คู่มือเที่ยว โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี สรุปพิกัดที่เที่ยวโจซังเคยอดฮิตที่สวยจนใจเจ็บ

เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของ โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักฮอกไกโดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะ โจซังเค (Jozankei) คือหมู่บ้านออนเซ็นชื่อดังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของหุบเขาในอุทยานแห่งชาติชิโกะสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya National Park) ไม่ไกลจากเมืองซัปโปโร จึงเป็นหนึ่งใน ที่เที่ยว โจซังเค ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ที่มา เที่ยวฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ผืนป่าและภูเขารอบหมู่บ้านจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นเฉดเหลือง ส้ม และแดง ไล่ระดับกันอย่างสวยงาม โดยมีแม่น้ำโทโยฮิระ (Toyohira River) ไหลคดเคี้ยวผ่านกลางหุบเขา เพิ่มความโรแมนติกให้กับทิวทัศน์ราวกับภาพวาด ไม่ว่าจะชมวิวจากสะพาน จุดชมวิว หรือแช่ออนเซ็นพร้อมมองใบไม้เปลี่ยนสี ก็ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และเป็นความงดงามของธรรมชาติที่มีให้ชมเพียงปีละครั้งเท่านั้นค่ะ
🍁 คู่มือเที่ยวโจซังเค ออนเซ็น 2026 (Jozankei Autumn Guide)
โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหนสวยที่สุด?
ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่โจซังเค จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ ช่วงต้นเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ของทุกปีค่ะ แต่ถ้าถามถึงช่วงเวลาที่สวยพีคที่สุด (Peak Season) ที่ธรรมชาติจะเข้าสู่ความงดงามขั้นสุด จะอยู่ในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคมค่ะ
ในช่วงนี้ ต้นไม้น้อยใหญ่ทั่วทั้งหุบเขาจะพากันเปลี่ยนจากสีเขียวขจี กลายเป็นสีสันสดใส ทั้งแดง ส้ม เหลือง สลับเฉดสีกันอย่างสวยงามน่าอัศจรรย์ แถมบรรยากาศรอบตัวยังมีลมหนาวโชยมาเบาๆ อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์และโรแมนติกมากค่ะ ยิ่งถ้าได้มาเดินเล่นชมวิวและสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด บอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ฮีลใจและฟินที่สุดอย่างแท้จริงเลยละค่ะ
สรุปพิกัดไฮไลต์ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี โจซังเค
1. สะพานฟุตามิ (Futami Suspension Bridge)

สะพานแขวนฟุตามิ หรือที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเรียกกันติดปากว่า "สะพานแดง" ถือเป็นสัญลักษณ์อันโด่งดังและเป็นหนึ่งใน ที่เที่ยว โจซังเค ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยค่ะ เพราะจากบนสะพานแขวนแห่งนี้ เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของแม่น้ำโทโยฮิระ (Toyohira River) ที่ไหลเอื่อยผ่านโตรกผาและหุบเขา พร้อมชมความงดงามของผืนป่าที่เปลี่ยนสีส้ม แดง เหลือง สลับกันอย่างหนาแน่นเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ทิวทัศน์ที่นี่สวยงามราวกับภาพวาดเลยละค่ะ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องกระทบใบไม้สีแดงและเหลือง ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวโรแมนติกและตราตรึงใจที่สุดค่ะ
2. น้ำตกชิราอิโตะ (Shiraito Falls)

น้ำตกชิราอิโตะ เป็นน้ำตกขนาดเล็กแสนสวยที่ตั้งซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ป่าอันเงียบสงบ ไฮไลต์ของที่นี่คือสายน้ำที่ไหลลดหลั่นลงมาตามโขดหินคล้ายกับเส้นด้ายสีขาวบริสุทธิ์สมชื่อน้ำตกค่ะ ยิ่งถ้าได้มาเยือนในช่วง โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศรอบๆ น้ำตกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันสดใสของใบเมเปิลสลับเขียวแดง เสียงน้ำตกกระทบโขดหินคลอไปกับสายลมหนาวพัดโชยมาเบาๆ ช่วยสร้างความสงบและผ่อนคลายให้แก่จิตใจได้ดีทีเดียวค่ะ ต้องไม่พลาดไปเดินเล่นรอบๆ บริเวณนี้เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ร่มรื่นและโรแมนติกนะคะ
3. โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen)

