Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหนดี? อัปเดตจุดถ่ายรูป สภาพอากาศ และวิธีเตรียมตัว

29 มิถุนายน 2569
YakTour Blog
คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหนดี? อัปเดตจุดถ่ายรูป สภาพอากาศ และวิธีเตรียมตัว

หากคุณกำลังวางแผนไปชม คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี และกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดนากาโนะ ยักษ์ทัวร์บอกเลยว่าที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เพราะ คามิโคจิ (Kamikochi) ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยวิวภูเขาสูง แม่น้ำอาซุสะสีฟ้าใส และผืนป่าที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นเฉดสีเหลือง ส้ม และแดง ราวกับภาพวาดในฤดูใบไม้ร่วง

หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหนดี ช่วงไหนสีใบไม้สวยที่สุด อากาศหนาวแค่ไหน และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลสำคัญไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ของคามิโคจิ สภาพอากาศในแต่ละช่วง วิธีแต่งตัวสำหรับอากาศเย็น การเดินทางไปเที่ยวคามิโคจิ รวมถึงพิกัดจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เพื่อให้คุณวางแผนเที่ยวได้อย่างมั่นใจ และเก็บภาพความงดงามของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งทริป

🍁 สารบัญคู่มือเที่ยวคามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี 2026

 

 

ทิวทัศน์ริมแม่น้ำอาซุสะและแนวต้นไม้สีทองในอุทยานคามิโคจิ

คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหนพีคที่สุด?

สำหรับใครที่กำลังวางแผนทริปและอยากรู้ว่า คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหน สวยปังที่สุด ยักษ์ทัวร์สรุปช่วงเวลาเปลี่ยนสีของธรรมชาติที่นี่มาให้แล้วค่ะ เพื่อที่จะได้ล็อกวันลาและจองตั๋วได้แบบไม่พลาดไฮไลต์สำคัญ

  • ปลายเดือนseptember (กันยายน): เริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิจะเริ่มลดต่ำลง อากาศเย็นสบาย และใบไม้บางส่วนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแซมเขียว เป็นช่วงที่คนยังไม่หนาตามากค่ะ
     
  • กลางเดือนถึงปลายเดือนoctober (ตุลาคม): นี่คือช่วงที่พีคที่สุด (Peak Season)! หุบเขาทั้งใบจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง และแดงอย่างเต็มที่ ตัดกับสายน้ำใสแจ๋วของแม่น้ำอาซุสะ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยสะกดใจแน่นอนค่ะ
     
  • ต้นเดือนnovember (พฤศจิกายน): ใบไม้เปลี่ยนสีส่วนใหญ่จะเริ่มร่วงโรย แต่อากาศจะหนาวจัดมากขึ้น และอาจมีโอกาสได้เห็นหิมะแรกสีขาวโพลนปกคลุมยอดเขาสูงรอบๆ ได้ฟิลสวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ

อัปเดตสภาพอากาศและอุณหภูมิที่คามิโคจิ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

เนื่องจากสภาพอากาศในแต่ละปีอาจทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วหรือช้าต่างกันไปเล็กน้อย ยักษ์ทัวร์แนะนำให้เช็กข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางเหล่านี้ล่วงหน้า เพื่อความแม่นยำในการเดินทางค่ะ

  1. Japan Meteorological Corporation (JMC): เว็บไซต์หลักที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้ จะมีการรายงานพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นระยะๆ ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วง ช่วยให้เรากะเก็งช่วงพีคได้แม่นยำขึ้นค่ะ
     
  2. Kamikochi Live Camera: เว็บไซต์ถ่ายทอดสดสถานการณ์ผ่านไลฟ์แคมแบบเรียลไทม์ ทำให้เราเห็นสภาพอากาศและสีของใบไม้ในคามิโคจิ ณ วันปัจจุบันได้ชัดเจนที่สุด
     
  3. เว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำ: เช่น Japan-Guide, rurubu, Yahoo! Koyo, หรือเว็บองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ซึ่งมักจะรวบรวมพยากรณ์มาสรุปให้เข้าใจง่ายพร้อมแผนที่ประกอบค่ะ
     
  4. สำนักข่าวท้องถิ่นของจังหวัดนากาโนะ: จะคอยรายงานสถานการณ์ในพื้นที่แบบเจาะลึก ทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและเป็นปัจจุบันมากที่สุดค่ะ

 

 

 แม่น้ำอาซุสะน้ำใสสะอาดตัดกับทิวป่าสนสีส้มที่คามิโคจิ

อัปเดตสภาพอากาศและอุณหภูมิที่คามิโคจิ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

อากาศในช่วงนี้บอกเลยว่าเย็นสบายสุดๆ จนถึงขั้นหนาวจัดเลยค่ะ เหมาะกับการเดินเที่ยวชิลๆ ได้ทั้งวัน แต่เนื่องจากคามิโคจิเป็นหุบเขาสูง สภาพอากาศและอุณหภูมิในแต่ละเดือนจึงค่อนข้างต่างกับพื้นราบ ยักษ์ทัวร์สรุปอุณหภูมิเฉลี่ยมาให้เช็กกันง่ายๆ ดังนี้เลยค่ะ

 

ช่วงเวลา

อุณหภูมิเฉลี่ย

สภาพอากาศและลักษณะธรรมชาติที่พบ

ปลายเดือนกันยายน

10°C – 14°C

อากาศเริ่มเย็นสบาย เดินเล่นได้ชิลๆ ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไปค่ะ

เดือนตุลาคม (ช่วงพีค)

4°C – 14°C

หนาวเย็นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนกลางวันอากาศกำลังดี (ประมาณ 12°C - 17°C) แต่ช่วงเช้าตรู่และหลังพระอาทิตย์ตก อุณหภูมิจะลดฮวบจนอาจต่ำกว่า 0°C ได้เลยค่ะ

ต้นเดือนพฤศจิกายน

-4°C – 9°C

อากาศหนาวจัด ใบไม้เริ่มร่วงโรย แต่ไฮไลต์คือยอดเขาสูงรอบๆ จะเริ่มมีหิมะสีขาวปกคลุม ตัดกับสีใบไม้ที่เหลืออยู่ เป็นภาพที่สวยงามและโรแมนติกมากค่ะ

 

ข้อควรระวัง: สำหรับใครที่วางแผนจะขึ้นไปเที่ยวแบบ เช้าไป-เย็นกลับ หรือไปนอนค้างคืนใกล้ๆ คามิโคจิ อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวหนาๆ ติดตัวไปด้วยนะคะ เพราะหลังจากพระอาทิตย์ตกดินแล้ว อุณหภูมิที่นี่จะลดลงเร็วมากๆ จนตั้งตัวไม่ทันเลยค่ะ

 

เตรียมตัวให้พร้อม! ไปเที่ยวคามิโคจิช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องแต่งตัวอย่างไร?

เนื่องจากคามิโคจิเป็นพื้นที่หุบเขาสูง อากาศจึงเย็นจัดและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นค่ะ เพื่อให้ทริปชมใบไม้เปลี่ยนสีของคุณเดินเที่ยวสนุก ถ่ายรูปเพลินแบบไม่ต้องยืนตัวสั่น ยักษ์ทัวร์แนะนำให้เตรียมสิ่งเหล่านี้ไปให้พร้อมค่ะ


เสื้อผ้าและเครื่องกันหนาวที่ต้องมี

  • การแต่งกายแบบเลเยอร์ (Layering): แนะนำให้ใส่เสื้อฮีทเทค (Heattech) ไว้ด้านในสุด ทับด้วยเสื้อไหมพรมหรือเสื้อฟรีซ (Fleece) และปิดท้ายด้วยแจ็กเก็ตกันลม เสื้อโค้ต หรือเสื้อขนเป็ดบางๆ ค่ะ การแต่งตัวแบบนี้จะช่วยให้เราถอดปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามอุณหภูมิระหว่างวันค่ะ
     
  • พร็อพกันหนาวเสริม: ผ้าพันคอ, หมวกไหมพรม และถุงมือบางๆ เป็นไอเทมที่ควรพกติดกระเป๋าไว้เลยค่ะ แม้จะไม่ต้องถึงขั้นชุดลุยหิมะ แต่ช่วยกันลมหนาวตอนเช้าหรือตอนเดินในร่มไม้ที่ไม่มีแดดได้ดีมากๆ แถมยังเป็นพร็อพถ่ายรูปที่เก๋สุดๆ อีกด้วยค่ะ
     
  • รองเท้าที่เหมาะสม: สำคัญมากๆ ค่ะ! ควรเลือกเป็นรองเท้าผ้าใบที่มีดอกยางดีๆ หรือรองเท้าเดินป่า (Trekking) เพราะทางเดินในคามิโคจิแม้จะเป็นทางเรียบและเดินง่าย แต่มีระยะทางค่อนข้างยาว การเลือกรองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าได้ดีจะช่วยให้เราเดินได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อยและไม่เจ็บเท้าค่ะ

อุปกรณ์พกพาและไอเทมจำเป็นอื่นๆ

  • แผ่นแปะความร้อน (Kairo / Hot Pack): พกไว้แกะใส่มือหรือแปะเสื้อ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้ดีมากในวันที่อากาศเลขตัวเดียวค่ะ
     
  • กระติกน้ำร้อนขนาดพกพา: การได้จิบน้ำอุ่นๆ ระหว่างเดินท่ามกลางอากาศหนาว จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นมากค่ะ
     
  • แว่นกันแดดและครีมกันแดด: บนเขาสูงแดดค่อนข้างแรงและสะท้อนกับผิวน้ำหรือใบไม้ อย่าลืมปกป้องผิวและดวงตากันด้วยนะคะ
     
  • Power Bank และแบตเตอรี่สำรอง: อากาศที่หนาวเย็นจะทำให้แบตเตอรี่มือถือและกล้องถ่ายรูปหมดเร็วกว่าปกติเป็นเท่าตัวเลยค่ะ ใครสายคอนเทนต์ต้องพกติดตัวไว้เลยนะคะ
     
  • ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น: พลาสเตอร์ยา ยานวดแก้ปวดเมื่อย หรือยาประจำตัว พกไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินค่ะ

 

วิธีการเดินทางไปคามิโคจิ

เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติอันงดงามและลดมลพิษในหุบเขา คามิโคจิมีกฎเหล็กคือ "ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด" ไม่ว่าคุณจะขับรถเที่ยวเองหรือนั่งรถมา ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการต่อรถดังนี้ค่ะ

  • สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัว / รถเช่า: คุณจะต้องนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถที่กำหนดไว้บริเวณตีนเขา ได้แก่ ลานจอดรถ Sawando (ฝั่งจังหวัดนากาโนะ) หรือ ลานจอดรถ Hirayu Onsen (ฝั่งจังหวัดกิฟุ) จากนั้นจึงทำการซื้อตั๋วและนั่งรถบัสสาธารณะหรือรถแท็กซี่ประจำทางต่อเข้าไปยังคามิโคจิค่ะ
     
  • สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ: สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Matsumoto แล้วต่อรถบัสยิงตรงเข้าสู่คามิโคจิได้เลย หรือจะเลือกใช้บริการรถบัสรับส่งตรง (Direct Highway Bus) จากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า หรือนาโกย่า ก็สะดวกสบายไม่แพ้กันค่ะ

ตารางเวลาเดินรถบัส (สิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนล่วงหน้า)

เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติ รถบัสที่ให้บริการจึงมีรอบเวลาที่จำกัด ไม่ได้วิ่งตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ โดยทั่วไปจะมีตารางเวลาดังนี้ค่ะ:

  • รถบัสเที่ยวแรก (ขาเข้า): เริ่มวิ่งให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ประมาณเวลา 06:00 – 07:00 น. (เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเก็บหมอกยามเช้า)
     
  • รถบัสเที่ยวสุดท้าย (ขาออก): จะหมดค่อนข้างเร็ว อยู่ในช่วงเวลาประมาณ 16:00 – 17:00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและสภาพอากาศในแต่ละวัน)
     

คำเตือน: หากคุณวางแผนไปเที่ยวแบบ ขึ้นเช้า-ลงเย็น (One Day Trip) ควรบริหารเวลาและเช็กรอบรถบัสเที่ยวสุดท้ายให้ดีนะคะ เพราะหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว อุณหภูมิจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็วมาก และไม่มีที่พักแรมด้านบนหากคุณตกรถค่ะ!

 

ปักหมุด 3 จุดถ่ายรูปไฮไลต์ในคามิโคจิ สวยปังมุมมหาชน

สำหรับใครที่มาเที่ยวคามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี หนึ่งในภารกิจหลักที่ห้ามพลาดเลยก็คือการเดินหามุมถ่ายรูปสวยๆ ค่ะ เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทั่วทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นเฉดสีส้ม แดง เหลือง ตัดกับสายน้ำใสสะอาดของแม่น้ำอาซุสะ ยิ่งวันไหนมีสายหมอกบางๆ ลอยเอื่อยๆ บรรยากาศจะโรแมนติกเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดเลยค่ะ

เพื่อให้ได้รูปสวยๆ ครบทุกสไตล์ ยักษ์ทัวร์ขอปักหมุด 3 พิกัดมุมมหาชนที่ต้องไปเช็กอินให้ได้ดังนี้ค่ะ:

1. สะพานคัปปะบาชิ (Kappa Bridge) – แลนด์มาร์กอันดับหนึ่ง

 

สะพานคัปปะบาชิ ท่ามกลางบรรยากาศ คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี

 

สะพานไม้แขวนข้ามแม่น้ำอาซุสะที่ตั้งอยู่ใจกลางคามิโคจิ ถือเป็นจุดถ่ายรูปสไตล์ Landscape ที่อลังการที่สุดค่ะ ยืนอยู่บนสะพานจะได้ภาพสายน้ำใสแจ๋ว ฉากหลังเป็นเทือกเขาโฮตากะ (Hotaka Mountain Range) สูงตระหง่านที่โอบล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสลับเฉดเหลืองทอง ไม่ว่าจะถ่ายมุมกว้างแบบพาโนรามา หรือถ่ายรูปแนว Lifestyle ยืนเก๋ๆ บนสะพานก็ฟินสุดๆ ค่ะ
 

 

2. บึงไทโช (Taisho Pond) – จุดชมวิวกระจกเงาสะท้อนน้ำ
 

วิวเงาสะท้อนน้ำของบึงไทโชในอุทยานคามิโคจิ

 

บึงน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต ไฮไลต์ของจุดนี้คือผิวน้ำที่นิ่งสงบราวกับกระจกเงา คอยสะท้อนภาพภูเขาและต้นไม้เปลี่ยนสีได้อย่างคมชัด ยักษ์ทัวร์แนะนำให้มาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะ เพราะคุณจะได้เห็นภาพไอหมอกจางๆ ลอยอยู่เหนือผิวน้ำตัดกับแสงอาทิตย์แรกของวัน สวยงามจนแทบหยุดหายใจเลยค่ะ
 

3. บึงเมียวจิน (Myojin Pond) – บึงน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่าลึก
 

บึงเมียวจินอันเงียบสงบท่ามกลางป่าเปลี่ยนสีที่คามิโคจิ

 

ขยับเดินลึกเข้ามาอีกหน่อย คุณจะพบกับบึงน้ำที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนอันเงียบสงบ จุดนี้จะมีสะพานไม้เล็กๆ ยื่นลงไปในน้ำ และมีเรือไม้โบราณจอดอยู่ ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รอบๆ บึงจะถูกย้อมไปด้วยสีแดงส้ม เป็นอีกหนึ่งมุมสงบที่สายถ่ายรูปแนวสโลว์ไลฟ์ต้องตกหลุมรักแน่นอนค่ะ

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี (FAQ)

Q: คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี เดือนไหนสวยที่สุด?

  • A: ช่วงที่สวยและพีคที่สุด (Peak Season) จะอยู่ประมาณ กลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ของทุกปีค่ะ หุบเขาทั้งใบจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และเหลืองทองอย่างเต็มที่ ตัดกับแม่น้ำอาซุสะใสแจ๋วค่ะ

Q: เที่ยวคามิโคจิช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องแต่งตัวอย่างไร?

  • A: เนื่องจากเป็นหุบเขาสูงและอากาศหนาวจัด แนะนำให้แต่งตัวแบบเลเยอร์ (Layering) ค่ะ โดยใส่เสื้อฮีทเทคไว้ด้านใน ทับด้วยไหมพรม และคลุมด้วยแจ็กเก็ตกันลมหรือเสื้อขนเป็ด และที่สำคัญที่สุดคือต้องใส่ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า ที่สวมสบาย เพราะต้องเดินระยะไกลค่ะ

Q: สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปในคามิโคจิได้ไหม?

  • A: ไม่ได้ค่ะ คามิโคจิมีกฎระเบียบเข้มงวดเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักท่องเที่ยวต้องนำรถไปจอดที่ลานจอดรถ Sawando หรือ Hirayu Onsen แล้วนั่งรถบัสสาธารณะหรือรถแท็กซี่ต่อเข้าไปค่ะ

Q: คามิโคจิ เปิด-ปิด ช่วงไหนบ้าง เที่ยวได้ตลอดทั้งปีไหม?

  • A: คามิโคจิ ไม่ได้เปิดตลอดทั้งปี นะคะ โดยปกติอุทยานจะเปิดให้เข้าท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ กลางเดือนเมษายน จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายนของทุกปี เท่านั้น หลังจากนั้นจะปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากหิมะตกหนักและเดินทางอันตรายค่ะ

 

คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดของปี และเป็นฤดูกาลที่เหมาะกับการมา เที่ยวคามิโคจิ มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์ของภูเขาและป่าไม้ที่แต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และเหลือง รวมถึงบรรยากาศอันเงียบสงบที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ ทำให้ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและความประทับใจ

สำหรับใครที่กำลังวางแผน เที่ยวคามิโคจิช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และอยากสัมผัสธรรมชาติในช่วงที่สวยที่สุด แนะนำให้เช็กช่วงพีคของ ใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิ และติดตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีล่วงหน้า เพื่อเลือกวันเดินทางให้ตรงกับช่วงที่สีสันของธรรมชาติกำลังงดงามที่สุด รับรองว่าคุณจะได้เก็บภาพวิวสุดอลังการ พร้อมดื่มด่ำกับเสน่ห์ของ คามิโคจิ ฤดูใบไม้ร่วง ได้อย่างเต็มอิ่ม และตกหลุมรักสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือนอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

 

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเก็บที่เที่ยวอื่นๆ ในจีน ให้ครบ พี่ยักษ์คัดบทความเด็ดๆ มาให้เลือกอ่านต่อที่นี่เลยค่ะ:

 


จองทัวร์กับยักษ์ทัวร์วันนี้ พร้อมโปรพิเศษ แอดมาเลยที่ Line @yaktour

Line Official Account | @yaktour  👉 https://lin.ee/NLwXWc1
 

ไม่พลาดเรื่องเที่ยว และดีลเด็ด ติดตามยักษ์ทัวร์ได้ทุกช่องทาง

Facebook | yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/ov7AJ

Instagram | @yaktour_th 👉 https://shorturl.at/2uS64

TikTok | @yaktourgroup 👉 https://shorturl.at/DMF90

Youtube | @yaktour 👉 https://shorturl.at/VFWok
 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved