฤศจิกายน (อุณหภูมิเฉลี่ย 4 - 10 องศาเซลเซียส): อากาศจะเริ่มหนาวจัดและเย็นลงอย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่ชอบความหนาวสะใจ แนะนำให้เตรียมเสื้อโค้ทหนาๆ หรือสเวตเตอร์อุ่นๆ มาด้วยนะคะ

 

10 พิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ สวยสะกดใจ ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง!

1. ถนนโจเซ็นจิโดริ (Jozenji dori) | จังหวัดมิยากิ
 

อุโมงค์ต้นเซลโควาสีเหลืองทองอร่ามสองฝั่งถนนโจเซ็นจิโดริ เมืองเซ็นได จังหวัดมิยากิ

 

เริ่มต้นปักหมุดกันที่แลนด์มาร์กใจกลางเมืองเซ็นได บนถนนสายวัฒนธรรมความยาวประมาณ 700 เมตรที่ได้ฉายาว่า "เมืองแห่งต้นไม้" ไฮไลท์ของที่นี่คือ ต้นเซลโควา (Zelkova) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า ต้นเคยากิ สีเขียวชอุ่มที่จะพร้อมใจกันผลัดใบเปลี่ยนเป็นสีส้มทองเหลืองอร่ามตระการตาทั่วทั้งสองฝั่งถนน โดยช่วงเวลาที่สวยที่สุดจะอยู่ในช่วง กลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ค่ะ

นอกจากจะได้เดินทอดน่องถ่ายรูปคู่กับอุโมงค์ต้นไม้และประติมากรรมสำริดระดับโลกแล้ว ตลอดสองข้างทางยังเต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ และแกลลอรีแสดงงานศิลปะให้แวะนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนใครที่เป็นสายกินดื่มยามค่ำคืน เดินถัดไปอีกนิดจะเจอกับถนนโคคุบุนโจโดริ (Kokubuncho dori) ย่านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีร้านโลคอลเด็ดๆ นั่งชิล และเกสต์เฮาส์น่ารักๆ ให้เลือกพักมากมายเลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: จากสถานี JR Sendai สามารถเดินเท้าต่อมาได้ในเวลาประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku Line มาลงที่สถานี Kotodai-Koen แล้วเดินต่อเพียง 1 นาทีเท่านั้นค่ะ


 

2. น้ำตกอะคิอุโอทะคิ (Akiu Otaki Falls) | จังหวัดมิยากิ
 

 วิวน้ำตกอะคิอุโอทะคิ ท่ามกลางผืนป่าผลัดใบสีส้มแดงสดใส จังหวัดมิยากิ

 

ขยับออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ชานเมืองเซ็นไดกับ น้ำตกอะคิอุโอทะคิ น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความกว้าง 6 เมตร และทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงถึง 55 เมตร จนส่งเสียงกึกก้องไปทั่วบริเวณ ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่สวยติดอันดับ 1 ใน 100 น้ำตกชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่ชอบเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ สำรวจโขดหิน และถ่ายรูปมุมปังๆ

ช่วงเวลาที่โอบล้อมไปด้วยความงดงามที่สุดจะเริ่มตั้งแต่ กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ค่ะ เพราะผืนป่ารอบตัวน้ำตกจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และเหลืองสดใส สลับกับสายน้ำสีขาวที่สาดกระเซ็นลงสู่เบื้องล่างอย่างทรงพลัง หากเดินลงไปตามเส้นทางเดินป่าสั้นๆ จะสามารถไปยืนชมความอลังการที่บริเวณแอ่งน้ำด้านล่างน้ำตกได้แบบใกล้ชิดเลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: จากสถานี JR Sendai (ทางออก West Exit) เดินไปที่ป้ายรถบัสหมายเลข 8 นั่งรถบัสสาย Akiu Otaki ลงที่ป้าย Akiu Otaki ได้เลยทันที (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50-60 นาที)


 