แน่นอนว่ามาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือการแช่ออนเซ็นค่ะ ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำแร่ธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาก โดยเฉพาะการได้เอนกายแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง (Rotenburo) ที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพของภูเขาและต้นไม้หลากสีสันละลานตา ท่ามกลางบรรยากาศยอดฮิตอย่าง โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี บอกได้คำเดียวเลยค่ะว่าฟินระดับสิบ! ทั้งอุ่นสบายตัวและได้ฮีลใจไปกับวิวสวยๆ จนไม่อยากลุกออกจากบ่อเลยละค่ะ
4. ศาลเจ้าอิวะโอะ เท็นมังงุ (Iwao Tenmangu Shrine)

ศาลเจ้าอิวะโอะ เท็นมังงุ เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีบรรยากาศที่เงียบสงบชวนให้หลงใหล และถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว โจซังเคลับๆ ที่งดงามมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงค่ะ เนื่องจากต้นไม้ใหญ่รอบๆ ศาลเจ้าจะพากันเปลี่ยนเป็นเฉดสีแดง ส้ม และเหลือง ตัดกับสีแดงของเสาโทริอิอย่างลงตัว ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความโรแมนติกและดูมีมนต์ขลังอย่างมากเลยค่ะ
นอกจากความงามของธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของ "เทพเจ้าเท็นจิน" ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้และสติปัญญา บรรดานักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการความสำเร็จในการสอบและการทำงาน มักจะนิยมเดินทางมาสักการะขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ศาลเจ้าแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการขอพรให้ชีวิตประสบความเจริญรุ่งเรืองและเดินทางปลอดภัยอีกด้วยนะคะ
5. เขื่อนโฮเฮเคียว (Hoheikyo Dam)

นี่คือหนึ่งในแลนด์มาร์กและจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงและอลังการที่สุดของเมืองนี้เลยค่ะ โดยตัว เขื่อนโฮเฮเคียว จะตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ ยิ่งถ้าได้มาเยือนในช่วง โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี ทัศนียภาพรอบเขื่อนจะทวีความงดงามขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพราะผืนป่าและขุนเขาที่โอบล้อมจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นเฉดสีสดใส ทั้งสีแดงเพลิง ส้ม และเหลืองทอง ไล่เฉดสีกันอย่างสวยงาม ตัดกับผืนน้ำสีฟ้าครามใสบริสุทธิ์ภายในเขื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นภาพที่สวยงามสะกดสายตาจนลืมหายใจเลยละค่ะ
6. หมู่บ้านน้ำพุร้อนโจซังเค (Jozankei Onsen Footbath)

