Logo
เรื่องเล่าเที่ยว

นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี เมืองมรดกโลกยอดฮิต สรุปให้ชัดไปเดือนไหนสวยที่สุด!

29 มิถุนายน 2569
YakTour Blog
นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี เมืองมรดกโลกยอดฮิต สรุปให้ชัดไปเดือนไหนสวยที่สุด!

เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้วค่ะ และแน่นอนว่า นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นไฮไลต์อันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย เมืองมรดกโลกแห่งนี้จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันสดใสของใบเมเปิลสีส้ม แดง และเหลือง ท่ามกลางบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ที่งดงามราวกับภาพวาด สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางและสงสัยว่าควรจะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี นิกโก้ เดือนไหน ถึงจะเจอช่วงที่พีคและสวยสะกดสายตาที่สุด วันนี้ ยักษ์ทัวร์ มีคำตอบพร้อมลายแทงจุดชมวิวระดับท็อปมาฝากกันค่ะ

 

 


ใบไม้เปลี่ยนสี นิกโก้ เดือนไหน ดีที่สุด? พาเจาะลึกเสน่ห์ครบทุกฤดูกาล

แม้ว่านิกโก้จะเป็นเมืองที่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพราะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันในแต่ละซีซัน แต่ถ้าถามว่าการไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี นิกโก้ เดือนไหน ที่จะคุ้มค่าและสวยงามที่สุด เราลองมาไล่ดูไฮไลต์ของแต่ละฤดูกาลเพื่อประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)

ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ นิกโก้จะเต็มไปด้วยความงามของดอกไม้ที่บานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกซากุระสายพันธุ์โบราณตามวัดและศาลเจ้ามรดกโลก อากาศในช่วงนี้จะเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมเมืองและซึมซับธรรมชาติที่กำลังฟื้นตัวจากความหนาวเย็น

ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)

แม้ว่าหน้าร้อนของญี่ปุ่นในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวจะค่อนข้างอบอ้าว แต่เนื่องจากนิกโก้ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง อากาศที่นี่จึงยังคงเย็นสบาย เหมาะกับการหลบไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ Nikko ท้องฟ้าในช่วงนี้จะปลอดโปร่ง ต้นไม้เขียวชะอุ่ม และน้ำตกต่างๆ จะมีปริมาณน้ำเยอะเป็นพิเศษ ทำให้ทิวทัศน์ดูทรงพลังและสดชื่นมากค่ะ

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)

นี่คือช่วงเวลายอดนิยมอันดับหนึ่งสำหรับการมาเยือนนิกโก้ เพราะผืนป่าทั่วนิกโก้จะเปลี่ยนสีจากเขียวเข้มกลายเป็นสีเหลือง แดง และส้ม สลับเฉดสีกันอย่างงดงาม โดยใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีไล่ระดับจากพื้นที่ภูเขาสูงลงสู่ตัวเมือง ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน สำหรับจุดชมวิวมหาชนที่ห้ามพลาด ได้แก่ ศาลเจ้าโทโชกุ, ทะเลสาบชูเซ็นจิ และน้ำตกเคง่อน

ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

สำหรับใครที่ชอบความโรแมนติก นิกโก้ในฤดูหนาวจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน บรรยากาศรอบตัวจะเงียบสงบและมีมนต์เสน่ห์แตกต่างจากฤดูอื่นอย่างสิ้นเชิง ไฮไลต์คือการได้แช่ออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางวิวกระจกที่มองเห็นหิมะและภูเขาน้ำแข็ง เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กันค่ะ


 

 

7 จุดไฮไลต์ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นิกโก้ สวยสะกดสายตา

1. ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine)
 

ศาลเจ้าโทโชกุ มรดกโลกช่วง นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี

 