3. หุบเขานารุโกะ (Naruko Gorge) | จังหวัดมิยากิ
 

 วิวสะพานข้ามหุบเขานารุโกะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ยอดนิยม จังหวัดมิยากิ

 

แลนด์มาร์กธรรมชาติระดับท็อปฮิตแห่ง ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ที่โด่งดังและขึ้นกล้องที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง หุบเขาแห่งนี้เป็นสวรรค์ของช่างภาพด้วยทัศนียภาพของหน้าผาสูงชันลึกกว่า 100 เมตร ที่ตัดแต่งด้วยสีสันของต้นเมเปิ้ลและต้นบีชหลากเฉดสี โดยมีสะพานโอฟุคาซาวะ (Ofukazawa Bridge) สีเทาพาดผ่านอย่างสง่างาม ช่วงเวลาที่สวยพีคที่สุดจะตรงกับช่วง ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ค่ะ

จุดถ่ายรูปยอดนิยมจะอยู่บริเวณจุดชมวิวของ Narukokyo Rest House ซึ่งจะเห็นภาพสะพานและหุบเขาเปลี่ยนสีได้อย่างชัดเจน หรือถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ไปเดินเล่นบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติโอฟุคาซาวะ (Ofukazawa Walking Trail) ที่ร่มรื่นและเดินสบาย หลังจากเต็มอิ่มกับวิวสวยๆ แล้ว แนะนำให้แวะไปแช่น้ำแร่ธรรมชาติอุ่นๆ ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งกันต่อที่ย่านนารุโกะออนเซ็น (Naruko Onsen) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน บอกเลยว่าฟินคูณสองเลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: จากสถานี JR Naruko-Onsen ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีรถบัสพิเศษ "Shuttle Bus Momiji-go" วิ่งให้บริการรับส่งถึงหุบเขานารุโกะโดยตรง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 นาที)


 

4. ที่ราบสูงฮะจิมันไต (Hachimantai) | จังหวัดอิวาเตะ และ จังหวัดอาคิตะ
 

เส้นทางขับรถชมวิวเลียบภูเขาเปลี่ยนสีสลับส้มเหลืองบนที่ราบสูงฮะจิมันไต

 

อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวางคาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดอิวาเตะและจังหวัดอาคิตะ พิกัดนี้ถือเป็นจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่อวดโฉมความงดงามให้เห็นเร็วกว่าจุดอื่นๆ โดยจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน และสวยพีคที่สุดในช่วง ต้นเดือนถึงกลางเดือนตุลาคม ค่ะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากมาขับรถโรดทริปฟินๆ ชมทัศนียภาพสองข้างทางที่ถูกย้อมไปด้วยสีส้มแดงตัดกับขอบฟ้าสีครามบนถนนสายโรแมนติกอย่าง Hachimantai Aspite Line และ Hachimantai Jukai Line

นอกจากเส้นทางขับรถลอยฟ้าแล้ว บนที่ราบสูงแห่งนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะโชกาเคะ (Goshogake) ให้เดินรับลมเย็นๆ ชมบ่อน้ำพุร้อนและร่องรอยภูเขาไฟที่ยังมีควันกรุ่นๆ รวมถึงบึงน้ำโอนุมะ (Onuma Pond) บึงน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เปลี่ยนสีสะท้อนเงาลงบนผืนน้ำใสนิ่ง เป็นภาพที่สวยงามและสงบเงียบจนอยากหยุดเวลาไว้เลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: แนะนำให้เช่ารถขับจะสะดวกที่สุดเพื่อซึมซับบรรยากาศตลอดเส้นทาง หรือหากใช้รถสาธารณะ สามารถนั่งรถบัสยิงตรงจากสถานี JR Morioka (ฝั่งอิวาเตะ) มาลงที่ป้าย Hachimantai Chojo (ยอดเขา) ได้เลยค่ะ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

 