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสุดชิลใน หมู่บ้านน้ำพุร้อน กับการนั่งแช่เท้าในบ่อน้ำแร่ธรรมชาติกลางแจ้ง (Ashiyu) ที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในเมืองค่ะ น้ำพุร้อนของที่นี่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อจากการเดินเที่ยวได้เป็นอย่างดี ยิ่งหากได้มานั่งพักผ่อนแช่เท้าอุ่นๆ ในช่วงเวลาของ โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี ความอุ่นของน้ำผสมผสานกับลมหนาวและภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่ร่วงหล่นรอบตัว จะเปลี่ยนวันพักผ่อนของคุณให้กลายเป็นประสบการณ์แสนพิเศษที่ยากจะลืมเลยละค่ะ
วิธีการเดินทางจากซัปโปโรไปโจซังเค
การเดินทางไปท่องเที่ยวที่หมู่บ้านออนเซ็นแห่งนี้จากตัวเมืองซัปโปโรนั้นสะดวกสบายมากค่ะ เพียงแค่นั่งรถบัสประจำทาง (เช่น สายใต้ หรือรถบัสด่วน Kappa Liner) จากสถานีรถบัส Sapporo โดยใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ก็จะถึงพิกัดยอดฮิตรวม ที่เที่ยว โจซังเค ได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ
แต่การเดินทางไปเที่ยว โจซังเค ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จะยิ่งกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อได้ไปเที่ยวกับยักษ์ทัวร์ เพราะเรามีโปรแกรมเดินทางให้แบบแน่นๆ พาเที่ยวแบบครบๆ ในราคาที่รวมมาให้หมดแล้ว ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร รถรับ-ส่ง และยังมีคนดูแล นำเที่ยวได้ตลอดทริป ซึ่งจะทำให้ทริปเที่ยวครั้งนี้เป็นประสบกาณ์ที่ประทับใจสุดๆ เลยค่ะ
❓ FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โจซังเค ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
Q: นอกจากเดินชมวิวแล้ว ไปเที่ยว โจซังเค มีกิจกรรมอะไรให้ทำอีกบ้าง?
- A: ไฮไลต์ห้ามพลาดคือการแช่เท้าฟรีที่สวนโจซังเคเกนเซน (Jozankei Gensen Park) ลิ้มลองขนมมันจูออนเซ็นสูตรดั้งเดิม และการนั่งรถบัสไฟฟ้าขึ้นไปชมความอลังการของเขื่อนโฮเฮเคียวค่ะ
Q: ไปเที่ยว โจซังเค ใบไม้เปลี่ยนสี ควรแต่งตัวประมาณไหนดี?
- A: ช่วงเดือนตุลาคมที่โจซังเคอากาศจะค่อนข้างเย็นถึงหนาว (อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส แนะนำให้จัดกระเป๋าโดยเตรียมเสื้อไหมพรม เสื้อโค้ทกันลม ลองจอน และที่สำคัญคือรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายสำหรับเดินเก็บพิกัดสวยๆ ค่ะ
Q: หากต้องการไปเที่ยวโจซังเคแบบเช้าเย็นกลับ (One Day Trip) จากซัปโปโร สามารถทำได้ไหม?
- A: ทำได้แน่นอนค่ะ เพราะโจซังเคอยู่ห่างจากซัปโปโรเพียง 1 ชั่วโมง สามารถนั่งรถบัสไปเดินเล่น ถ่ายรูป แช่ออนเซ็นแบบชั่วคราว แล้วกลับมานอนที่ซัปโปโรได้สบายๆ เลยค่ะ
Q: ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่โจซังเค คนเยอะมากไหม และควรวางแผนอย่างไร?
- A: ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่พีคที่สุดค่ะ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นมาก โดยเฉพาะคิวรถบัสประจำทาง หากเดินทางเองต้องเผื่อเวลาและวางแผนจองตั๋วล่วงหน้า หรือเลือกเดินทางกับทัวร์ที่มีรถบัสส่วนตัวบริการ ก็จะช่วยประหยัดเวลาและเที่ยวได้สบายใจ ไม่ต้องยืนเบียดกับใครเลยค่ะ
สำหรับใครที่กำลังวางแผนเก็บที่เที่ยวอื่นๆ ในจีน ให้ครบ พี่ยักษ์คัดบทความเด็ดๆ มาให้เลือกอ่านต่อที่นี่เลยค่ะ:
เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี 2026 ไปเดือนไหนดี? รวมพิกัดยอดฮิตทั่วประเทศ
10 จุดชมวิว ใบไม้เปลี่ยนสี โทโฮคุ (Tohoku) สวยสะกดใจ ที่ไม่ควรพลาด!
12 พิกัดที่เที่ยวนิกโก้ Nikko เมืองมรดกโลกใกล้โตเกียว อัปเดต 2026
15 ที่เที่ยวใกล้โตเกียว 2026 วิวสวย บรรยากาศเลิศ อัปเดตพิกัดใหม่ห้ามพลาด!
จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour
Line Official Account | @yaktour 👉 https://lin.ee/NLwXWc1
ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง
Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ
Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64
TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90
Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