หนึ่งในศาลเจ้ามรดกโลกที่มีความสำคัญและโด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1617 เพื่ออุทิศให้แก่โชกุนโทกุกาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ผู้ตั้งรกรากและปกครองญี่ปุ่นยาวนานกว่า 250 ปี ไฮไลต์ของการมาเยือน นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ คือภาพของใบเมเปิลสีแดง ส้ม และเหลือง ที่ขึ้นแซมอยู่รอบสถาปัตยกรรมไม้แกะสลักโบราณอันวิจิตรตระการตาและลงรักปิดทองอย่างประณีต ทำให้บรรยากาศดูขลังและงดงามเป็นพิเศษค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus จากสถานี Tobu-Nikko ลงที่ป้าย Shinkyo หรือ Omotesando

 


2. น้ำตกเคง่อน (Kegon Waterfall)
 

น้ำตกเคง่อน ท่ามกลางผืนป่าเปลี่ยนสีสันสดใส

 

หนึ่งในสามน้ำตกที่ยิ่งใหญ่และสวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาตินิกโก้ มีความสูงประมาณ 97 เมตร ตัวน้ำตกเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟนันไตเมื่อหลายพันปีก่อน โดยมีลักษณะเป็นสายน้ำที่ไหลทะลักจากทะเลสาบชูเซ็นจิลงมาจากหน้าผาหินลาวาอันสูงชัน สำหรับไฮไลต์ของการมาเยือน นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี ณ น้ำตกแห่งนี้ คือภาพความอลังการของสายน้ำสีขาวที่ตัดกับหน้าผาหิน ซึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยป่าเปลี่ยนสีสันสดใสสลับส้มแดงอย่างงดงาม นอกจากนี้เรายังสามารถซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ไปยังจุดชมวิวเพื่อชมทัศนียภาพอันน่าทึ่งในมุมที่สวยที่สุดได้อีกด้วยค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus ลงที่ป้าย Chuzenji Onsen แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

 


3. ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)
 

ทิวทัศน์ต้นไม้เปลี่ยนสีริมผืนน้ำทะเลสาบชูเซ็นจิ

 

ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,269 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เกิดจากการอุดตันของลาวาจากภูเขาไฟนันไตเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสเสน่ห์ของ นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี ในมุมที่กว้างไกลสุดสายตา ที่นี่ถือเป็นพิกัดที่ไม่ควรพลาดค่ะ เพราะต้นไม้รอบภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และเหลือง สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำสีฟ้าครามใสอย่างลงตัว กิจกรรมยอดนิยมคือการนั่งเรือสำราญล่องชมวิวมุมสูงรอบทะเลสาบเพื่อรับลมเย็นๆ

การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus ลงที่ป้าย Chuzenji Onsen

 


4. เส้นทางโค้งอิโรฮาซากะ (Irohazaka Winding Road)
 

มุมสูงเส้นทางโค้งอิโรฮาซากะ โอบล้อมด้วยป่าเปลี่ยนสี

 

ถนนสายโรแมนติกคดเคี้ยวที่เชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองนิกโก้ชั้นล่างและพื้นที่ภูเขาสูงรอบทะเลสาบชูเซ็นจิ ถนนเส้นนี้โดดเด่นด้วยทางโค้งหักศอกรวมกันถึง 48 โค้ง ตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยอุโมงค์ต้นไม้หนาแน่น เป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดฮิตของการมาเที่ยว นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี เพราะตลอดการนั่งรถบัสหรือขับรถผ่าน คุณจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของใบไม้สีแดงและเหลืองที่โอบล้อมรถของคุณราวกับภาพวาดเลยค่ะ

การเดินทาง: เป็นเส้นทางหลักที่รถบัสสาย Chuzenji Onsen วิ่งผ่าน

 


5. วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple)
 

ซุ้มประตูวัดรินโนจิและใบเมเปิลสีแดงช่วงฤดูใบไม้ร่วง

 

วัดพุทธนิกายเทนไดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่และยาวนานที่สุดในนิกโก้ ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 โดยนักบวชโชโด โชนิน วัดนี้สร้างขึ้นตามความเชื่อในพลังศักดิ์สิทธิ์ของธรรมชาติและภูเขา จุดเด่นเมื่อมาเยือน นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่วัดแห่งนี้คือการได้เข้าชม สวนโชโยเอน (Shoyoen Garden) สวนญี่ปุ่นโบราณภายในวัดที่จะมีการจัดแสดงไฟ Light-up ในช่วงค่ำคืน มอบบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีที่เงียบสงบ อบอุ่น และผ่อนคลายจิตใจอย่างมากค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus ลงที่ป้าย Rinnō-ji Taiyū-in

 


6. สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)
 

สะพานชินเคียวสีแดงชาดและแม่น้ำใสในฤดูป่าเปลี่ยนสี

 

สะพานไม้สีแดงชาดอันเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และเป็นประตูสู่ทางเข้าศาลเจ้าแห่งเมืองนิกโก้ ทอดตัวอย่างสง่างามข้ามแม่น้ำดะยะ (Daiya River) ภาพของตัวสะพานสีแดงสดที่ตัดกับสายน้ำสีฟ้าใส และมีฉากหลังเป็นทิวเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสัน ถือเป็นมุมถ่ายรูปมหาชนที่งดงามมากค่ะ หากใครกำลังมองหาพิกัดถ่ายรูปสวยๆ และวางแผนว่าจะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี นิกโก้ เดือนไหน ดี สะพานแห่งนี้คือคำตอบของช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus ลงที่ป้าย Shinkyo

 


7. ยุนนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)
 

บ้านโบราณในหมู่บ้านยุนนิชิกาวะ ออนเซ็น ช่วงใบไม้ร่วง

 

หมู่บ้านน้ำพุร้อนออนเซ็นโบราณลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาและแม่น้ำ มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงยุคคามาคุระ โดยเป็นที่ลี้ภัยของซามูไรตระกูลไทระ (Taira Clan) พิกัดนี้ถือเป็นจุดพักผ่อนสุดฟินส่งท้ายทริป นิกโก้ ใบไม้เปลี่ยนสี ได้ดีที่สุดค่ะ เพราะต้นไม้ทั่วทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงโอบล้อมหมู่บ้านโบราณ ไฮไลต์คือการได้แช่น้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อบำบัดความเหนื่อยล้า พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Yagan Railway ไปลงที่สถานี Yunishigawa-Onsen แล้วต่อรถบัสประจำทางเข้าสู่หมู่บ้านออนเซ็น

 

 


การออกเดินทางไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมระดับโลกที่นิกโก้ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่คุ้มค่าและสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจได้เป็นอย่างดี เพียงแค่เลือกช่วงเวลาการเดินทางให้เหมาะสมกับพิกัดที่อยากไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นโซนธรรมชาติบนเขาสูงหรือโซนมรดกโลกด้านล่าง รวมถึงวางแผนเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อมสำหรับการเดินพิกัดกลางแจ้งและตามรอยจุดไฮไลต์ทั้ง 7 แห่งที่แนะนำไว้ เท่านี้ทริปการเดินทางตามล่าสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีทั่วนิกโก้ของคุณก็จะสมบูรณ์แบบและเต็มอิ่มอย่างแน่นอนค่ะ 

แชร์บทความนี้

บอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องราวดีๆ จาก YakTour

YAKTOUR Logo

BY B.BEBETTER TRAVEL 2012 CO.,LTD.

ยักษ์ทัวร์ คัดสรรเฉพาะทัวร์คุณภาพ เชื่อถือได้ 100%

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09294

สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03593

e-Commerce No. 0105557025943

90/1000 ถ.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 11120

Call Center

Office Hours

จันทร์ - ศุกร์ 10.00-19.00 น.

Line ID

@yaktour

LINE@

LINE QR Code
Add Friends

@yaktour

Copyright 2021 YAKTOUR. All Rights Reserved