5. โออิราเซะเคริว (Oirase Keiryu) | จังหวัดอาโอโมริ
 

ลำธารธรรมชาติและโขดหินท่ามกลางป่าสีเหลืองทองที่โออิราเซะเคริว จังหวัดอาโอโมริ

 

ธารน้ำโออิราเซะเคริว เป็นลำธารธรรมชาติสายสำคัญที่ทอดตัวยาวอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮะจิมันไต (Towada-Hachimantai National Park) ทางภาคเหนือของญี่ปุ่น ตลอดเส้นทางเลียบสายน้ำระยะทาง 14 กิโลเมตรนี้ ถือเป็นจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่งดงามและมีชื่อเสียงระดับประเทศเลยละค่ะ โดยช่วงเวลาที่ใบไม้จะอวดสีสันสวยงามที่สุดคือช่วง กลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม

ตลอดสองฝั่งลำธารจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีส้ม แดง และเหลือง ตัดกับโขดหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวชอุ่มและกระแสน้ำที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นน้ำตกน้อยใหญ่อย่างงดงาม นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินทอดน่องบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ หรือจะเช่าจักรยานปั่นชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงน้ำไหลเพลินๆ ถือเป็นการพักผ่อนฮีลใจและคลายความเครียดได้ดีทีเดียวค่ะ เป็นอีกหนึ่งพิกัดธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดจริงๆ

วิธีการเดินทาง: สามารถนั่งรถบัส JR สาย Mizuumi จากสถานี JR Aomori หรือนั่งรถบัสสาย Oirase จากสถานี JR Hachinohe มาลงที่ป้าย Yakeyama ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเลียบธารน้ำได้เลยค่ะ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง)


 

6. ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) | จังหวัดอาโอโมริ และ จังหวัดอาคิตะ
 

ทิวทัศน์ภูเขาเปลี่ยนสีส้มแดงริมชายฝั่งทะเลสาบโทวาดะ จังหวัดอาโอโมริและอาคิตะ

 

เดินทางไปสัมผัสความอลังการกันต่อที่ ทะเลสาบโทวาดะ ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างสองจังหวัด ตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 400 เมตร และมีความลึกถึง 327 เมตร ซึ่งลึกเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ทะเลสาบแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของ ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) เลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเฉพาะในช่วง กลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม หุบเขาที่โอบล้อมทะเลสาบจะพากันเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และสลับเหลืองทอง สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำใสสะอาดดูงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำมัน

สำหรับการดื่มด่ำบรรยากาศที่นี่ก็มีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลายวิธีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทอดน่องรับลมเย็นๆ ริมชายฝั่ง การนั่งเรือสำราญล่องชมเทือกเขาแบบพาโนรามา หรือจะเลือกซื้อทัวร์พายเรือแคนูสัมผัสผืนน้ำอย่างใกล้ชิดก็ฟินไปอีกแบบนะคะ และจุดไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยคือการขึ้นไปชมทัศนียภาพมุมสูงที่ Hakkatoge Observatory จุดชมวิวบนความสูง 631 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่จะทำให้คุณได้เห็นวิวทะเลสาบเปลี่ยนสีแบบกว้างไกลสุดสายตา บอกเลยว่าต้องเตรียมเมมโมรี่การ์ดกล้องมาให้พร้อมเลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: สามารถเดินทางต่อเนื่องจากลำธารโออิราเซะ โดยนั่งรถบัส JR Bus (สาย Mizuumi หรือ Oirase) มาลงที่สถานีปลายทาง Yasumiya ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลักของทะเลสาบโทวาดะค่ะ

 


7. คาคุโนะดาเตะ (Kakunodate) | จังหวัดอาคิตะ
 

ทางเดินอนุรักษ์หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะและต้นเมเปิ้ลสีแดงสดตัดกับกำแพงสีดำ จังหวัดอาคิตะ

 

เปลี่ยนบรรยากาศจากป่าเขามาซึมซับกลิ่นอายประวัติศาสตร์กันที่ คาคุโนะดาเตะ เมืองประวัติศาสตร์ขนาดเล็กในเขตเมืองเซ็มโบคุ ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยเอโดะจนได้รับฉายาว่า "เกียวโตน้อยแห่งอุตตรทิศ" ย่านนี้โดดเด่นด้วยคฤหาสน์และบ้านพักของซามูไรเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบมานานกว่า 400 ปี ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ในการชม ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยช่วงเวลาที่งดงามที่สุดจะอยู่ในช่วง ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ค่ะ

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิ้ลสีแดงสดและใบแปะก๊วยสีเหลืองทองจะพากันเปลี่ยนสีและแผ่กิ่งก้านยื่นพ้นแนวกำแพงไม้สีดำทึบของบ้านซามูไร เกิดเป็นทัศนียภาพความคอนทราสต์ของสีสันที่สวยงามคลาสสิกสะดุดตา กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือการแต่งชุดกิโมโนสวยๆ แล้วนั่งรถลากโบราณ (Jinrikisha) เที่ยวชมรอบเมือง โดยคุณสามารถเช่าชุดกิโมโนได้จากร้านค้าโบราณและเรียวกังในละแวกใกล้เคียง หรือแวะเข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิตในอดีตได้ที่บ้านพักซามูไรเก่าอาโอยากิเกะ (Aoyagi Samurai Manor Museum) บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลย้อนเวลาแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: เดินทางได้สะดวกมากด้วยรถไฟ Shinkansen โดยนั่ง Akita Shinkansen มาลงที่สถานี Kakunodate จากนั้นเดินเท้าต่อเพียง 15-20 นาทีก็ถึงเขตอนุรักษ์หมู่บ้านซามูไรแล้วค่ะ


 

8. หุบเขาดาคิกาเอริ (Dakigaeri Gorge) | จังหวัดอาคิตะ
 

 สะพานแขวนสีแดงทอดข้ามลำธารสีฟ้าครามที่หุบเขาดาคิกาเอริ จังหวัดอาคิตะ

 

ยังอยู่กันที่จังหวัดอาคิตะค่ะ พี่ยักษ์ขอพาลัดเลาะไปชมธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ที่ หุบเขาดาคิกาเอริ หุบเขาเลื่องชื่อที่มีทัศนียภาพงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ที่มาของชื่อ "ดาคิกาเอริ" มีความหมายสุดโรแมนติกแปลว่า "การโอบกอดกัน" เนื่องจากในอดีตเส้นทางเดินชมธรรมชาติริมหน้าผาแห่งนี้มีความลาดชันและคับแคบมาก เวลาที่ผู้คนเดินสวนกันจึงต้องหันหน้าเข้าหากันและค่อยๆ โอบกอดประคองกันผ่านไปนั่นเองค่ะ ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นหนึ่งในพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่มีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยช่วงเวลาที่สวยพีคที่สุดจะอยู่ในช่วง ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ค่ะ

ไฮไลท์เด่นที่ไม่ควรพลาดคือภาพของผืนป่าดงดิบและต้นเมเปิ้ลบนหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่งที่พร้อมใจกันผลัดใบเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง และแดงสลับเฉดสีกันอย่างมีมิติ โดยมีธารน้ำทามะกาวะ (Tamagawa River) สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสสะดาดตาไหลผ่านตรงกลางยาวร่วม 10 กิโลเมตร และห้ามพลาดการไปยืนโพสท่าถ่ายรูปสวยๆ บนสะพานคามิโนฮาชิ (Kami-no-hashi Bridge) สะพานแขวนสีแดงเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดที่เป็นจุดชมวิวหุบเขาได้แบบ 360 องศา บอกเลยว่าสวยงามสะกดสายตาจนลืมหายใจเลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: ในช่วงเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี (ปลาย ต.ค. - กลาง พ.ย.) จะมีบริการรถบัสรับส่งฟรี (Shuttle Bus) วิ่งให้บริการระหว่างสถานี JR Kakunodate หรือสถานี JR Tazawako ตรงมายังหุบเขาดาคิกาเอริเลยค่ะ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที)


 

9. วัดยามะเดระ (Yamadera) | จังหวัดยามากาตะ
 

ทัศนียภาพมุมสูงจากวิหารโฮจูซังบนหน้าผาหินที่วัดยามะเดระ จังหวัดยามากาตะ

 

เตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อมแล้วไปทำภารกิจสายบุญปนสายลุยกันที่ วัดยามะเดระ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ วัดโฮจูซัง ริชชาคุจิ (Hojusan Risshakuji) วัดพุทธนิกายเทนไดเก่าแก่อายุมากกว่า 1,000 ปีที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันในจังหวัดยามากาตะ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เปี่ยมเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของ ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) โดยช่วงเวลาที่ทัศนียภาพรอบวัดจะงดงามเป็นพิเศษคือช่วง ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ค่ะ

เสน่ห์และความท้าทายของการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่คือ การร่วมกันพิชิตบันไดหินโบราณจำนวน 1,015 ขั้น ผ่านป่าสนซีดาร์อันเงียบสงบและชุ่มชื้นเพื่อขึ้นสู่ยอดเขา และเมื่อเดินขึ้นมาถึง วิหารโกะไดโด (Godaido Hall) ซึ่งเป็นศาลาไม้ที่ยื่นออกไปนอกหน้าผา คุณจะได้พบกับรางวัลชิ้นใหญ่อย่างภาพวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของเมืองชนบทในหุบเขาเบื้องล่าง ที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนที่กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ส้ม เหลืองอย่างอลังการ บอกเลยว่าแม้จะเหนื่อยและขาสั่นไปบ้าง แต่เมื่อได้เห็นวิวสวยสะกดใจตรงหน้าแล้ว คุ้มค่าเหนื่อยจนลืมเหนื่อยจริงๆ ค่ะ

วิธีการเดินทาง: เดินทางง่ายและสะดวกมาก เพียงนั่งรถไฟสาย JR Senzan Line มาลงที่สถานี Yamadera จากนั้นเดินเท้าต่อเพียง 5 นาทีก็จะถึงบริเวณทางขึ้นบันไดของวัดแล้วค่ะ


 

10. บึง 5 สี โกะชิกินูมะ (Goshikinuma Ponds) | จังหวัดฟุกุชิมะ
 

บึงน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ตัดกับใบเมเปิ้ลสีแดงสดที่บึง 5 สี โกะชิกินูมะ จังหวัดฟุกุชิมะ

 

ปิดท้ายทริปตามล่า ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ กันที่ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันลึกลับ ณ บึง 5 สี โกะชิกินูมะ ซึ่งเป็นชื่อเรียกกลุ่มบึงน้ำและทะเลสาบน้อยใหญ่กว่า 20 บึงที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานแห่งชาติบันได-อาซาฮี กลุ่มบึงน้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟบันไดซัง (Mount Bandai) ในปี ค.ศ. 1888 ทำให้สายน้ำอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ จนผืนน้ำสะท้อนแสงเกิดเป็นเฉดสีเขียวอมฟ้าไล่ระดับสารพัดโทน ตั้งแต่สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ สีน้ำเงินโคบอลต์ ไปจนถึงสีเขียวมรกต โดยสีของน้ำจะเปลี่ยนเฉดไปตามสภาพแสงแดดและฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์

ไฮไลท์ความงดงามจะอยู่ในช่วง กลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม ค่ะ เนื่องจากสีส้ม แดง และเหลืองของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีรอบๆ บึง จะตัดกับสีสันของผืนน้ำหลากเฉดสีอย่างรุนแรง เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาตระการตามากเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทอดน่องซึมซับบรรยากาศบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ Goshikinuma Nature Trail ระยะทางประมาณ 3.6 กิโลเมตร หรือจะเลือกเช่าเรือพายในบึงใหญ่อย่างบึงบิชามอนนุมะ (Bishamon-numa) เพื่อชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนเงาบนผืนน้ำใสอย่างใกล้ชิด บอกเลยว่าเป็นพิกัดปิดท้ายทริปที่งดงามราวกับดินแดนในเทพนิยายเลยละค่ะ

วิธีการเดินทาง: จากสถานี JR Inawashiro นั่งรถบัส Bandai-Azuma Bus ที่มุ่งหน้าไปทาง Urabandai Kogen ลงที่ป้าย Goshikinuma-Irichi (ทางเข้าบึง) ได้เลยทันที (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ

Q: เที่ยวโทโฮคุ เดือนไหนดีที่สุด สำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี?

  • A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของพื้นที่ โดยบนยอดเขาและที่ราบสูงจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายกันยายน ส่วนบริเวณหุบเขา ลำธาร และตัวเมืองพื้นราบ จะสวยพีคที่สุดในช่วงกลางตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายนค่ะ

Q: ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ เริ่มเปลี่ยนสีจากทางตอนเหนือหรือตอนใต้ก่อน? 

  • A: ใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศญี่ปุ่นรวมถึง ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) จะเริ่มผลัดใบเปลี่ยนสีจาก ทางตอนเหนือลงสู่ทางตอนใต้ และเริ่มจากบนยอดเขาสูงลงสู่พื้นราบด้านล่างเสมอค่ะ ดังนั้น จังหวัดทางเหนือสุดอย่างอาโอโมริจะเปลี่ยนสีก่อนจังหวัดทางใต้สุดอย่างฟุกุชิมะค่ะ

Q: ไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุ ควรเตรียมเสื้อผ้าอย่างไร? 

  • A: ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4 - 20 องศาเซลเซียสค่ะ หากไปช่วงเดือนตุลาคม แนะนำให้แต่งตัวแบบ Layering ใส่เสื้อยืดด้านใน ทับด้วยแจ็กเก็ตหรือเสื้อคลุมตัวโปรด แต่หากไปเที่ยวในเดือนพฤศจิกายน หรือต้องขึ้นไปชมวิวบนภูเขาสูง ควรเตรียมเสื้อโค้ทหนาๆ สเวตเตอร์ และลองจอนไปให้พร้อม เพราะอากาศจะหนาวจัดและมีลมเย็นค่ะ

 

สรุป

จบไปแล้วกับ 10 พิกัด ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ ที่สวยงามและน่าไปเยือนในฤดูใบไม้ร่วง แต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาธรรมชาติ ทะเลสาบสีสวย วัดเก่าแก่ เมืองออนเซ็นบรรยากาศอบอุ่น หรือจุดชมวิวที่เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้แดงและใบไม้สีทองที่ปกคลุมทั่วภูมิภาค

หากคุณกำลังวางแผน เที่ยวโทโฮคุ เดือนไหนดี ช่วงปลายกันยายนถึงต้นพฤศจิกายนถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยแต่ละจังหวัดจะมีช่วงพีคแตกต่างกันเล็กน้อย การวางแผนล่วงหน้าและติดตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจะช่วยให้ได้ชมความงดงามอย่างเต็มที่

ด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ผู้คนไม่พลุกพล่าน และบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลัก ทำให้ ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี หากมีโอกาสสักครั้งในชีวิต ลองออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์ของโทโฮคุในฤดูใบไม้ร่วงด้วยตัวเอง แล้วคุณอาจตกหลุมรักภูมิภาคแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือนค่ะ

 

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเก็บที่เที่ยวอื่นๆ ในจีน ให้ครบ พี่ยักษ์คัดบทความเด็ดๆ มาให้เลือกอ่านต่อที่นี่เลยค่ะ:

 


จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour

Line Official Account | @yaktour  👉 https://lin.ee/NLwXWc1
 

ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง

Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ

Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64

TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90

Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved